ห้องไดอารี่2(Diary2)

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่......

 

pkkk2714.blogspot.com

mblog.manger.co.th

 

เด็กป่าผาด่างปิดเทอม ไปไหนกันบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

ป้ากุ้งค่ะ  พรุ่งนี้เรามาบ้านนี้อีกนะค่ะ  ตรงนี้เจนเห็นดอกไม้สีขาวบานค่ะ เจนจะปีนขึ้นไปดูนะ 

 

 

ป้ากุ้งไม่ตามนะค่ะ  ห่วงกล้องพลาดตก  กล้องพังซ่อมแพงกว่ารักษาตัว

 

พูดยังไม่ทันจบดอกไม้ก็ร่วงลงมาในลำธาร 

 

เจนบอกว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ  แตะเบาๆก็ร่วงแล้วค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

เด็กป่ากับป้ากุ้งต่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน

 

 

 

 

 

ถ่ายภาพกับผลงานของตัวเอง 

 

 

 

บรรยากาศเหมือนที่ไหน  คุ้นๆอยู่ 193 วัน

 

หนูเจนคิดว่าเป็นไข่แมลงค่ะ

 

 

 

 

 

 

ป้ากุ้ง....นี้ลูกไม้ของเถาวัลย์ลิง

 

 

 

เจนค่ะ  ใบนี้ใหญ่มาก  รูปร่างแปลก รอยเลอะๆนี่มีทั้งสีขาว  น่าจะเป็นรา หรือพืชล้านปี พวกไลเคนป้ากุ้งไม่แน่ใจ 

 

 

 

เฟรินก้านดำ อีกชนิดหนึ่ง   เฟรินนี้มีวิวัฒนาการ มา4ooล้านปี  แต่เกิดทีหลังมอสและราค่ะ

 

 

 

เห็ดถ้วยค่ะป้ากุ้งตรงนี้ก็มี  ตรงนั้นก็มีค่ะ

 

 

 

นี่เป็นเห็ดหูหนู  เห็ดเป็นพืชสังเคราะห์แสงไม่เป็น เป็นเหตุปรุงอาหารไม่ได้ จึงปรับตัวกินซากเศษไม้หรือใบไม้  เป็นเทศบาลของป่านะค่ะ

 

 

 

 

 

ดอกไม้สีขาวและขิงจำปีเป็นพืชคลุมดิน  สำคัญต่อระบบความชุ่มชื้นของหน้าดิน

 

 

 

 

 

 

ขนนกจับแมลง  ส่วนอันใหญ่เจนรู้เลยว่าเป็นขนนกแก๊ก  หรือนกเงือกชนิดหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

น้องเจนดีใจ  ป่ามอสคือความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์สัญญลักษณ์ป่าชื้น  เป็นที่อาศัยให้ลูกน้อยต้นไทรมีกำเนิดบนหินก้อนนี้ สอง ต้น

 

 

 

นอนเงียบๆ  สุภาพต่อธรรมชาติ ดูนกกระเต็นน้อยธรรมดา บอกรักกันแต่เช้า บนเรือนภูสีหมอก

 

มาเที่ยวป่าปลายฝนกับน้องเจนกันค่ะ

 

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนสุดท้าย , ตอน ขอตั้งจิตอธิฐาน , ตอนเกินกว่าจะกล่าว..ขอบคุณค่ะ

 

 

แม่ยังยิ้มเป็นเด็กน่ารักเมื่อเดือนก่อน  วันนี้แม่ยิ้มไม่เป็นแล้ว  กลืนน้ำเป็นบ้างไม่ได้บ้าง กุ้งเห็นแม่นั่งได้  ผ่านไป 3วันแม่นั่งไม่เป็น ต้องจับพิงกำแพง 

 

เรืองบอกว่า วันนี้คุณยาย อมข้าวไม่กลืน  แต่พอจะป้อนคำใหม่ก็กลืนคำเก่า  อ้าปากรอคำใหม่

 

 

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-04 11:53:57 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนพบคำตอบให้ตัวเอง เมื่อเปิดใจเขียนหนังสือถึงแม่ จนถึงบรรทัดนี้

ตอนคำตอบให้ตัวเองเมื่อเปิดใจเขียนหนังสือ จนถึงบรรทัดนี้ 

 

 

 

 กุ้งไม่ตำหนิยาย สังคมของยายในสมัยโบราณ  ประเพณี ขนบธรรมเนียมเมื่อ 100 ปี ของยาย   การคาดหวังของยายต่อลูกสาวคนเดียว 

 

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-04 11:13:54 น. general 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนประโยคติดปากของแม่ , ไดอารี่หน้าสุดท้าย

ตอน

 

 

ประโยคติดปากของแม่

แม่มีแต่พูดว่า  แม่หนูขอร้อง หยุดทีเถอะ…..เท่านั้นทุกครั้งไปเป็นประโยค  กุ้งได้ยินบ่อยมากที่สุดเวลาแม่พูดกับยาย   

 

ถ้ากับพ่อ  แม่จะพูดว่า  คุณ….ขอร้อง หยุดทีเถอะ….. พูดไปก็ไม่เกิดอะไร เท่านั้นทุกครั้งไปเป็นประโยค  กุ้งได้ยินบ่อยมากที่สุด   

 

แม่ของกุ้งไม่เคยหาทางออกเรื่องนี้เจอเลยทั้งชีวิตจนพ่อตายจาก และยายตายตามหลัง



Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-04 10:27:32 น. general 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนยายกับพ่อห่ำหั่นกันไม่สิ้นสุด

 

ตอนยายกับพ่อห่ำหั่นกันไม่สิ้นสุด

 

 

 

 

แม่แต่งกับพ่ออายุห่างกัน 15  ปี แม่ยายกับลูกเขย ห่างกัน 5ปี  แม่คือลูกสาวคนเดียวที่นิ่งเงียบของยาย    พ่อคือคนที่แม่รักและคอยรองรับอามรมณ์ของพ่อ ที่มักพูกกับเสมอว่า  ลูกชายเกเรทั้งสองคนคือความผิดของแม่ ความทุกข์ทั้งการหาเงินและปัญหาร้ายๆของลูกชาย2คนๆยามเข้าสู่วัยรุ่น

 

 

 

 

พ่อของกุ้งรักหลานชายคนแรกเกิดจากพี่สาวมากๆ  ยอมเข้าบ้านอีกครั้งเพราะพี่สาวมีหลานชายให้ค่ะ

 

 

พ่อของกุ้งเห่อหลานคนนี้ เอาหลานเป็นสมบัติส่วนตัว  พ่อจะบอกสอนหลานให้เป็นคนดีเก่ง ตั้งใจเรียน

 

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-04 00:42:44 น. general 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนรู้จักพ่อ


 

ตอนรู้จักพ่อ 

 

เมื่อน้าชายแต่งงาน ย้ายออกไปไม่นาน   วันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งเข้าบ้านมา  และแม่บอกว่านี่คือพ่อ  พ่อหรือ  ทำไมต้องมีพ่อ ไม่มีความจำเป็นสักหน่อย  มีแม่ก็พอแล้ว   แต่พี่ๆเข้าไปกอดพ่อ  นอนคลุกเคล้าเล่นหัวเราะกับพ่ออย่างสนุกสนานมีความสุข  กุ้งไม่ได้รู้สึกอยากเข้าไปสนุกด้วยอย่างนั้นเลย  จากนั้นกุ้งก็อดนอนกับแม่ 

 

พ่อจะอยู่บ้านและหายไปหลายๆวันบ้างพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง  แม่บอกว่าพ่อไปทำงานต่างจังหวัด  กุ้งนึกได้ว่า เมื่อพ่อเข้า  ยายของกุ้งหายไป   กุ้งยิ่งชอบ เพราะยายเจ้าระเบียบไม่ให้กุ้งไปเล่นกับเพื่อนๆ     ช่วงไหนพ่อหายไป กุ้งมีความสุข  วิ่งเล่นตามสวนผลไม้อย่างร่าเริงเหมือนนก 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-03 23:46:02 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนซื้อบ้านใหม่เพื่อแม่และยาย

 

หมู่บ้านใหม่

เกิดขึ้นติดบ้านกุ้ง กุ้งกับพี่สาวเห็นพร้อมกันว่า   ลูกพี่สาวก็โตเป็นหนุ่มสาว แม่พี่กุ้งเหมือนเด็ก 3 เดือน
หญิงเรืองคนดูแลแม่ต้องนอนข้างๆ  คอยดูแลเวลาค่ำคืน ทั้งแม่และยาย   ทำให้เราพี่กับน้อง คิดซื้อบ้านให้ใหญ่กว่าเดิม และเราตกลงทุบรั้วบ้านทั้งหมดทะลุเดินได้2 หมู่บ้าน 4หลังคาเรือนค่ะ





Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-03 23:08:14 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนคิดว่าดีกับแม่เลือกเป็นโรคอัลไซเมอร์

ตอนเครื่องแก้ว  ของแม่

 

 

 

 

 

 

 

 

ในภาพยามเด็ก  แม่จะนำเครื่องเบญจรงค์  และชามสังคโลกมาเช็ดทำความสะอาด และค่อยๆบรรจงวางไว้ในตู้แก้ว  อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-03 22:27:15 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนพรสวรรค์ จากแม่ให้ลูกคนนี้

 
ชีวิตนี้ แม้ในยามยากจนที่สุด แม่มีของสวยงามประดับกาย ส่วนกุ้งมีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ มอซอ ไปวิ่งเล่นที่ไหน ก็มีแต่สายตาบอกตำแหน่ง ไอ้เด็กยากจน 

ธรรมชาติช่วยจิตใจไว้
 ติดตาภาพความสวยงามของแม่ มโนสวรรค์ประจำใจ สวยกว่าแม่ของเพื่อนๆด้วย แม้เพื่อนๆจะไม่เคยเห็นแม่ของกุ้ง   



Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-03 22:00:26 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนสมบัติแม่ , ตอนทำไมต้องเขียนถึงแม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 ตอนสมบัติของแม่

 พี่ไก่ และกุ้ง พยายามไปเที่ยวต่างจังหวัดทั้งครอบครัว และต้องเอาแม่ไปด้วยทุกครั้ง   แต่ละครั้งแม่ก็ทำเอาปวดหัว  แม่บอกว่า เครื่องประดับของแม่หาย  กุ้งบอกว่าแล้ว  แม่เอามาด้วยทำไม  กุ้งไม่ให้แม่ใส่  แต่แลกกับให้แม่เก็บไว้กับตัวได้

 

หากันทั้งคืน เพราะแม่ไม่ยอมนอน  ลื้อหาไปลื้อหามา    แม่บอกว่าเจอแล้ว  ทุกคนจึงได้นอนค่ะ

 

 

 

 

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-03 16:44:50 น. general 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนแม่ศรีเรือน ตอน ไม่มีคำตอบจากสวรรค์

 

ตอนแม่ศรีเรือน

ชอบพับผ้าที่สุด  ความเป็นแม่ศรีเรือน  แม้แม่จะเริ่มมีอาการมากขึ้น  ด้วยความเป็นคนรักสะอาด  มีระเบียบ  แม่จะช่วยเก็บผ้าที่ตากแห้งแล้วเก็บมาพับให้เรียบร้อย   ทุกคนในบ้าน ต้องเจอปัญหาเสื้อผ้าหายไม่ต้องตามที่ไหน  แม่จะเอาไปซ่อนไว้ในตู้ของแม่  แม้แต่กางเกงในลูกเขย  ชุดชั้นใน  ถุงเท้า 

 

 




Tag: ครอบครัว

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-02 23:02:39 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่เป็นอัลไซเมอร์ ตอน ลูกๆหงุดหงิด ,กับ ตอนดอกไม้พลาสติก

 

 เมื่อครั้งแม่เริ่มมีอาการใหม่ๆ จะพูดซ้ำๆกับเรื่องในอดีตหรือปัจจุบันที่เพิ่ง ผ่านมา  พูดหลายหนมากต่อวัน  และจำนวนการเล่าเรื่องเดิมๆมากขึ้นตาม   แต่พูดไปยิ้มไปด้วยความสุขของการเล่าเรื่อง  ลูกกับหลานๆจะบอกเหมือนกันว่า  แม่เล่าแล้ว  รู้แล้ว  ฉายหลายรอบแล้วค่ะ   

 

 

 




Tag:

เขียนโดย pkkk2714 ที่ 2009-07-02 13:09:48 น. general 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เมื่อมีแม่ เป็นอัลไซเมอร์

แม่เป็นอัลไซเมอร์

 

กุ้งจะต้องเป็นคนพาแม่อาบน้ำ สระผมเช็ดตัวแต่งตัวทาแป้งหอมๆ

 

 

แต่ถ้าหน้าหนาว จะพาแม่ไปสระผมที่ร้าน บางทีเดินทางไปทำธุระต่อ

 

 

แต่นัดเด็กที่บ้านให้ออกมารับแม่   ทางร้านสระผมจะมีเบอร์โทรที่บ้าน

 

 

บอกว่าคุณแม่สระผมเสร็จแล้ว ....ส่งคนมารับได้

 

 



WILD CHILD’ S FOREST

 

 

May 21, 2009.

  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  บ้านกร่างแคมป์สวรรค์ของนักดูนก   บันทึก เปิดรอคัดเลือกเรากับเด็กป่าอีก 6 คน 

 

  เป็นครั้งแรกเด็กกลุ่มนี้  ได้ร่วมกิจกรรมกับนักดูนกจากเมืองหลวง  ทั้งเป็นวันอาทิตย์เด็กบ้านป่าจะพบความจริง….นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยม ค้นหา  รอตามหานกป่า   

พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย  3ท่านอีก2ท่านเป็นคณะกรรมการและเป็นนักถ่ายนกมืออาชีพ 

สุดท้ายเป็นไกด์ประจำถิ่นในวงการดูนก คุณเปี๊ยกผู้จบเพียงแค่ประถม 4  เป็นชาวป่าแก่งกระจานและยึดอาชีพไกด์พาดูนกทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  มาร่วม20  ปี

 

ทั้งๆที่ เขียนหนังสือไทยตัวบวมเบี้ยวเหมือนลายมือด็กอนุบาล      ภาษาอังกฤษเขียนไม่เป็นแม้แต่ตัวเดียว 

 

 

 

 

 

 

ทุกท่านเป็น BIRD LEADER    เพื่อวันพิเศษสุดสำหรับเด็กป่าทั้ง6 คน   มี  BIRD LEADER   ระดับประเทศและอาเชี่ยนเป็นผู้นำการค้นหาเงื่อนชีวิตป่าถักร้อยร่วมกันสร้างป่าแก่งกระจานตัวจริง 

ป้ากุ้งหนูเห็นสัตว์ป่าตัวหนึ่งวิ่งตัดผ่านหน้าไป  ตัวมันสีน้ำตาล  หางเป็นพวง

 

หมาไม้หรือเปล่าลูก  แต่หมาไม้สีเทา และอยู่รวมเป็นฝูง 

 เมื่อเจอลุงเปี๊ยก  ลุงเปี๊ยกบอกว่า มันเป็นพังพอน กินปู 

เจนของเราตื่นเต้นที่ตัวเองธรรมชาติคัดเลือกได้เป็นผู้เห็นเพียงคนเดียวจาก 40กว่าชีวิตดั้นด้นจากเมืองหลวง 

ลุงเปี๊ยกเสริมอีกว่า  พังพอนไม่กลัวงูเห่า แม้งูจะกัดพังพอนก็ไม่ตาย

 

 

บนเส้นทางเราธรรมชาติผืนนี้การหานกเป็นเรื่องยากมาก ซ้ำฝนป่าตกไปเรื่อยๆ ทำให้นกต้องซ่อนหลบฝน และใบไม้หลู่หนักปิดพรางนกได้เป็นอย่างดี 

 เมื่อฝนหยุดลง เราบอกเด็กๆให้เงียบ  และถามว่า ฝนหยุดหรือยัง  เด็กบางคนบอกว่าหยุดแล้วครับ  รู้ได้ยังไงว่าฝนหยุดแล้ว

มองที่โล่งในแอ่งน้ำครับ  ไม่มีน้ำฝนหยดเตะๆ อีกแล้วน้ำนิ่งครับผม

เราถามว่า ยังได้ยินฝนตกเปาะแปะกระทบใบไม้อยู่หรือเปล่า   จริงครับป้ากุ้ง ผมจึงลังเลว่าฝนหยุดแล้วหรือยัง 

 

 

 

 

 

 

คำตอบที่มีให้เด็กน้อย  ใบไม้เหล่านี้รองรับและเก็บน้ำฝนก่อนไหลรินหยดลงสู่ใบล่างและใบล่างรอรับส่งต่อกันจนถึงพื้นป่า

 

บนพื้นเศษใบไม้ตายซ้อนทับกักเก็บน้ำรวบความชื้นคืนเก็บไว้ใต้รากก่อนให้รากเก็บไว้เป็นน้ำใต้ดิน 

อาจารย์อมร ชี้ไปที่รังพญาปากว้างdusky board bill   ให้สังเกตุว่ารังอยู่ปลายเรียวสุดของไม้มีหนาม    ก่อนรังที่โค้งหนักย้อยเกือบ 1  เมตรจะไม่มีใบไม้เหลือเกาะติดกิ่งเลย  นกจะลิดใบพวกนั้นก่อนทำรังหรือเอาใบพวกนั้นมาป็นส่วนประกอบการทำรัง

 ธรรมชาติสร้างกลไกป้องกันสัตว์ร้ายจ้อง  ไต่ลงมากินลูกนก  งู  หรือกระรอกดง  พังพอน  นางอาย และอีกหลายชนิด

ป้ากุ้งข้างหน้า มีงู   มันจะเลื้อยออกมา  แต่ตอนนี้มันเลื้อยกลับทางเดิม   งูเข้าไปขดซุกตัว พร้อมต่อสู้กับพวกเรา

จากระยะยืนมอง 8-10 เมตร    พวกเราพร้อมกล้องสองตา  ยกมองเห็นงูเหมือนห่างจากเราแค่เมตรเดียว   ต่างวิเคราะห์ว่าเป็นงูอะไร  

ชายคนหนึ่งกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นงูเห่า เพราะไม่เห็นดอกจัน  แต่เราบอกว่า น่าจะเป็นงูมีพิษและเป็นงูเห่า  สีเข้มออกสีดำ  ไม่กลัวคนสังเกตจากการเลื้อยอย่างช้าๆ  

 

 

 

เจมส์ ป้ากุ้งครับ   กิ่งนั้นครับ ใบไม้กระดิกกระดิก   ตัวสีเขียวครับ  เราส่องกล้องตามเด็กป่า  เห็นนกเขาเปล้า ตัวผู้สีเขียว ปีกข้างสีแดงเลือกหมู   ปากคาบลูกไทรสีแดงไว้เดินไปตามกิ่งไทรอุ้ยอ้ายก้นดุ๊กดิ๊กไปหาผลใหม่สีแดงสด 

 

 

 

เจมส์อีกแล้ว ป้ากุ้ง อีกตัวครับใกล้กันเลย    สีเขียวแต่ไม่ใช่นกเขาเปล้าครับ  

แน่ใจหรือครับ อาจเป็นตัวเมียก็ได้นะ 

ผมแน่ใจว่าไมใช่  เพราะการเกาะ ตั้งฉากกับกิ่งไม้ ไม่เป็นแนวขนานครับ  คล้ายนกโพระดกมากกว่าครับ 

เมื่อกล้องเราตามเด็กน้อย     คำตอบมีให้แล้ว  นกโพระดกหูเขียวgreen- eared barbet   คล้ายๆกับโพระดกตีทองแถวบ้านหรือเปล่า  copper smith barbet

 

 

 

 

 

จริงครับป้ากุ้ง……………… 

นกกกหรือนกกาฮัง  เกาะต้นไทรใหญ่ข้างหน้า  ครั้งนี้ลูกไทรเป็นผลสีเหลือง  เสียงจากbird leader คุณวิชา ณ รังสี 

 

 

 

 

 

 

 

 

นกกกหรือกาฮังเป็นตระกูลนกเงือกขนาดใหญ่  สังเกตุที่ดวงตานะครับตัวผู้จะมีดวงตาสีแดง  และปลายปากใหญ่จะมีสีดำแต้มอยู่  นี้คือความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย 

 

 

 

 

สายฝนและเส้นทางเดินป่าไม่ทำให้เด็กงอแง ว่าเมื่อย หรือแสดงความเบื่อออกมา    เสียงนกสาริกาเขียวร้องดังมากและซ่อนตัวอยู่จากจุดที่พอจะส่งสายตาพร้อมกล้อมลอดใบไม้ลอดกิ่งไม้หาตามเสียง  

 

ในเงามืดคลื้มป่าช่วยซ่อนนกตัวใหญ่สีเขียวสด  ปากยาวโค้งสีแดงจัดจ้าน     ส่งเสียงร้องไม่ยอมหยุด บอกว่านี่เป็นถิ่นของเรา  เราอยู่ตรงนี้

 

 

 

นกยืนผิวปากอยู่นาน เพื่อให้ทุกคนเข้าป่าแก่งกระจานบ้านกร่างมีความพยายามได้เห็นกัน    สำคัญทำไมไม่ทุกคน   ลับลวงพราง

นกขุนแผนอกส้ม และนกพญาปากกว้างอกสีเงิน  ทำให้เหล่าบรรดานักดูนกหน้าใหม่  ต่างร้องครางออกมายามส่องกล้องพบสบตาใสบริสุทธิ์ของนกป่าเหมือนใกล้แค่คืบเอง 

 

 

 

 

 

ลำธารละอองใสกับก้อนหิน แสงแดดลอดใบไม้สูงลงมาอ่อนๆ  สายฝนเพิ่งหมาดไป   เด็กป่าคือของคู่กัน

จนคุณวิชาต้องออกมาเตือนถึง 2 หน     เด็กป่าของเราสนุกจนลืมละทิ้งมารยาทของการเข้าป่าดูนกเสียแล้ว 

 

 

 

ป้ากุ้งค่ะนี่ลูกอะไรค่ะ  มีทั้งเขียว แดงสด และแดงคล้ำ สุดท้ายเป็นสีน้ำตาลแก่  เราลองหยิบสีแดงสดขึ้นมาจากพื้นและลองกัด ก่อนเอาลิ้นแตะมีรสหวาน 

 

 

รสหวานทำให้เราลองอีกครั้งและนานกว่าเก่า  อีกสักครั้งเถอะ  เด็กลองทำตามบ้าง

ลุงเปี๊ยกบอกว่า  ลูกมะหวดป่า  ที่ร่วงหล่นมานี่นกกินบ้าง กระรอก ชะนี ค่าง  ให้ล่วงหล่นเผื่อเก้งกวาง  หมูป่า เม่นจะได้เก็บกินบ้างไง 

 

 

 

 

 

ดอกพนมสวรรค์  แดงเป็นพุ่มโต  กับผีเสื้อ ป่านนานาชนิด  เราบอกน้องเจน ทายตัวไหนตัวไหนเป็นผีเสื้อ ปลายปีกส้มใหญ่

น้องเจนชี้ว่าตัวนี้ค่ะ  เราใบ้บอกให้ ถ้ามีปลายปีกส้มใหญ่  ก็ต้องมีปลายปีกส้ม… เล็ก น้องเจนต่อเองค่ะ  และเรายังไม่เห็นกัน  

กระทิงให้ก้นตัวเองชัดๆ แก่เด็กป่า    เสียงเด็กๆตื่นเต้โกลาหล  กลับไล่กระทิงสีน้ำตาลไหม้ตัวใหญ่หายไปในป่าทึบข้างหน้า 

 

 

 

 

 ทิ้งไว้แต่ความดีใจในใจทุกคนที่เห็นพี่กระทิงใส่ถุงเท้าขาว 

 

 

 

 

 

บนรถ คุณเปี๊ยกย้ำให้เราและอาจารย์อมร  เด็กหญิงเจนมีแววมากนะครับ 

คุณกุ้งส่งเสริมให้ดีครับเด็กคนนี้ 

 ใจเราเห็นพ้องแต่ไม่ยอมทิ้งที่เหลือ  คำพูดของเจมส์ 

ป้ากุ้งครับ ฟลุ๊กเล่นอีกแล้ว  และเดินจากเรา  ไปหานกเพียงคนเดียว 

ม๊อดเห็นไหมลูก  ถัดจากป่าไผ่  เห็นตันไม้ใหญ่สีขาวมีสามง่าม  มองให้ลึกเลยง่ามไม้ทางซ้าย  สูงระดับเดียว…..  เห็นแล้วครับ  ตัวสีเขียว  ปากแดง เท้าแดง  คาดหน้ากากสีดำ  สวยมากๆ ป้ากุ้ง  มันอ้าปากร้องไม่ยอมหยุดเลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กชายต่ายไปไหนมาลูกผมตามหาพญากระรอกครับ  เมื่อเช้าผมเห็นตรงนี้   ป้ากุ้งว่ามันต้องย้ายไปกินผลไม้ต้นอื่นบ้างแล้ว

 

 

 

 

 

 

ฝูงคนเฝ้าถ่ายภาพนก  หัวขวานทำรังในโพรงไม้ผุ   อีกกลุ่มตั้งแต่เช้า  พญาปากกว้างท้องแดง กับอุปกรณ์กล้องราคาตัวละเป็นแสน

 

 

 

เราเปรียบเทียบให้เห็นกับรายได้ไกด์คุณเปี๊ยก ผู้ไม่รู้หนังสือ  นักดูนกใช้รถราคาหลายแสนตามหานกป่า กล้องราคาเป็นแสน  อุปกรณ์เดินป่า   คือเงินจากการทำงาน  มีความรู้เรียนสูงๆทุกคน 

ยกมือไหว้คน ป 4  ด้วยความเคารพ  นักถ่ายภาพ นักดูนก  หรือแม้แต่ตัวเรา  เรียกคุณเปี๊ยกว่า….อาจารย์เปี๊ยก 

 

 

 

 

คำถามเจนจิราอีกครั้ง…….  ดักแด้ของแมลง แต่ป้ากุ้งไม่รู้ว่าเป็นแมลงชนิดไหนค่ะ  สีเขียวใบตองก้อนเล็กเท่านิ้วก้อย    ห้อยกับกิ่งไม้สูงจากพื้นดิน   50  ซม 

เราแหงนหน้าตามเสียงเจนจิรา   ป้ากุ้งนกอะไรค่ะ 

 

 

 

 

 

 

เรายกกล้องแต่ย้อนแสง  ต้องเดินถอยหลังพยายามหามุมมองอีกหน    เสียงอาจารย์อมร black-tight falcnnet  ให้ทุกคนดูที่ขานะครับ  จะมีแข้งสีดำ  จะเป็นตระกูลเหยี่ยวที่เล็กที่สุด 

ชื่อไทยคือเหยี่ยวแมลงปอขาดำ  แปลกที่สุดครั้งนี้นกทยอยเข้ามาเกาะกิ่งแห้งหยาบ ที่ละตัว…..มีถึง4 ตัวด้วยกัน   เป็นครั้งแรกสำหรบชีวิตเรามีโอกาสพบนกตัวนี้ 4 ตัว ในเวลาเดียวกัน 

เจนกับเด็กๆถามเราว่า มันกินอะไรเป็นอาหาร  เราตอบอย่างคนฉลาด  แมลง จิ้งเหลน มั้งลูก  เด็กชายเดีย…..ชี้ใหม่ที่นกเหยี่ยวแมลงปอขาดำโฉบแมลงเข้ามาเกาะกินเหยื่อให้ดูบนกิ่งเดิมอีกหน 

 

 

 

 

 

 

ป้ากุ้งมันกินแมลงปอ  ปีกแมลงปอปลิวร่วงลงมาทางกล้องกับดวงตาของเรา  เด็กส่งเสียงบอกต่อ ทุกคนตามองผ่านกล้องจริงๆด้วย ปีกแมลงปอกำลังลอยลงมา 

 

 

 

 

บนเส้นทางเดินชม ค้นหาชีวิตน้อยมีปีก  เราพยายามบอกเด็กอย่ามาเดินกับป้ากุ้ง  ให้ไปเดินกับอาจารย์ท่านอื่นๆ  ทุกท่านเก่งกว่าป้ากุ้ง  และนี่เป็นโอกาสพิเศษของพวกหนูนะลูก 

เมื่อถึงเวลานี้ เรารู้เต็มอกว่า  ความรู้ที่เรามีไม่พอแก่การสอนเด็กๆ  เสียแล้ว  ทุกคนตาไว ฉลาด ช่างอยากรู้ไปเสียทุกอย่าง  

ป่าทุกป่ามีอะไร รอการถามตอบอีกไม่สิ้นสุด 

เมื่อเดินจากป่า  ลองหันกลับไปมอง ทุกคนจะเห็นป่ายืนรอส่งเราทุกคนไม่แต่เท่านั้นป่ารอเรากลับไป 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณสมาคมอนุรักษ์นก และธรรมชาติแห่งประเทสไทย  ให้วันนี้แก่เด็กชายขอบป่าแก่งกระจาน

 

 อาจารย์  อมร ลิ่วกีรติยุคกุล

 

คุณ สมิธร์  สูติบุตร์

 

คุณ วิชา  ณ รังษี

 

คุณเปี๊ยก

 

และstaff ทุกคนน่ารักมากๆค่ะ

………………………………………… 

 

หวย.....เป็นเรื่องใหญ่ สำหรับสาวบ้านนี้

 

 

วันจันทร์เรานั่งอยู่กับกองผ้า  ออกแบบเสื้อผ้าแนวที่เราเป็น  และนำเสนอ

 

 

 

 

 

นึกถึงผ้าม่านที่เราออกแบบไว้ให้สาวเรืองทำให้เสร็จวันจันทร์นี้

 

 

ก่อนโทรตามติดเรื่องนี้กับสาวเรือง

 

 

สาวเรืองบอกว่า 

 

 

เดี๋ยวเดินไปหา

 

 

 

 

 

ไม่นานเรืองก็มาหา 

 

มาถึงก็หอมเจ้าหมาลูกรัก

 

 

เย็บผ้าได้แป๊บเดียวก็วิ่งไปดูละครทีวี

 

 พอโฆษณาเดินกลับมาเย็บผ้า

 

 

พร้อมกับพูดๆๆๆๆๆ   พูดไม่หยุดดดดดดด

 

 

เราบอกว่าเป็นอะไร.....เรือง  พูดอยู่ได้ 

 

 

พี่หนูต้องพูดเยอะวันนี้  พูดให้เยอะที่สุด

 

 

ทำไม

 

อ้าวพี่....วันนี้วันที่  14

 

คืนนี้จะได้ฟุ้งซ่าน.....ฝันมากๆ.......เรื่องที่หนูพูดออกไป

 

พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้ตีเป็นตัวเลข

 

................................................................................

 

 

 

 

ก่อนหวยออกงวดก่อนนะพี่

 

หนูฝันเหนื่อยมาก หายใจแทบไม่ทัน

 

แล้วฝันอะไรหละ

 

ฝันว่าปั่นจักรยานในหมู่บ้านไปทุกซอยเลย  ตามหาเลขหวย   ( RC)

 

......................................................................................

 

 

 

 

หวยงวด ตุลา วันที่ 16  2551

 

เรืองคำนวน  ได้ตัวเลข   267   

 

แต่หวยออก    277 

 

เรืองได้แต่คร่ำครวญ  แต่ไม่มีใครในบ้านสงสาร 

 

เราถามว่าเอามาจากไหน

 

อ้าว พี่ง่ายมาก สมชายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย

 

เกิดเรื่อง วันที่ 7  ตุลามคม  ตำรวจฆ่าประชาชน   เป็นที่มาของตัวเลข 267  ไงพี่

 

คนอื่นๆในบ้านเป็นลมก็มี   แก๊สเข้าตา บางคนในบ้านแพ้แก๊สน้ำตา อาเจียรตั้งหลายรอบ  วิ่งล้มลุกคลุกคลาน

 

แต่สาวเรืองไปด้วยไม่ได้ต้องอยู่เฝ้าคุณแม่พี่กุ้งค่ะ

 

 

  เพื่อนชาวนา กับจาน astv

May 16, 2009.

ก่อนรถเราวิ่งเข้าแก่งกระจาน ผาด่างบ้านป่าของเรา  เส้นทางเปลี่ยนเล็กน้อย 

รถตรงไปท่ายาง  ชุมชนบ้านบึงกระจับก่อน   

 

 

บ้านเดิมของเราอยู่มาเกือบ 10 ปี 

เราย้ายถอนมาทั้งเสาเรือน  และต้นไม้ใหญ่หลายต้น  ทอดทิ้งเหล่าต้นไม้มีชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก

เป็นอิสระ สู่ธรรมชาติอย่างแท้จริง 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เรากลับไปหาเพื่อนบ้านของเรา  เพื่อนเป็นชาวนา  ยากจน หนึ้สินธกส เหมือนชาวนาทั่วไป  แต่มีความสุขตามประสาครอบครัวพอเพียง 

 

 เรากลับไปทำไม  ช่างติดตั้งจานดาวเทียมคนหน้าเดิมรอเราอยู่   เพื่อนชาวนา  ชื่อสำรวย ซื่อๆตื่นๆ  แต่ดีใจกับของฟรี  โก้ที่สุดในหมู่บ้าน ได้ดู astv  

เมียนั้นชื่อจรูน  หญิงเหล็กแห่งบ้านนา   พูดคุยกับเราวางแผนอนาคตปลูกผักปลอดสารพิษกัน 

 

 

 

 

 

 

เธอเป็นมืออาชีพค่ะ  เป็น อสม  เป็นคนจริง คนเก่ง  คอยช่วยเหลือติดตามข่าวราชการที่เป็นประโยชน์ต่อคนแก่ คนพิการในหมู่บ้าน และเด็ก ผู้หญิงบางคนที่ขาดโอกาส 

 หามุมติดตั้ง astv บนหลังคา   เราบอกสำรวยว่ามายืนเกาะบันไดหน่อย จะได้รู้ว้าหน้าชาวนาซื่อๆของเราเป็นยังไง 

ส่วนช่างติดตั้ง ทำงานอย่างชำนาญ ไม่มีการทักทายให้ยาวเหยียด   มาถึงก็เดินไปหยิบจานastv จากท้ายรถกระบะของเรา  และเราก็ไม่ชอบคุยกับช่างติดตั้งคนนี้ด้วย  ไม่ใช่ไม่ชอบหน้ากัน 

 

 

 

 

 

 

 จานastv อันล่าสุดนี้  ทำให้เรารู้ว่าคำตอบทุกอย่าง ทำไมตาเบิ้งคนนี้ ทำงานคนเดียวตลอด 

 

ทุกครั้งเวลามีปัญหา สัญญาณขัดข้อง  ต้องโทรตามให้มาแก้ปัญหา หลายคนพยามยามใช้วิธีครูพักลักจำ ชาวบ้านบางคนหลอกถามเทคนิค   แต่ทำไม่ได้

 

 ทำไมไม่มีลูกน้องช่วย ไม่มีคู่แข่งในเขตนี้อีกต่างหาก 

แกพูดเหน่อมากๆๆๆๆๆๆๆ  แถมติดอ่างงงงงงงงง…… แต่ถ้าหลุดจากคำติดอ่างได้ต่อมาจะเป็นเสียงที่เร็วกว่าแสง   ฟังยากไม่รู้เรื่องสักทีได้แต่พยักหน้าตามแกไป  

 

 

แล้วจะสอนยังไงสอนลูกน้องแต่พูดติดอ่างแถมเร็วปี๊ดอีกด้วย  เป็นอย่างนี้ใครไหนจะเข้าใจ 

 

 

 

 

พอติดตั้งเสร็จรับเงินค่าติดตั้ง  แกรีบไหว้และลาเราอย่างรวดเร็ว

เราถามว่าทำไมรีบกลับจัง  ตาเบิ้ง  แกบอกว่าไม่ได้หรอก เจอกับเจ๊ผาด่างทีไร ติดแต่จาน astv ทักษินจะมายิงผมตาย  ตาสำรวยชาวนาเสียงเหน่อช่วยแปลให้อีกที 

 

 

 

 

 

 

 

May 18  , 2009  ตามแผนที่ลายแทง  บ้านนกเงือก นกจับแมลงจุกดำทำรัง มีลูก3 ตัว  พ่อนกกับแม่นกสลับกันบินเข้ามาป้อนอาหาร  ถ้าแม่เข้ามาจะรอจนกว่าพ่อจะมาพอตัวพ่อเกาะกิ่ง   ตัวแม่นกจะบินไปหาอาหารทันที   เสียงเล่าลือทำให้เราอยากเห็นบ้าง 

 

 

 

 

 

 

 

เราเดินมาหยุดตามลายแทง รังนกอยู่ตรงไหนนะ  ลูกนกไม่ส่งเสี….  อะไรบินฉียดหน้าเรา  พ่อนก เกาะรังลูกนกชะเง้อหัวทันที  กินอาหารอย่างไม่รู้จักอิ่ม  ห่างเราแค่ 1 เมตร  พ่อนกมองเรา  มันใกล้เกินไปและไม่มีอะไรซ่อนเราไว้จากสายตานก    

 

 

 

 แต่นี่เป็นครั้งแรก รังนกกับชีวิตใหม่ชาวผาด่าง 3 ตัว  หากเรายืนตรงนั้น  คือการเติมภาระความห่วงลูกน้อย  ทั้งศัตรูทางธรรมชาติ  เจ้ากระรอก  งู หรือแม้แต่นกใหญ่ด้วยกัน

 

 

 

เราถอยหลังเดินจากรังยุ่ง    เสียใจกับความอยากเห็นอยากรู้ของตัวเอง   

 

 

 บนบ้านภูสีหมอก  เจ้าทั้งสองสลับโผมาใกล้ต้นไม้กลางบ้าน หาหนอนไม่นานก็บินกลับรังพร้อมหนอนตัวโตเต็มปาก

ธรรมชาติปราณีให้นกน้อยพ่อหล่อและแม่นกสีนวลบินวนใกล้ๆ  หรือขอบใจกับการหันหลังจากบ้านรังน้อยของเจ้า 

 

 

 

 

 

สุดท้ายก่อนกลับเมือง  คุณอ้วนแนะให้เราทำหมูทอดไปเลี้ยงเสริมอาหารกลางวันเด็กป่าด่านโง  ก่อนสำทับอีกที คุณกุ้งให้มีของหวานด้วยแล้วกัน   เราเลือกรวมบวดเป็นของหวาน (ฟักทอง มัน เผือก) เด็กบ้านป่าจะได้อาหารที่มีวิตะมินมากๆ 

 

 

 

 

ทั้งastv  และอาหารกลางวันเด็ก  มาจากกองทุนช่วยเหลือเด็กบ้านป่าของคุณอ้วนและครอบครัว 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกอย่างเราทำ มีความสุขกลับคืนให้ทุกครั้งไป  ตัวอักษรเหล่านี้ กาลเวลาที่เปลี่ยนไปข้างหน้า เราหยุดและกลับมาอ่านได้นับครั้งไม่ถ้วน  แน่ใจได้ว่าความสุขจะเพิ่มขึ้น  กว่าวันนี้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันจันทร์, มิถุนายน 15, 2009

ความเหงา




ความเหงามาหา ยามเราคิดถึงหรือห่างไกลจากบางอย่าง

ความเหงาเตรียมพร้อมทุกเวลานาทีทันทีที่เราเรียกหา


ความเหงา น่าจะเป็น มิตรภาพระหว่างกันตั้งแต่เราเริ่มรู้จักคำว่าคิดถึง



.............................................................................................................



ท้องฟ้า ทะเลไกลใจเราจรดให้

พบกันที่ปลายฟ้า และปลายน้ำ

ดวงตะวันกำลังเดินไปหาเพื่อสมทบกันก่อนจากฟ้าลงไปหาพื้นน้ำ


ไม่ทันไร

ดวงจันทร์ แตะฟ้าต่ำและค่อยเคลื่อนสูงเด่น


บ้างเสี้ยวน้อย บางเต็มดวงเพียงบางคืนโอละหนอ รูปพาไปค่ะ น้องเมย์


………….................................................................



การได้แอบ เก็บ, แอบ ทำ, แอบรักตัวแอบนี้กระตุ้นให้ชีวิตเรามีความหวัง


เหมือนพบของใหม่ๆ

บางทีก็....ก็

อยากให้พรุ่งนี้มาถึงไวๆ

หรืออยากให้เมื่อวานกลับมาอีกหลายๆหน

ยิ่งกว่านั้นบางทีก็จับเวลาให้หยุดไปเลย

…………………………………….





ลมพัดเมฆน้อย ใหญ่ จากซ้ายมือมาหยุดตรงนี้ แล้วหมุนเบาๆอ้อมไปหอบก้อนเมฆขาวๆมารวมเพิ่มขึ้นอีก

ทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จากสีขาว เมฆนุ่มปุยอย่างเราค่อยๆเปลี่ยนสีไป

เราพยายามบอกคนข้างล่าง

ว่าจุดจบของเรามาถึงแล้ว เมฆกำลังกลายเป็นน้ำ

น้ำที่เป็นสายชีวิตของพวกคนข้างล่าง และทุกสรรพชีวิต

อย่าบ่นนักเลยว่าฝนตกอีกแล้ว

ขาดเมฆอย่างเราซึ่งต้องทำงานหนัก

ต้องอาศัยให้จ้าวแห่งลมพาพวกเมฆอย่างเราเดินทางไปทุกที่ทั่วโลก

ตามฤดูกาล

เพื่ออะไรกัน.........

…………………………………………………………….


มีเพื่อนพี่กุ้งคนหนึ่งกล่าวว่าเมือไรที่ผู้หญิงมีอายุเลย 40 ขึ้นไป



จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ ในจิตและพลังของผู้หญิงทุกคนความคิด


ความสามารถ การตัดสินใจ การวางเป้าหมาย หรือวางแผนเกี่ยวกับชีวิตและสังคม

จะเลิศล้ำสุดลึกยากพรรณณา

แม้แต่ตัวเองยังต้องประหลาดใจว่าพลังจิตนี้มาจากไหนและสถิตย์กับใจเรานานเท่าไรแล้ว

……………………………………………………………………………..



 

วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2009

ขนมของแม่ ดอกไม้ของฉัน กับรถอย่างพ่อ

 
เคยไปสัตหีบกับเพื่อนๆ ลงรถแล้วต่อกิจกรรมไปกาญจนบุรีทางรถไฟ


กับเพื่อนอีกกลุ่ม

ขอแม่จะบอกว่ามี2ทริป ติดเรียงกันไป มั่นใจว่าคงได้ไปที่เดียว


จะบอกเพื่อนก็กลัวเพื่อนอีกกลุ่มจะเสียใจ หากเราเลือกที่ใดที่หนึ่ง


ตัดสินใจโกหกแม่ ว่าไปสัตหีบเพียงที่เดียว


พอกลับมากเล่าให้ฟังว่าสนุกอย่างไรบ้างมีนั่งรถไฟด้วย


ผ่านไป 3วัน พ่อเรียกลงมา ถามว่าไปไหนแน่


เราเงียบอย่างเดียว


พ่อบอกว่าการไปสัตหีบไม่มีรถไฟวิ่ง


คำตอบที่ชัดเจนอย่างนี้


นึกถึงแล้วไม่เสียใจที่โกหกพ่อแม่


แต่ดีใจทำให้รู้ว่า ผู้ใหญ่ฉลาดกว่าเราเสมอ แม้โลกจะเปลี่ยนไป


สอนให้รู้ว่าการโกหก นำความอับอายตัวเองและพี่น้อง พ่อแม่ ที่จ้องมองอยู่


.....................................................................................................................................




ผ่านจากทางสวนผลไม้ ลัดเลาะถึงทางเดินเรียบทางรถไฟ บางขุนเทียนดาวคะนอง

สองคนแม่และลูกสาววัย 8 ขวบแม่มีขนมรังนกจะเอาไปขายท่ารถเมล์


ลูกสาวใจจรดจ่อตู๊กตาหน้าร้าน รู้ว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ

แต่ขอตามแม่ไปดูตุ๊กตาตัวนั้น


เด็กหญิงเดินบ้างวิ่งบ้างไปมาข้างถนนเหล็ก


บางทีหยิบหินใต้รางเขี้วงออกไปหาทุ่งหญ้า


บ้างก้อนปาใส่น้ำดังตุ๋มหรือทรงตัวยืนเอนไปมาบนราง


รอแม่คนสวยเดินอย่างช้าๆถือหม้อขนมอย่างระมัดระวัง


แม่เป็นคนเรียบร้อยจะนั่ง จะยืน จะเดินคือแม่พลอย ของสี่แผ่นดิน


พี่ๆเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนแม่เป็นลูกคนรวย


แต่สำหรับเรา จำความได้รู้จักแต่ความจน


ภาพของพี่ๆเล่าให้ฟัง นึกไม่ออกว่าความรวยเป็นอย่างไร


เป็นเพียงลูกสาวมอมแมมของแม่ ผมยาวเหยียดสีดำปลายยุ่ง


แม้แม่จะพยายามหวีถักเปียให้น่ารัก ก็ไม่เคยเกิน 10นาที

มีความจนอยู่ในหัวใจ เรียกตัวเองได้เต็มปากว่าเป็นเด็กยากจน

วิ่งเล่นตามสวนผลไม้ของชาวบ้าน สนามเด็กเล่นคือร่องสวน

ลุยโคลน จับปลา วิดปลา เก็บผลไม้ ผจญภัยสร้างเรื่องราวจินตนาการ

แต่ละวันแต่ละเรื่องไม่ซ้ำกัน

บางวันปลาที่จับได้ มาเอากะทะในบ้าน

เอาน้ำมันหมูหัดจุดเตาทอดปลาเอง สุกบ้าง ไม่สุกบ้าง กินกันเอง

วันนี้มีคำตอบ ทำไมแม่ให้อิสระลูกคนนี้มากเหลือเกิน

เพราะแม่เป็นลูกสาวคนเดียว แม่ถูกบังคับให้เป็นกุลสตรี

เมื่อแม่มีเรา เราจึงเป็นตัวแทนความอิสระที่แม่ไม่เคยมี

แม่ที่น่าสงสารของลูก

......................................................................................................................................................


..ที่บ้าน ตั้งแต่คุณยาย คุณแม่ พี่สาว

ตัวเราจะมีกิจกรรมให้รำไทยมาตั้งแต่เด็ก


วันนี้คุณยายวัย 100ปีกับ 10 วันจากไปแล้ว


ฉิ่งซึ่งอายุแก่กว่าตัวเราเป็นมรดกค่ะ

ยายจะสอน รำเทพพนม


บังคับคุกเข่า

นั่งจับมือบิดให้โค้งงอเหมือนเราเป็นตุ๊กตา

โตอีกหน่อย รำวงมาตรฐาน

หลังจากนั้น หาเรื่องเต้น เรื่องรำเอง

เหมือนกับมอบความอมตะของตระกูลให้แล้ว

เมื่อแสงแห่งชีวิตเปิด

ที่เหลือก็เป็นเรืองของเรา เดินทาง รำ เต้นเองต่อไป


เพลงระบำเทพบันเทิง (ร้องแขกเชิญเจ้า)

เหล่าข้าพระบาท ขอวโรกาสเทวฤทธิ์อดิสร

ขอฟ้อนกรายรำร่ายถวายกร บำเรอปิ่นอมรปะตาระกาหลา


ผู้ทรงพระคุณยิ่งบุญบารมี เพื่อเทวบดีสุขสมรมยา

เถลิงเทพสิมาพิมาณสำราญฤทัย(สร้อย)


สุรศักดิ์ประสิทธิ์ สุรฤทธิ์กำจาย ทรงสราญพระกาย


ทรงสบายพระทัยถวายอินทรีย์ต่างมาลีบูชา


ถวายดวงตาต่างประทีบจำรัสไขถ้อยคำอำไพต่างธูปหอมจุณจันทน์


ถวายดวงจิตอัญชลิตวรคุณที่ทรงการุณย์ผองข้ามาแต่บรรพ์ ถวายชีวัน รองบาทจนบรรลัย (สร้อย)

…………………………………………

วัยเด็กธรรมชาติจะให้ความทรงจำ ลึก ถึงลึกมากฝังอยู่ในหัวใจ

ตอนเล็กๆอนุบาล แม่กับพ่อส่งไปอยู่อ่างฬิลา จังหวัดชลบุรี

เป็นโรงเรียนประจำมีแค่อนุบาล- ประถมอยู่กับพี่ๆทั้งหมด 4 คน


เรายังจำความไม่ได้เท่าไหร่ รู้แต่ว่ามีนอนกลางวัน


เราแกล้งหลับแต่เปลือกตากระพริบๆ


ครูก็เดินมาตีหนึ่งเพียะ ก่อนหลับไปเลยเร็วกว่าความเจ็บจะหายด้วยซ้ำ


ตื่นมาทุกเช้าเราจะวิ่งไปคลุกคลีกับคนงานแก่ๆ ข้างใต้ถุนโรงเรียน

เราเรียกว่าตาฮก เราชอบไปคุยกับแกเล่นกับคนแก่


มากกว่าจะเล่นกับเพื่อนๆวัยเดียวกัน


ตาฮกจะเก็บลูกจันทร์สีเหลืองกลมแป้นไว้ให้เราเสมอ


เพราะว่าเราชอบกลิ่นหอม


และวางไว้บนโต๊ะเรียน


จำได้แม่นยำว่ามีคืนหนึ่งคือคืนพิเศษอาภัสรา หงษ์สกุลได้เป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย


จะมีเทปให้คนไทยได้ดู ครูบอกว่าสัญญาจะปลุกเราให้ได้ดูตื่นเต้นมาก

แต่ก็หลับเพราะครูตีอีกแล้ว


รูบอกว่ามาปลุก มาเรียก เด็กหญิงคนนี้ก็ไม่ยอมตื่นเลย


ไม่เคยได้ดู นางงามจักรวาลคนนี้ ทำไมจึงสวยและได้ตำแหน่งมาค่ะ


.................................


แม่มักจะพูดถึงลูกคนนี้ด้วยความโอ่นิดๆค่ะว่าเราเป็นเด็กชอบทานผัก


แม่ชอบถามว่า วันนี้จะกินอะไร ลูกขอผัดผักคะน้าและแม่มักรู้ใจ ทำให้กินบ่อยมาก


แม่รู้ไปหมด ว่าผักโปรดของเราคืออะไรคะน้า กระหล่ำปลี แตงกวา กับ ถั่วฝักยาว


แม่ส่งให้กัดกินเล่น ต่างผลไม้ค่ะ ชะอม ผักกระเฉด ตำลึงจิ้มน้ำพริก


มีผักบุ้งเราลังเลนิดๆ แม่บอกว่า กินแล้วสายตาจะดี


เท่านั้นเรากินผักบุ้งให้ดวงตาเราเสมอ


แม่โปรดทำน้ำสลัดผัก และชอบแกะสลักผักประดิษฐ์วางให้สวยงามทานพร้อมไข่ต้ม


และเราคือลูกมือในครัวจ้องมองแม่ทำโน่นทำนี่ เมื่อไรผักสวยๆนี้เราจะได้กินเสียที



..............................




วันนี้ แม่ของลูก ทานข้างต้มกับปลา หรือฝักทองแฉะๆ



การเลี้ยงดูแลแม่เหมือนเด็ก 14ปี และค่อยถอยร่นลงมา


ตอนนี้แม่เหมือนเด็ก2เดือนครึ่ง จากเดือนที่แล้ว 3 เดือนค่ะ



แม่กำลังถอยหลังจากเราไป

…………………………………………………………………..

.

อีกไม่นานแล้วแม่จะจากไป

พยายามหากระทู้ที่เกี่ยวกับแม่และถ่ายทอดความทรงจำฝากเป็นตัวอักษร


.....................


จดหมายจากลูกหมูถึงแม่เสือ


หาเหตุผลให้ตัวเองทำไมแม่เราเลี้ยงเราต่างจากแม่คนอื่น



แม่ให้เราซักชุดนักเรียนเอง รีดผ้าเอง ถุงเท้านักเรียนตั้งแต่ประถม 2



ไม่ซักไม่ทำก็ไม่ว่า แต่วันไปโรงเรียน เป็นปัญหาของเรา ไม่ใช่ของแม่



ยามอายุเท่านี้ คิดกลับไป หาเหตุผลให้ตัวเอง




แม่เกิดปีเสือ เลี้ยงลูกให้ยืนด้วยตนเอง ไม่ก้าวก่ายความคิด



ยามวัยรุ่นแต่งตัวอะไรก็ช่าง




ฟังเพลงบ้าบอเปิดลำโพงดังแค่ไหนไม่เคยบ่น



เรียนไม่เคยถามเกรด ดี หรือไม่ดี




ไม่เคยร้องขอให้เราเป็นอะไร อยากคิด หรือทำอะไร



ถ้าประสพความสำเร็จก็ชื่นชม



แต่ถ้าไม่ ไม่เคยทับถมให้เสียใจ



วันนี้แม่ของเรามั่นใจมาตั้งแต่วันที่เราเรียนจบ



กับคำพูดตัวเองบอกว่าจะไม่ขอเงินแม่ใช้อีกแล้ว




แม่รู้ว่าเราแกร่งเหมือนแม่



นี่คือความเป็นอมตะของแม่



เราจะส่งผ่านความเป็นอมตะนี้แก่ลูกหลานของเราต่อไป

..........................

ความหลังของตัวเองกับดอกไม้ลั่นทม(ลีลาวดี)
อายุประมาณ 14 ปี แม่ชอบพาไปวัด



แม่ไปขอหวยกับหลวงพ่อ มักพาลูกคนนี้ไปด้วยเสมอ



ใต้กุฎิวัดมีบันไดขึ้นและมีต้นลีลาวดีอยู่ ตัวเองจะนั่งใกล้ประตู
แต่ตาจดจ้องมองไปที่ดอกขาวเหลือง แล้วค่อยๆ ขยับลงมาจากประตู นั่งบันได
และถัดลงมาทีละขั้น สองขั้น



มองไปทางผู้ใหญ่ไม่มีใครสนใจ
สักพักก็มาอยู่ใต้ต้นดอกไม้สวย
เที่ยวเก็บดอกไม้ที่ร่วงหล่นดารดาษเต็มพื้น เอาขึ้นมาดมกลิ่นหอม
จับทีละกลีบ และหมุนวน ดอกไหนช้ำก็ไม่เอา



ไปๆมาๆ ขอสายสินท์เก่าๆของหลวงพ่อ มาร้อยดอกไม้แสนรักเป็นสร้อยห้อยคอ
ตอนนั้นยังมีชื่อเดิมว่าดอกลั่นท,

ทำให้เชื่อว่า ดอกไม้นี้ไม่ได้เกิดมาเพื่ออื่นใด
แต่เกิดมาให้คนวนเวียนเมียงมอง และอยากจับสักดอกขึ้นมาหอมให้ลึกสุดหัวใจ

………………………………………………………………..




กินขนมวัยเด็กหรือค่ะ
จำความได้ แม่ทำท๊อฟฟี่น้ำตาลขาย
ใส่ถาดกวนแล้หยิบปั้นเป็นชิ้นเล็กห่อในกระดาษว่าวหลากสี แดง เหลือง ชมพู ส้ม เขียว ขาว ฟ้า
ไปขาย กินได้กินไป



แล้วต้องเอาไปขายเพื่อนที่โรงเรียนด้วย
ทำขนมรังนก เก็บกินจากเศษมัน เศษเผือกหักหล่นล่วงในกระจาด



ขนมสังขยาแม่ชอบทำให้ทานบ่อยที่สุด



ยายทำขนมหม้อแกงเผือก ราดด้วยหอมเจียว อบในเตาถ่านสังกะสีหอมอร่อยมาก



ปั้นสิบ กระหรี่ปั๊บ ให้กิน เหลือจากปัดเศษจำนวนส่งร้าน



พี่ชาย2คน แก่กว่า 1ปีตามลำดับ
ไปรับไอติมใส่กระติก สะพายด้วยตะกล้าหวาย เหลือจากขายจึงจะได้กิน



ผลไม้วิ่งเล่นและเก็บกินในสวน ลิ้นจี่เขียวอมแดง เกือบหวานแล้ว
มะม่วง ชมพู ละมุด กระท้อน แต่ต้องยังไม่สุกดีนะ เจ้าของสวนเขาหวงตะโกนไล่ทุกที

ได้ตังกินขนมทีไรรอแต่รถกระดิ่งผลไม้ซื้อกินแต่ผลไม้รถเข็น

ไม่ซื้อขนมขบเคี้ยวไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ท๊อฟฟีเป็นอะไรที่เบื่อมาก่อนค่ะ

หม้อแกงเพชรบุรีไม่เคยซื้อกินเหมือนกันขนมปั้นสิบ

บอกยายตอนยายอายุ 90ปี ให้บอกสูตรขนม

ยายบอกว่าถ้าจะทำ ยายต้องเป็นคนทำด้วยกัน
ไม่งั้นไม่ยอมบอกสูตร



นั่งก็ไม่ได้ เอาแต่นอน ตามองไม่เห็น หูตึง ลิ้นก็ไม่รู้รสชาด

.....................................................................................................





พ่อขา ลูกจะซื้อรถเบนซ์ แวน5 ประตู

แน่ใจเหรอลูก ว่าจะซื้อ

ทำไมค่ะ พ่อ กุ้งพอมีเงินและไม่เป็นหนี้

ถ้าซื้อรถเบนซ์ แปลว่าเราเปิดตัวว่า เราเป็นคนมีเงินนะ

คำพูดของพ่อเป็นจริงทุกอย่าง

สังคมอีกแบบเข้ามาหาเรา

เราดีใจกับสังคมแบบนั้น

......................................



วันนี้พ่อจากไปแล้ว

รถคันนั้นก็ขายไปแล้ววันนี้

เราชอบนั่งรถคันนี้มากกว่ารถเบนซ์
........................................





















 

อักษรจากป่าไพร

 

 

June 3-4, 2009

 กลางฝนพรำและเปลี่ยนเป็นแรงซ้ำๆ  หลายระลอก   นั่งกับเก้าอี้เก่าๆไม้เตี้ย  บนบันไดขั้นบนสุด  หมุนรางกลมน้ำฝนจากปลายชี้ไปที่โอ่งดิน   จับหมุนอยู่ข้างหน้าเรา  มือหนึ่งจับรางนำฝน  อีกมือจับขวดน้ำใส พลาสติก รอจ่อรองฝนไหลรินลงขวดไม่ขาดสาย  ขวดแล้วขวดเล่า  ตั้งใจเอาไปดื่มกิน  ที่บ้านในเมืองหลวง

 ละอองฝนกระจายเข้าหาตัวเราเย็นๆ  ใจมีแต่ความสุข    น้ำที่ไม่ต้องซื้อ ถ้าเป็นเงินตรา ขวดน้ำ 40  ขวด เป็นเงินเท่าไหร่น่ะถ้าต้องไปซื้อกิน 

 

เสียงนกตะขาบทุ่งร้องตั้งแต่เช้า ผิดปกติจากความคุ้นเคย     นกตะโกนร้องดั้นสุดเสียง  ดังก้องตลอดติดกันตลอดเวลา มองตามเสียงเห็นเจ้าเกาะกลางกิ่งเตี้ยของหน้าบ้านฟ้าใส   ซึ่งผิดวิสัยของนกชนิดนี้  หรือเป็นลูกนกเรียกหาแม่ 

 

กล้องสองตาส่องไปยังเสียงร้อง  ลูกนกอกสีเทาตัวสีฟ้าจืดอมเทา  นกตะขาบทุ่ง INDIAN ROLLER  แม่นกบินเข้ามามีเหยื่อมาป้อน ทุกครั้งบินกลับมาหา  ลูกจะรอกินอาหารอย่างรวดเร็ว   จากนั้นลูกนกจะเงียบ  คงให้หายเหนื่อย จากการตะโกนหาแม่นก  ลูกผ่อนคลายเสมอเมื่อแม่อยู่ใกล้ๆ

 

 

แต่พอแม่บินออกไปก็ร้องเรียกทันที  บางครั้งเราเห็นแม่พาลูกบินสู่พื้นดินหาแมลงหนอน จิ้งเหลน เขียดปาด แม้แต่แมลงปอ หรือผีเสื้อ  อาหารสุดโปรดนำมาซึ่งความสามรถพิเศษของนกชนิดนี้เป็นการจับตะขาบกินบ่อยๆ    ชื่อเรียกเจ้าในภาษาไทยจึงตั้งขึ้นตามอาหารโปรดของเจ้านั่นเอง 

 

 

 

 

เสียงนกร้องโทนเสียงเดียวกันอีกฝั่งของตัวบ้านหลังนี้ บ้านภูสีหมอก   ตัวแม่บินทิ้งลูกทางนี้  คำตอบใหม่บทเรียนจากห้องธรรมชาติเกิดขึ้นอีกแล้ว    แม่นกตัวเดิมอาเหยื่อมาให้ลูกอีกตัวเกาะกิ่งไม้ไม่สูงเช่นเดิม 

  

 

 

ด้วยกล้องตัวเดิมลูกนกวัยเดียวกัน สีเหมือนกัน แน่นอนคนละตัว  ทำไมแม่นกแยกเลี้ยงลูกเมื่อพาลูกออกจากรัง ไม่ให้ลูกนกทั้งสองตัวโตขึ้นมาพร้อมกัน 

 

ธรรมชาติของนกตะขาบทุ่ง     ปกติจะอยู่ตามลำพังเห็นง่ายเพราะตัวใหญ่สีฟ้าสลับสีคราม มักชอบเกาะไม้แห้งสูง หรือเสาไฟ และสายไฟ  พบเห็นได้ทั้งปี

 

เป็นนกประจำถิ่น  เมื่อช่วงดูผสมพันธุ์  จะรวมฝูงเพื่อเลือกคู่กันก่อน  แล้วจึงแยกย้ายกันไปสร้างรัง  คู่ของใครก็สร้างรังน้อยแค่พอเพียงของคู่นั้น 

 

 

 

ตัวพ่อนกหายไปไหน  หรือการเลี้ยงลูกตะขาบทุ่งเป็นหน้าที่ของตัวเมียเท่านั้น  แม่นกแยกเลี้ยงลูกห่างกันคนละทิศทาง  แต่ไม่ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงลูกร้อง 

เมื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หัดบินทิ้งรัง  เริ่มสอนหากิน สอนให้จงรอที่เดิม  เป็นสันชาตญาณสอนลูกว่า  หากเจ้าโตพอเลี้ยงตัวเองแม่ต้องจากไปอยู่กับธรรมชาติ 

 

เจ้าเป็นนกตะขาบทุ่ง การอยู่ลำพังจะทำให้อาหารเป็นเรื่องหาง่าย  ตามดิน ตามต้นไม้  หลากหลายแมลงและสัตว์เลื้อยคลานตามพื้นดิน กอหญ้า และในอากาศ

 

 

 

จงเกาะกิ่งนิ่งบนต้นยอดไม้สูงเด่น   เจ้าจะเห็นเหยื่อได้ดีในที่โล่งแจ้ง  2 อาทิตย์เต็มๆ ของลูกนกตะขาบทุ่งทั้ง 2  ตัวพร้อมกับตัวเราเองร่วมเรียนรู้.....ตำนานเผ่าพันธุ์การดำรงชีวิตของเจ้าไปพร้อมกัน  การถ่ายภาพของเจ้ายากยิ่งกว่าการเฝ้ามอง ระยะไกล 

 

 

ทั้งแม่นกไม่ชอบให้เราเข้าไปใกล้เกินความปลอดภัย   แต่แม่นกเลือกตัวเราให้เป็นผู้เฝ้าดูลูกนกน้อยสองตัวของเจ้า  นั่นคือความยิ่งใหญ่กับความทรงจำ   เราคิดเข้าข้างตัวเองเพื่อมีความสุขอีกครั้ง  

 

 

น้องเจนดีใจเมื่อเราไปที่บ้าน  ก่อนขับรถวิ่งเข้ากรุงเทพ น้องเจนขึ้น ม 1. โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา 

 

 

เรานำเงินค่าปักเสื้อ ไปให้น้องเป็นเงินเกือบ 400 บาท  และให้อีก 500 บาท สำทับว่าเป็นเงินกองทุนการศึกษาจากพี่ๆคนไทยไปเรียนที่อเมริกา และให้ไปรับเงิน ทุก500  บาทที่ผาด่างทุกต้นเดือน  ดูน้องยังงงอยู่กับเงิน 500 บาทนั้นอยู่  

 

 เราคงต้องย้ำคำพูดและจบประโยคว่าเข้าใจไหมค่ะ  พร้อมทั้งบอกให้น้องไปที่ผาด่างเขียนอินเตอร์เนทไปขอบคุณพี่บี พี่พิม พี่ปลาย  น้องพยักหน้าอย่างงงงันอีกแล้ว 

 

 

 

 

 

 

น้องเจนเล่าให้ฟังว่าต้นไทรหลังบ้านลูกไทรกำลังสุก    ลูกไทรทำให้นกมามากเหลือเกิน มีทั้งนกตีทองcoppersmith barbet   และนกแก๊ก oriental – pied  hornbill  นกกระรางสร้อยคอใหญ่ greater-necklaced  loughingthruch  

 

เด็กเจนคนนี้ชอบดูนกและเริ่มรู้จักการสังเกต  ว่ารังอยู่ตรงไหน ชอบกินอะไร ร้องเสียงอย่างไร และมาเป็นเวลาหรือเปล่า  น้องเจนฉลาดมาก  คงจะทำให้น้องมีงานอดิเรก  ก่อเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์  สังคมสิ่งแวดล้อม และการศึกษาเมื่อโตขึ้นผ่านวัยเยาว์

เสียงนกตะขาบทุ่งร้องตั้งแต่เช้า ผิดปกติจากความคุ้นเคย     นกตะโกนร้องดั้นสุดเสียง  ดังก้องตลอดติดกันตลอดเวลา มองตามเสียงเห็นเจ้าเกาะกลางกิ่งเตี้ยของหน้าบ้านฟ้าใส   ซึ่งผิดวิสัยของนกชนิดนี้  หรือเป็นลูกนกเรียกหาแม่ 

 

 

เราต้องยอมรับว่า นี่เป็นเพียงการทดสอบลองใจจากธรรมชาติเท่านั้นเอง 

 

ช่วยโหวตให้คุณอ้วนคนสวยใจดีและครอบครัวผู้ปิดทองหลังพระค่ะ

 

 

 

 

 

 

May 28, 2009 

แต่เช้ารับอรุณรุ่งด้วยเสียงนกแก๊ก  ORIENTAL PIED HORNBILL  มาทั้งคู่ ตัวผู้ป้อนตะขาบกับจิ้งเหลน ให้ตัวเมีย 

 

 

พออิ่มแล้วเธอช่วยตัวผู้แต่งตัวให้ขนสะอาด  เวลาฟังคุณอัญชลีอ่านข่าวมาพร้อม

 

 

กับการลานกแก๊กทั้งคู่บินสะบัดปีกตีกับลมยามเช้า ผับ…. ผับ ดังก้องค่อยลับหายไปทางโดมใหญ่ 

 

แน่นอนตอนเย็น คู่นกแก๊กจะกลับมาอีกครั้งที่ต้นนี้    เพื่อข้ามฝั่งไปนอนต้นไม้ต้นเดิมไม่ไกลกันกับบ้านของเรา 

 

white - rumped  shama

เราเดินสำรวจดงต้นไผ่พุ่มโค้งต่ำ มีหยดน้ำฝนของเมื่อเย็นวานเกาะปลายใบเรียว   ในซุ้มไผ่ นกกางเขนดงร้องเพลงเรียกเรา  มองหาง่ายจัง  เห็นเป็นตัวผู้  ร้องผิวปากทำนองยาว  เราพยายามร้องตามแต่ไม่เหมือน  เธอร้องใหม่เพื่อบอกว่า ไม่ใช่… แล้วผิวปากซ้ำ

 

 

หน้าที่ของเรา ส่งรูปพวกนี้ให้คุณอ้วนและครอบครัว เงินสนับสนุนของครอบครัวคุณอ้วน เป็นเวลาหลายปีแล้ว คุณอ้วนคอยส่งเงินให้เรา 

 

 

 

ช่วยเหลือชาวบ้านยากจน  เด็กและคนแก่ เจ็บ  ป่วย ตาย มีทั้งทุนการศึกษา  เราต้องยอมรับว่า นี่เป็นเพียงการทดสอบลองใจจากธรรมชาติเท่านั้นเอง 

ช่วยโหวตให้คุณอ้วนและครอบครัวผู้ปิดทองหลังพระค่ะ  

 

 

 

 

 

 

May 28, 2009 

นกกางเขนดงผิวปากเรียกเรา  เราหัดร้องเหมือนเดิมและเธอช่างใจดี  ทนฟังเราร้อง เราทั้งคู่ร้องโต้ตอบกันไปมาอย่างสนุก    ครั้งนี้เธอเบื่อก่อน บินหายไปทางบ้านนกเงือก

 

 

 

 

 

แทงค์ทำปุ๋ยชีวภาพ  เสียงนกแต้วแล้วธรรมดา  ร้องใกล้ๆ  เราหมอบลงกับพื้น นิ่ง รอ ไม่นานเธอก็ปรากฎให้     ก้นของนกสีแดงสด ปีกสีน้ำเงินจัดจ้าน  อกสีส้ม และตาใส่แถบคาดหน้าสีดำ  นกใจดีตัวนี้ เดินมาให้เราเห็นกันใกล้ๆ  เพื่ออวดสีของตัวเอง  เราคือผู้เก็บเกี่ยวความเพลินใจ 

 

 

 

 ใน1  ปี ถ้าที่นี่ป่ายังเหมือนเดิม ไส้เดือนจะเพียงพอต่อการเลี้ยงลูก   ในช่วงเดือนนี้- กรกฏาคม  นกแต้วแล้วธรรมดาจะมาหาผืนดินนี้ทุกปี  เพื่อวางไข่ พ่อและแม่สลับไปหาไส้ดือนเลี้ยงลูกจนโตบินได้ 

 

 

จากนั้นการอพยพจากลาดินแดนแห่งนี้จะเกิดขึ้น เป็นวัฎจักร

 

 

 

 

หน้าระเบียงบ้านยามบ่าย ขบวนมดแดงเดินไต่ข้ามระเบียง  กัดเราทุกคนในบ้านจนชาชิน

วันนี้เพื่อนของเรานกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง  COMMON  FLAMEBACK หน้าที่ตามธรรมชาติกินมดทุกชนิด 

 

  

 

 

ห้องอาหารริมน้ำ  นกหัวขวานสามนิ้วหลังทองมากันทั้งครอบครัว ลูก พ่อ และแม่  เดินไต่ขึ้น หัวก็โขกจิกกินมด ความรู้ใหม่ นกชนิดนี้ ถอยหลังลงตามต้นไม้  เดินเอาหัวลงไม่ได้  กินมดในโพรงรัง กินมดแดงเดินไปมาตามลำต้น 

( ลองนับนิ้วตีน มี3 นิ้ว อีกชนิดหนึ่งจะมี 4 นิ้ว   ในการเรียกสัตว์ จะไม่ใช้คำว่าเท้าค่ะ )

 

 

 

ก่อนกลับเข้ากรุงเทพฝนกระหน่ำซ้ำลงมาหลายรอบ  เราติดฝนอยู่กับระเบียงบ้าน  และเพื่อนธรรมชาติโอบล้อมเราไว้อย่างเคย  

 

 

 May 19, 2009 

วันนี้ปลัดคนใหม่ของแก่งกระจาน  แวะมาซื้อน้ำดื่มที่ผาด่าง  ได้พบทักทายรู้จักกัน ปลัดอำเภอคนใหม่ของแก่งกระจาน    คุณบอกว่ากำลังเดินทางไปป่าเด็ง  ดูแลเรื่องนายทุนให้ชาวบ้าน แอบลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยาน

 

 

 

 

อีกเรื่องคุณปลัดคนใหม่เป็นห่วง  น้ำฝนเยอะจริงปีนี้ แต่เป็นฝนตกนอกเขื่อน ป่าในเขื่อนใหญ่ ยังไม่มีฝน

 

ในลำห้วยนกแต้วแล้วธรรมดาบินพาปีกสีฟ้าสดผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว เราได้แต่มองกันด้วยความเสียดาย เห็นแต่หลังสีฟ้าสดทุกครั้งไป 

 

ภาพประกอบ นกกระเต็นน้อยธรรมดา common kingfisher 

 

 

 

เรากับจ๊อบเดินสำรวจฝายที่กำนันขุดหินกั้นน้ำ เมื่อ สองปีที่แล้ว  วันนี้ฝายลำห้วยแห่งนี้  ฝนป่าตกติดต่อกันหลายวัน

ฝายหินน้ำมือมนุษย์ชาติพังอีกแล้ว  เราได้ยินข่าวรอบๆหมู่บ้าน ถนนขาด  บ่อดินทะลายหลายแห่ง  น้ำป่ามาเร็วกว่าทุกปีและชาวบ้านป่าไม่คาดไม่ถึง 

 

 

อยู่ป่าลูกขอน้ำท่วม ไม่ขอฝนแล้ง ร้องไหว้กับเจ้าที่เจ้าป่า ทุกครั้ง  เมฆก่อตัวทุกวัน มาให้เห็นเป็นแผ่นหนาต่ำสีเทา  ฝนพึ่งหยุดตกไปเมื่อวาน  แต่ทิ้งเมฆไว้ต่ำๆ กระจัดกระจาย  เป็นความหวังมอบสู่เจ้าหน้าที่ฝนหลวง

 

 

วันนี้แดดให้เวลาเล็กๆน้อยๆกับเรา   เรามีนัดกับกล้วยไม้ใหม่ของเรา   เราอาจเคยพบกัน เมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้  ดอกของเธอเล็กจิ๋วมากๆๆๆๆๆ เปิดในหนังสือ  

 

 แตกต่างกัน ในหนังสือกล่าวว่า ช่อของเธอเป็นพวงห้อยลง แต่กับดอกช่อของเจ้าตรงหน้ากล้องตั้งชี้ฟ้า 

 

 

 เพื่อนบอกชื่อกล้วยไม้ชนิดนี้ เอื้องน้อยเสือแผ้ว

 

 ทุกวัน วันละหลายๆรอบ   เครื่องบินหลวงทำฝนเทียมบินเหนือฟ้าหลังคาบ้านเราและชาวบ้านจนชาชิน  ไม่นานเมฆที่กระจัดกระจายเป็นก้อนสำลีบาง   รวมกลุ่มเป็นสีเข้มหนาแผ่ต่ำลงมาหาแผ่นดินของเรา  

 

 

 

เครื่องบิน 2 ลำ  ดูเป็นนกตัวเล็กๆสองตัว บินตามกัน   สีเทาแทบกลมกลืนไปกับกลุ่มเมฆฝน  ไม่นาน ฝนหลวงเริ่มตก หนาขึ้น หนาขึ้น   ก่อนซาเบาบางหายไป รองน้ำฝนเทียมได้แค่ครึ่งตุ่ม 

 เขื่อนแก่งกระจาน เราวิงวอน ขอเจ้าป่ามีฝนช่วยป่าเติมน้ำให้เขื่อนที่กำลังรอคอยน้ำมาแต่แล้งเมื่อปีกลายอย่างอดทนยิ่ง…. ด้วยเถิด 

 

 

 

รู้ซ้งแก่ใจ คนที่ทุกข์และเป็นห่วงเรื่องฝนแล้ง  คือใคร 

บ้านกร่างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือต้นกำเนิดแม่น้ำปรานบุรี   เขื่อนปรานบุรี จังหวัดประจวบคิรีขันต์

 

 

 

น้ำในเขื่อนไม่มีก็บอกสาเหตุได้ ว่าฝนแล้งเหลือเกิน....เกิดขึ้นที่ใดของเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  

น้ำฝนหลวงครึ่งตุ่มนี้    มาจากไหน จากใคร

 

 

 

 

 

ภาพประกอบ ลำธารแค๊มปบ้านกร่าง ต้นกำเนิดแม่น้ำปราน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

 

 

 May 11, 2009  

 

 

สาว

 

เสื้อแดงบ้านนี้ชื่อสาวเรือง   กลับมาจากอีสานหลังหมดงานสงกรานต์  

วันแรกเงียบๆเพลียๆหน้าดำฝ้าขึ้น   คงเหนื่อยจากการเดินทาง

ก่อนกลับอีสาน   อวดตาสวยด้วยขนตาปลอมหนาสองชั้น  ตั้งใจเข้าร้านแต่งหน้าในกรุงเทพ

เพื่อสวยที่บ้านนอกเป็นพิเศษ 

 


 

ฤดูสงกรานต์

 

May 10, 2009 

 

 กลับบ้านสงกรานต์  พี่ๆ หยุดวันไหน  หนูจะได้จองตั๋วรถทัวร์  เรามองปฎิทิน คำนวนวัน  คิด ก่อนบอก กำหนดวันไปและกลับ 

เมื่อสงกรานต์ปีนี้จบลงและจากไป    ลูกน้องทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลืองชาวอีสานกลับมาอยู่ร่วมกับเราอีกครั้ง   

งานในชีวิตประจำวันก็เริ่มขึ้นเป็นปกติ  บางคนมีเรื่องเล่า 

สาวเสื้อแดงคุยเก่งแต่นิ่งเงียบ   สาวอีสานเสื้อเหลืองเป็นฝ่ายโม้ก่อน




 

คนบ้านป่ามีข่าวดีมาเล่า.....

 

 

May 5, 2009

 มีข่าวดีมาเล่า

 

พี่กุ้งมะม่วงอกร่อง 1ถุง สุกแล้ว  เราฝานแบ่งหน้าหลังไม่เอาเปลือกออก  ทั้งหมดเข้าตู้เย็น  หลังอาหารมื้อค่ำ   เอาช้อนตักกินอย่างวิถีชาวป่า   กินไม่หมดเข้าตู้เย็น  ยามสายมะม่วงอกร่องเย็นหวานฉ่ำคลายร้อน  เมื่อบ่ายมาถึง ก็อาศัยมะม่วงหวาน  ช่วยกินกันไม่ทัน สุกพร้อมๆ 2 ต้น

 

 

 ขากลับเข้าเมืองหลวงถูกบังคับให้เอามะม่วงกวนไปกินอีก  1 กิโล  เดินผ่านไปตรงไหนทุกอย่างก้าวสายตากวาดมอง  มีแต่มะม่วงสุกเหลืองหล่นเกลื่อนพื้นดินสีแห้งๆ(ดินแห้งแตกร้องขอฝนจากฟ้าเต็มไปหมด )

 

 เราร้องบอกว่า เจ้าป่าเจ้าเขาลูกบนหัวหมู 1 หัว ยกมือไหว้แป๊บเดียวฝนหยุด  ทิ้งช่วงสักพัก ฝนป่าเริ่มโปรยละอองเบาๆ ก่อน ซาเงียบหาย  

 

 เรากับพื้นดิน ต้นไม้  กบเขียดข้างอ่างน้ำต่างรอเม็ดฝนโกหก จัดฉากเป็นแค่ละครละอองเบาๆ   ใบไม้ร้องร่วงใส่น้ำเสียงตีวงแรงกว่าเม็ดฝนเบาๆ 

ฝนป่าแกล้งเป็นอย่างนี้เกือบ 10   รอบ

ผู้อ่านอาจสงสัยว่าข่าวดีของชาวเสื้อเหลืองอยู่ตรงไหน  ต้องขออภัยว่า ข่าวดีนั้นได้ยินก่อนล้อรถเริ่มหมุนจากลาบ้านป่ามาแล้ว

ถ้าอยากทราบกรุณาข้ามไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายได้เลยค่ะ

 

 

 


ต้นไม้ยืนต้นประเภทหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน และหากชุมชนใดมีชาวมอญอยู่กันหนาแน่น ก็มักจะมีต้นไม้ชนิดนี้ปลูกกันแถบทุกหลังคาเรือน
มะตาด คือต้นไม้ที่กล่าวถึง มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica L.วงศ์ DILLENIACEAE สามารถพบตามภาคต่างๆ ของไทย
ภาคเหนือ พบที่เชียงใหม่ เรียกว่า ส้านป้าว อีสาน พบที่สุรินทร์
ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ภาคใต้ พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา เรียกว่า แส้น นอกจากนี้ ยังมีชื่อเรียกตามพื้นเมืองว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และชื่อทั่วๆ ไป เรียกว่าส้าน

นอกจากในประเทศไทยแล้ว ยังมีการกระจายตัวอยู่ในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน คาบสมุทรมาลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ชวา เป็นพืชที่เจริญได้ในป่าดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ


ในภาคใต้ของไทย ลักษณะของต้นมะตาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบใหญ่ สีขาว ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบก้านดอก
ลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทา หรือน้ำตาลแดง ลอกเป็น ยาว 3-5 เซนติเมตร มีขนสาก กลีบรองกลีบดอกเป็นแผ่นโค้งแผ่นบางๆ มีขนตามกิ่งอ่อน อุ้มน้ำ
กลีบดอกขาว บาง รูปไข่กลับ หลุดง่าย
ผลกลมใบรูปไข่แกมรูปหอก หรือรูปไข่กลับรีๆ ขนาดใหญ่ มีลักษณะอวบน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 เซนติเมตร 7-12x15-30 เซนติเมตร
ใบบางแผ่นใบเป็นคลื่น ปลายใบกางเป็นติ่งแหลมสั้นๆ โคนใบเรียวหรือมน ขอบใบหยักฟันเลื่อย ท้องใบมีขนประปราย เส้นแขนงใบมี 30-40 คู่ ก้านใบยาว 4-5 เซนติเมตร โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มกิ่งดอก


ผลสด มีรูปร่างเกือบกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-5 นิ้ว ไม่แตก มีกลีบเลี้ยงหุ้ม ผลสุกมีรสเปรี้ยว


สรรพคุณ จากการวิจัยพบว่า เป็นพืชสมุนไพรมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา เช่น ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราหรือการบำบัดรักษาโรคต่างๆ


ในตำราสรรพคุณยาโบราณ พบว่า มะตาด ต้านการชัก ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยาระบาย แก้ปวดท้อง แก้ไอ ขับเสมหะ และถอนพิษไข้


ดอกไม้แห่งสวรรค์

 

APRIL 30,2009  

 

มือทั้งสองของเรามีกลิ่นกะปิ เพียรขยันล้างแล้วล้างอีกหลายรอบ  เอายาเหลืองทาก็แล้ว ดับกลิ่นได้พักเดียว  เดินผ่านใครก็มีเสียงทักทาย กลิ่นกะปิแรงจัง  แผนงานโป่งเทียม

 

 

APRIL 30,2009  

มือทั้งสองของเรามีกลิ่นกะปิ เพียรขยันล้างแล้วล้างอีกหลายรอบ  เอายาเหลืองทาก็แล้ว ดับกลิ่นได้พักเดียว  เดินผ่านใครก็มีเสียงทักทาย กลิ่นกะปิแรงจัง  แผนงานโป่งเทียม

ทุกสูตรถูกนำคลุกเคล้าผสม   ยกออกไปหาแดดตามที่มีใครหรือคนใดคนหนึ่งแนะนำ การเมินเฉยแสดงออกชัดเจนไม่ได้รับการตอบรับจากเหล่าผีเสื้อป่าเลยสักตัว

 

 

 

 

 การกระทำทั้งหมดของพวกเจ้าบอกเราง่ายต่อการเข้าใจ มีอะไรผิดพลาด งงงันไม่รู้เหตุแห่งความล้มเหลว 

ใน1 ปี ความงามของปีกบางด้วยเทคนิกต่อกิ๊กซอเชื่อมติดกันแค่ละอองฝุ่นคือปีกบางแผ่วทุกคู่ของวิถีชีวิตเจ้า 

 เจ้าปีกสวยทุกสายพันธุ์แต่งตัวกันเองหลากลายเติมสี เติมจุด แดง ขาว ม่วง ชมพูอ่อนและแก่ สดใส    สีตัดลายทางหรือขอบปีกหยักเป็นฟันเลื่อย  

 

ผีเสื้อนางละเวงสีฟ้าเข้มมืดกำมะหยี่ลายเส้นเป็นเงาริ้วๆตามโค้งปีกกว้าง      บินผ่านต้องเหลียวมองเจ้าจนเห็นเจ้าหายไปใต้ซุ้มคลื้มต้นไทร 

 

สีของปีกเขียวแวววาวของปีกแมลงทับ เจ้าหยิบมาประดับเป็นปีกเสื้อคลุมกายกลางเป็นชื่อเก๋ ผีเสื้อหางติ่งปารีส  

 

 

 

ความพิเศษไม่ได้มีแค่นั้น ปริมาณผีเสื้อโบยบิน  มากมหาศาลเกินกว่าปีที่แล้ว  และในผาด่างไม่มีใครทักท้วงทุกช่วงเวลาขณะนี้   ต้นไม้โปรดของพวกเจ้าอยู่ใกล้ระเบียงตากผ้า 

ใครเดินมาตากผ้า อดไม่ได้ต้องหยุดมองต้นไม้ป่ากลีบดอกสีขาวนวล ทุกดอกมี 4กลีบ กลีบข้างม้วนออก เกษรชูช่อเหลืองตุ่มอ่อนๆ   ง่ายๆตัวของผีเสื้อใช้งวงดูดความชื้นจากทุกสิ่งที่ส่งกลิ่น…. 

 

 

 

 

 

ฝูงผีเสื้อทำอะไรให้เราดู พวกเจ้าบินแตะดมเกษรก่อนละล้าละลังรีบบินเบาๆไปเกาะอีกดอก  ก่อนจะทันกางปีกนิ่งหรือหุบปีกนิ่ง 

เจ้าเหลือบมองเห็นดอกข้างๆมากด้วยน้ำหวาน ทำให้เจ้าผละจากดอกไปสู่อีกดอก ไม่เว้นหยุดเฉยให้มือกล้องคนสายตายาวของเรา เก็บภาพของเจ้ากันเลย 

เราไม่ว่าเจ้าหรอกนะ เพราะเจ้าทำอะไร มันก็ดูน่ารักไปหมด 

 

 

 

 

 

 

พวกเจ้าช่างขยันแต่งแต้มความกระตือรือร้น  กาลเวลานี้พวกเจ้าคือผู้ครอบครองอาณาจักรป่าแห่งนี้  เจ้าแห่งกาลเวลาเน้นเรื่องของเจ้าตั้งแต่เช้าตรู่เป็นวันพิเศษใช่ไหม

ตอนนี้ตะวันสาดแสงทำงานมาครึ่งทาง    บ่ายสามโมงเย็นเป็นเวลาพวกเจ้าจะหายค่อยๆลา

จางไป

 

 

 

 

 

   ถาดโป่งเทียมมีแต่แมลง  หลายชนิดเหมือนกันเข้ามาเยี่ยมกินบุปเฟท์ ไร้เงาปีกของเจ้าผีเสื้อป่าและผีเสื้อทุ่งเราสรุปได้ว่า ผีเสื้อป่า ไม่สนใจแวะเวียนโป่งเทียมของเราสักนิด

มีแต่มือของเรากับตัวเองยกมือดม….เมื่อไรกลิ่นกะปินี้จะหมดไป 

 

 

 

 

 

 

 

ในป่าใหญ่ใกล้ชิดติดบ้านเรา   เราแน่ใจที่เดียวจำนวนผีเสื้อที่บ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือสวรรค์พิเลิศหล้า  เจ้าจะมากมายกว่าที่นี่อีกเป็นร้องพันเท่า  เวลางดงามอย่างนี้เจ้ามอบให้แก่ผู้พบเห็นเพียงสิ้น กรกฏาคมเท่านั้น

มีมากกว่านั้นเป็นเรื่องจริง   เจ้าดอกไม้บินได้บานสลับพับปีกโบยบินตามหลังเป็นสายเส้นกันไป   ตามแนวถนนสว่างหรือลำห้วยคดเคี้ยว เจ้าชอบแสงแดดผละหนีป่าทึบร่อนเล่นตามกันใช้แสงลำธารแสงสะท้อนเป็นเพชรเม็ดโต

 

 

 

 

 

 

 ทุกหัวมุมโค้งหรือใบไม้ต้นโตโยกไหว    พวกเจ้าติดในแววตาเสมอ ไม่ว่าจะหันไปมองทิศมุมใด  ปิดตาคือหนทางเดียว  เพื่อไม่ต้องเห็นกัน   หรือเลือกจากหันหลังออกมาจากดินแดนแห่งนั้น  คือการลาเพื่อนดอกไม้แห่งสวรรค์  เราชอบเรียกชื่อนี้นะ 

วันนี้เป็นวันอะไรกัน  บ้านของเรามีแต่ผีเสื้อนาๆชนิด นกกางเขนดงบอกร้องว่ามาแล้วเราป้วนเปี้ยนอยู่บ้านนกเงือก 

 ผีเสื้อบินเข้ามาในห้องนอนเกาะนิ่งเจ้าได้กลิ่นกะปิใช่ไหม เรานั่งอยู่ตรงนี้ไง  hi! 

 

 

 

 

 

 

 การกลับบ้านป่าครั้งนี้ นกแต้วแล้วร้องมาจากที่ไกลแสนไกล พี่เปี๊ยกบอกว่า  เงียบซิ…เราปิดปากอย่างว่าง่าย และสียงเบาๆผ่านป่าข้ามหน้าผา เบาแสนเบา  จำได้ดีเพื่อนรักมาแล้วฤดูจับคู่ปีนี้เริ่มเร็วอย่างนี้หรือ

 

 

 

 

กวนมะม่วง….เทศกาลของชาวผาด่างเริ่มขึ้นแล้ว   กำลังเกิดขึ้น  วิถีของชาวบ้านป่าของเราหน้ามะม่วง เรากินแต่มะม่วงไม่กินผลไม้ที่ต้องซื้อ การประหยัด คงจะช่วยพวกเราผ่าน วิบากความยากในการหาเงิน ซึ่งประชิดติดชาวบ้านป่าอย่างเราเสียเหลือเกิน

พยุงสาวอ้วน บ้านป่าชาวผาด่าง  คุยอวด….เมื่อวานกินมะม่วง 3ลูก ไม่ต้องกินข้าวเย็นอีกเลย  พูดไป ก้มเก็บมะม่วงนอนตะแคงบนใบเก่าขาดๆสีน้ำตาล มะม่วงแก้วร่วงรอบนพื้นรอบๆต้นของมันเอง จากพื้นไปนอนรวมกันในกระป๋องจนพูน

นกเป็ดผีเล็ก1 คู่ (LITTLE GREBE)ว่ายหนีไปกลางอ่างผาด่างอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

นก bar-winged flycatcher- shrike เกาะกิ่งไม้ป่า  ชีวิตบินได้และเป็นนกอพยพหรือเปล่า  เจ้ากับเราทุกเดือนเมษาเจ้าชอบทำรังเล็กๆบนกิ่งต้นทองหลาง2550

เมื่อปีที่แล้ว เจ้าทำรังต้นงิ้วหลังแทงค์น้ำ 2551   รังของเจ้าจะอยู่ยอดไม้สูงสุดยอดและโล่ง   ปีนี้ รังลูกน้อยอยู่ต้นไหนเอ่ย  2552

 

 

 

 นกโพระดกตีทอง coppersmith barbet   ออกจากโพรงใหม่ แต่เป็นซากต้นไม้แห้งต้นเดิมชาวผาด่างบอกเล่ากันว่าตอนนี้เจ้ากำลังสอนลูกน้อยหัดบิน  โชคดีจังฝนใหม่พาแมลงให้เกิดเต็มป่าตามมาด้วยและเหล่านี้เป็นโปรตีนอย่างดีที่สุด

 

 

 

 

 

ผลไม้ป่านาๆชนิด มีทั้งเราปลูกแต่แรก มาวันนี้ยิ่งเวลาของเราอยู่อาศัยรวมกัน    ไม้ป่าเม็ดตกจมดินขึ้นเอง    พวกเจ้าสรรพชีวิตน้อยแห่งนี้ปลูกกันเอง ช่วยเราผ่อนแรง วันนี้งานปลูกต้นไม้กับดินแดนแห่งนี้ ไม่ใช่หน้าที่ของเราอีกต่อไป

 

 

ฝนปลายเมษาเปลี่ยนทุกชีวิตในป่านี้  เวลาแห่งการเริ่มทำงานตามธรรมชาติกำหนดหน้าที่แก่เผ่าพันธุ์อีกครั้งหนึ่ง   จั๊กจั่นป่าเริ่มดีดปีกกรีดร้องเพลงอีกครั้ง สั้นๆและเงียบไป  เริ่มใหม่คราวนี้ใต้ต้นไม้หน้าระเบียงบ้านนี่เอง 

 

พี่เปี๊ยกชอบเสียงจั๊กจั่นป่า มากกว่าจั๊กจั่นบ้านและเราก็คิดเหมือนกัน  อยู่ป่าไม่มีเสียงจั๊กจั่นป่าหมายความว่ามีเหตุการณ์ร้ายเศร้า   ความสมดุลย์แห่งสิ่งแวดล้อมดินแดนป่าแห่งนี้ก่อตัวว่าทรุดโทรม 

 

 

หากเมื่อไรมีเสียงเหล่านี้คอยร้องบอก ดรรชนีชีวิตอาศัยเกื้อกูลยังสมดุลย์    คงเหมือนในนิทานตอนจบ  แค่วันนี้อีกวันหนึ่งเท่านั้นเอง   

 

 

 

 

พรุ่งนี้อะไรจะดำรงอยู่ หรือมีอะไรต้องจากป่านี้ไปนิรันต์กาล  นักสิ่งแวดล้อมเรียกว่า การสูญพันธุ์  เกิดขึ้นทุกเวลานาทีกับโลกกลมๆสำคัญมีมนุษย์น้อยๆคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลกนี้เสียด้วย 

 

 

นั่นทำให้เรื่องผิดพลาดและกลายเป็นเรื่องเลวร้ายทำลายความสุขตามธรรมชาติของมนุษย์กันเอง  เริ่มจากช้าๆแต่มั่นคง มนุษย์หาทางแก้ แต่ยิ่งแก้ เหมือนเชือกต้องยิ่งยุ่งกว่าเดิม  เราไม่มีความเห็นอะไรหรอกเพราะคำตอบของเราอาศัยพวกเจ้าบอกทาง

 

 

วันอาทิตย์, เมษายน 26, 2009

รอยจำดอกไม้ ผีเสื้อ เมษา 2009





APRIL 14,2009 ผีเสื้อหนอนคูนตั้งใจหลบเมฆฝนตั้งเค้าใต้ใบตองด้านใน แม้ปีกก็หยุดนิ่งสนิท ขนาดของใบตอง สีเขียวอ่อน ยิ่งเป็นใบด้านในที่พับลงมาทั้งสองของใบยาว กลมกลืนกับสีปีกของผีเสื้อชนิดนี้มาก ยิ่งเปรียบเทียบขนาดของผีเสื้หนอนคูนตัวนี้กับใบตองใต้ชายคาบ้าน….ขนาดที่แตกต่างกัน 1ต่อ200





เรามีเวลามากพินิจมองเห็นความฉลาดของผีเสื้อหนอนคูนตัวนี้ นานเท่าที่ฝนป่าโปรยปรายลงหุบเขาแห่งนี้ แต่เมื่อฝนพรำจากไป เราก็ร้องบอกตัวเองในใจ ฝนทำไมช่างตกน้อยจริงๆ แม้จะตกวนอยู่หลายรอบ แต่ไม่มีฝนหนัก ต้นไม้และสัตว์ป่าในละแวกนี้คิดเห็นเหมือนกับเราใช่ไหม





ภาพประกอบ ดอกกาหลงสีขาว

มะม่วงแก้วร่วงกลาดเกลื่อน สุกเน่ากระจัดกระจายทั่วผาด่าง กระรอกนกป่าทั้งหลายกินกันไม่ทัน แต่ต้นมะม่วงอกร่องกิ่งสูงห้อยหนัก ยังไม่สุก ชาวผาด่างรอคอยมะม่วงอกร่องห้อยเป็นพวง พูดกันแต่ว่า ยังไม่สุกอีกเหรอ ที่นี่ธรรมชาติสอนเทคนิค…มะม่วงจะเริ่มสุกเมื่อไร ง่ายเสียเหลือเกิน เราให้เพื่อนชาวกระรอกเป็นผู้ช่วย หากเจ้าเพื่อนกระรอกเริ่มป้วนเปี้ยนแถวกิ่งมะม่วงต้นไหนหรือไม้ผลเมื่อไหร่ ให้รู้ว่า ผลไม้ต้นนั้นเริ่มสุกกันแล้ว

APRIL 15,2009 เสียงเพื่อนวิหกแสนรักหายไปตั้งแต่ต้นเดือนเมษา เรายังจำได้ดี common kingfisher เธอร้องกระซิบให้เราฟังถี่ๆมากและบ่อยเหลือเกินเมื่อปลายมีนาที่ผ่านมา

สัญญาคือสัญญา ทุกปี เธอแสดงออกต่อธรรมชาติแห่งนี้ การพบกันจะเกิดขึ้น ปลายสิงหา หรือต้นกันยา การบินอพยพจะเริ่มขึ้น จบลงเจ้าจะพำนักที่นี่จวบจนปลายมีนา
 
 
 


วันนั้นของสิงหา สำหรับเจ้า มีอ่างน้ำผาด่างเป็นของเจ้าไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้เล่า เจ้ากับพวกพ้องถึงปลายทางบ้านอีกหลังหรือยัง หรือว่ายังอยู่ในระหว่างการเดินทางกลับ

APRIL 21,2009 ดินสีแดงแห้งแข็งบอกว่าที่นี่ไม่มีฝน ไม่ต้องถามใคร เราเองรู้คำตอบว่าฝนจากไปนานเหลือเกิน ต้นไม้ใบใหญ่เต็มต้นเหี่ยวลีบห้อยตก ฟ้องย้ำให้เรารู้ว่า ต้นไม้ทนความแห้งแล้งไม่ไหวแล้ว ช่างแตกต่างจากเมื่อได้รับฝน ใบไม้ต่างสดใสร่าเริงปลิวหยอกกับลมเล่นเย้าหยอกแสงอาทิตย์ให้สะท้อนตา



สัญญา เราจะหาชื่อ และวงษ์สกุลของเจ้า

แม้แต่ครั้งให้น้ำค้างเกาะยามเช้าก่อนเหือดแห้งทันสายตะว้นจะแรงขึ้น บางทีมีความใจดีขยับกระเพื่อมบอกเรา ให้รู้ว่านกหรือผีเสื้อแมลงบินเข้าเกาะทักทายหากิน หลบร้อน ความชอบในตัวเรา...มองด้วยกล้องสองตาคู่ใจอยากรู้ว่าเป็นนกตัวไหนกัน

ใจพาตัวเรามุ่งเดินไปที่โดม ที่นั่นกระถางเฟรินข้าหลวงอาการไม่ดีมากนัก อาจเพราะโดนแดดแรงมากเกินไปจากทุกปี แม้จะตั้งอยู่ที่เดิมมานาน5ปีแล้ว เรารดน้ำให้ต้นไม้และพื้นในโดมจนชุ่มฉ่ำ ไม่นาน นกเข้ามาบินอาบน้ำ เป็นสิ่งที่เราชอบทำ…แอบเติมเต็มไว้ให้พวกเจ้าทุกอาทิตย์ เรื่อยไป

เริ่มหลายคืนมาแล้ว นกแสกเจ้าร้องเพลงในยามค่ำ COLLARED SCOPS-OWL ไม่ดึกเกินไป ชื่อเพลง 12วิ ให้เราฟังอีกแล้ว ช่วงเวลาการรับฟังเพลงของเจ้าใน 1ปี กลางเมษา เวลาของเจ้ากับเราทุกคืนเหมือนเดิมคือภาษาแห่งความกรุณา
เจ้าทำให้เราคิดเข้าข้างตัวเองได้ มีเจ้าเลือกอยู่ที่นี่ บ้านป่าผาด่างแห่งนี้
 
 



เราไม่กล้าเอ่ยปากให้หลานชายชื่อจ๊อบไปถ่ายรูปเจ้าของเสียงเพลง12 วิ นกแสกเพื่อนร่วมป่า เราอยากให้จ๊อบเป็นฝ่ายถวิลหา อยากถ่ายรูป อยากพบเจ้ามากกว่า

ฟังเพลง 12 วิบอกร้อง พอเพียงว่าเจ้าอยู่บ้านเดียวกับเราก็มากเกินตามออกไปรบกวน ยามนี้เป็นเวลาหากินของเจ้าค่ำคืนเมษา


ริมห้วยชายน้ำลดน้อยลงไปมาก กว่าเราคาดคิด สายเถาวัลย์โยงเยง หลากหลายอารมณ์เพลินด้วยกิ่งก้านของเจ้าเอง เจ้าอารมณ์ดีเช่นนี้เสมอหรือ ไม่ไกล ต้นก้านเหลืองวัยรุ่นมีลูกเถาวัลย์สีหลืองกลมห้อยเป็นพวงอยู่ข้างๆลำห้วยขอบปากแห้งน้ำลด






ดอกกล้วยไม้ ลายเสือปลา กล้วยไม้เฉพาะถิ่นบานอาบแสงอาทิตย์อ่อนๆ และไหวนิดเมื่อลมจับเจ้าไกวน้อยๆ สายลมอีกเหมือนกันทำลายการอ่านหนังสือ ของเรา AT THE BACK OF THE NORTH WIND


หนังสือปกสีฟ้าเป็นฝ่ายมองเราหลับใต้ฟ้าใบไม้สีเขียวหมู่หนาร่มคลื้ม ตัวเรานอนหลับสบายบนเตียงเหล็กสนาม สายเถาวัลย์โยกเอนไหวอาศัยต้นหนาใหญ่ของใบโตเจ้าก้านเหลือง ปีนี้เจ้ามีมากกว่าปีก่อน เจ้าจะโตขึ้นและเยอะกว่านี้อีกหรือเปล่าในปีหน้า







APRIL 22,2009 เสียงใสร้องแต่เช้าตรู่บนทางเดินแห้งแล้งสู่หน้าร้านของชำ เสียงดังไม่ไกลเหมือนใกล้และใกล้เข้ามา puff-throated babbler จะใช่คู่เดียวตรงบ้านริมน้ำ หรือเป็นอีกคู่ที่แสนจะใจดีอาศัยรอบๆโดมหลังคาสูงมีฝาห้องเป็นต้นไม้นานาพรรณ เจ้าคู่นั้นชอบออกมาดีใจใกล้ชิดเรา เมื่อรดน้ำให้พื้นโดมชุ่มน้ำจนเป็นแอ่ง และเจ้าชอบตีปีกเล่นน้ำในแอ่งนั้นเสียเหลือเกิน

หน้ากระจกล้างหน้าด้านนอกเรือภูสีหมอก เจ้ากางเขนบ้านบินเข้ามาตีกระจก เราบอกเจ้าไม่ได้ว่านกตัวนั้นไม่ใช่คู่แข่งความหล่อของเจ้าเลย นี่หมายความว่าเจ้ายังไม่มีความรักใช่ไหม ความคิดเราไปไกลกว่านั้น


อย่างตั้งใจเอาถาดดินเผาเก่าใส่น้ำแค่ครึ่งเดียววางไว้ในอ่างล้างหน้าอีกที ต่อไปนี้เจ้านกกางเขนรูปหล่อมีอ่างเล่นน้ำเพิ่มอีกแห่งหนึ่งในอาณาจักรบ้านป่าของเรา

เรื่องประหลาดใจ นกขมิ้นท้ายทอยดำ3 ตัว บินข้ามฝั่งให้เราเห็นแจ่มชัด เวลานี้ป่าแห่งนี้ไม่ใช่บ้านของพวกเจ้า การอพยพบินกลับทำไมจึงมีตกค้าง หรือโลกกำลังเปลี่ยนไป สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้น หรือสิ่งเลวร้ายบอกกล่าวอะไรพวกเจ้าหรือ



วันศุกร์, เมษายน 24, 2009

ประชาธิปไตยของฝรั่งหรือ สยามเมืองยิ้มให้กลับมา

 


 

ลองมองย้อนกลับเรามีสีของตัวเองแล้วกันทุกคนและนานเท่าไรแล้ว

คุณสีแดง คุณสีเหลือง คุณสีขาว คุณสีน้ำเงิน สีของอุดมการณ์…คุณคืออะไร

ขอให้ฉันรู้จักอุดมการณ์สั้นๆแต่กระชับได้ใจความจริงๆของคุณไม่ต้องยาวหรอก

ประเทศนี้กำลังพากันเดินสู่ปากเหวความแตกแยกทางความคิดโดยมีประชาธิปไตยในความหมายแตกต่างกันเป็นอาวุธในมือและจิตใจทุกคนช่างเข้มข้นยึดติดอุดมการณ์จ้องมองหาแต่ความผิดพลาดของชาวไทยเลือดต่างสี

เราจะบอกลูกหลานเราอย่างไร เมื่อเราแก่ตัวชราลง และมองเห็นอดีตสยามประเทศสิ้นด้ามขวานหัก เนื้อขวานแหลกจมกระจายเกลื่อนใต้ซากผืนดิน
ปัจจุบันเราผันตัวเองเป็นส่วนสำคัญจิตวิญาณมุ่งมั่นทำเพื่ออุดมการณ์หัวหน้า จนประเทศแตกร้าวปริหลุดแยกกัน

ก่อนเราจะได้ทำการทำลายและในอนาคต อันใกล้ทุกคนจะได้ก้าวข้ามซากของประเทศนี้ เราขอหยุดก่อน

เราควรทำอะไรก่อนจะดีไหม ถามคนบ้านใกล้ของเรา คนลาวที่ยังมีชีวิตอยู่มากมายก่อนลาวแตก ว่าเค้าคิดอย่างไรกับปัจจุบันและลาวในอดีตก่อนประเทศล่มสลายจากการปกครอง….พวกเค้าสูญเสียอะไรบ้าง พวกเค้าได้บทเรียนน่าชื่นชมหรือจากสงครามน่าขื่นขม ….

…..มีความฝันอยากย้อนกลับไปหาประเทศของตัวเองหรือไม่ และย้อนกลับไปลึกไกลแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ หากคนไทยจะทำหรือแบ่งแยกความคิดและประเทศนี้อยู่ จงถามชนชาวพม่า ถามไทยใหญ่ ถามเขมร กัมพูชา จีน อินเดีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รัสเชีย แต่อย่าอ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์

สมมุติเราหันหลังให้หัวหน้าอุดมการณ์ หันหน้าเข้าหาครอบครัวของเรา และสมมุติว่าครอบครัวของเราคือประเทศไทย เรามีพ่อและแม่กำลังแก่ชรา มีลูกกำลังน่ารัก และลูกอีกสองคนกำลังก้าวสู่วัยรุ่น ทั้งหญิงและชาย หน้าที่ของเราคือดูและพ่อแม่ของเรา ซึ่งวันนี้ท่านแก่มากแล้ว สำคัญคือความกตัญญู รู้คุณ ด้วยในอดีตเมืองไทยจะปลูกฝังเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันยาวไกลของสยามประเทศ ยามเราเด็กเราเห็นจนชาชินแม่ของเราดูและยายและย่า ปู่และตา

วันนี้เราจะเอาพ่อของเรา ( พระราชา) ไปไว้บ้านคนชรา คนแก่แล้วไร้ประโยชน์และไร้ค่าแล้วหรือ เราจำได้ทั้งพ่อและแม่ไม่เคยร้องขอให้เราช่วยท่านเลยแม้จะไร้เรี่ยวแรงจะขยับตัว

วัฒนธรรมกตัญญูนี้บ่งบอกความดีงามของบรรพบุรุษสืบต่อมาอย่างยาวนานนับ 700-800 ปี ก่อนฝรั่งจะสอนให้เรารู้จักคำว่าประชาธิปไตย
เราจำได้ ลูกเอ๋ยพ่อดีใจเหลือเกิน วันนี้พ่ออ่านหนังสือได้ชัดแจ๋วไม่ต้องใช้แว่นอีกต่อไป เงินจากการทำงานของเราสามรถทำให้พ่อกล่าวประโยคนี้ออกมา ความสุขของวลีประโยคนี้ มีคุณค่ากับเราเสมอจนถึงวันนี้ ทำให้เรามีมุมมองคิดแม้ว่าจะช้าไปนานมากจากวันที่เราเลือกสีให้ตัวเอง
ประชาธิปไตยคืออะไร ในความหมายของท่านพุทธทาษ ท่านสอนว่า คือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่
เขียนมาถึงตรงนี้ เราคนไทยต่างสีควรนำไปวิเคราะห์ให้ละเอียดด้วยตนเองอีกที
จริงหรือไม่…เชื่อถือได้หรือไม่กับคำสอนนี้
ประชาธิปไตยเป็นวัฒนธรรมด้วยหรือเปล่า

ในครอบครัวหากเราเลือกจะสอนลูกหลานของเราให้รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างดั้งเดิม มีมารยาทงดงาม พูดจาสุภาพ เป็นมิตร มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ สอนให้ลูกกราบพระ รู้จักที่ต่ำ ที่สูง รักและเคารพพ่อแม่ พี่ดูและน้อง น้องเคารพพี่เป็นลำดับขั้นตอน และในใจหวังไว้ลึกๆ ยามเราแก่เฒ่า ลูกจะดูแลปรนนิบัติไม่ทิ้งเรา ยามเราเข้าสู่วัยชรา

สอนให้ลูกรับรู้ว่าการพูดจาไม่สุภาพต่อพ่อแม่หรือ การไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ เอาแต่เที่ยวทิ้งภาระงานบ้านทุกอย่างให้พ่อแม่ทำ
นำเรื่องกลุ้มใจ โทมนัส นั้นคือบาปที่ลูกกำลังก่อและพ่อแม่เห็นแต่ไม่อาจเข้าไปช่วยให้ลดน้อยได้เลย
เลิกใช้คำว่า ถูกหรือผิด กับครอบครัว มีแค่บุญกับบาปเท่านั้น

ยืนหยัดเป็นครอบครัวที่จะไม่เดินตามเพื่อนบ้านที่ร่ำรวยวัตถุ มากด้วยทรัพย์สิน
ยืนหยัดเป็นครอบครัวที่จะเดินตามเพื่อนบ้านนิสัยดี คนทำดี และเอามาทำตามนั้น สอนตามนั้น ยกย่องสม่ำเสมอ


หากมองย้อนประวัติศาสตร์ เราคิดว่านี่อาจเป็นกุญแจสำหรับคนไทยทุกคน
ทำไมฝรั่งเรียกเราว่า สยามเมืองยิ้ม ก่อนที่ชาวไทยรุ่นใหม่ในยุค2475 ตัดสินใจนำประชาธิปไตยมาใช้กับประเทศไทย

สยามเมืองยิ้ม….ตีความหมายได้กว้างไกลแต่มากมายด้วยคุณค่าความงดงามของอารยะวัฒนธรรมของประเทศนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
หมายถึงดินแดนแห่งความสุข ทำไมจึงมีความสุข สำคัญต้องเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งด้วยสินทรัพย์ในดินและน้ำ เพื่อมอบให้แก่คนดี คนขยัน คนมีบุญได้เกิดมาบนแผ่นดินนี้
คนเราเมื่อมีความสุขก็เพราะจิตใจมีความสุข ทุกคนพร้อมหันหน้าเข้าหากัน ช่วยเหลือ สุภาพต่อกัน เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ เคารพในรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านและคนต่างถิ่น นี่คือความหมายที่ซ่อนอยู่ของคำว่าสยามเมืองยิ้ม

เราจะเลือกประชาธิปไตยของฝรั่ง…..หรือเลือกคำว่า….สยามเมืองยิ้มให้กลับมาในหัวใจของคนไทย

เราขอกราบขอขมาแผ่นดินนี้ พระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต กระดูกปู่ย่าตายายทวด ลูกคนนี้ได้เกือบกระทำกับประเทศที่อาศัยเกิด
บรรพบุรุษของลูกตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ให้กระดูกเหล่าบรรพบุรุษต้องอกตรมขมขื่นกับลูกดื้อเชื่อหัวหน้าอุดมการณ์ เกือบลืมพ่อลืมแม่ ลืมสอนลูกหลานเยาวชนรุ่นใหม่

จนตัวเองและลูกหลานตาบอดไม่เห็นความยาวนานต่อเนื่องศิลปะวัตถุที่เหล่าบรรพบุรุษในแต่ละยุคร่วมกันปั้นเป็นปาติมากรรมแทนนามธรรมเสียสละอุทิศแรงใจแรงงาน
สร้างจากปีที่ 1 จนประเทศนี้ยาวนานเกือบ800 ปี ทั้ง วัดวาอาราม บ้านเรือนในแต่ละยุค แต่ละภาค ของใช้จากรุ่นสู่รุ่น อาหาร หรือขนบธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติ คือศิลปะแห่งอนุสาวรีย์สยามเมืองยิ้มจนถึงปัจจุบัน
ต่อนี้ไป เราขอโทษสีแดง เราขอโทษสีเหลือง เราขอโทษสีขาว เราขอโทษสีน้ำเงิน
เราจะทำทุกอย่างเพื่อประเทศมาตุภูมิ ไม่ทำเพื่อประชาธิปไตย ไม่ทำเพื่อแกนนำ ไม่ทำตามความคิดถูกหรือผิด แต่จะทำบุญทดแทนแผ่นดินนี้
อาจมีบางคนสงสัยในวลีหรือประโยคนี้ เราจะขอตอบท่านด้วยความสุภาพอ่อนน้อมจริงใจต่อประเทศเป็นสำคัญ
เราตัดสินใจเลือกยืนกับอดีตของพ่อแม่เราต่อไปและสอนลูกหลานเราให้ก้าวเดินตามเราอย่างกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด กตัญญูต่อบรรพบุรุษ ต่อพ่อแม่ครูและอาจารย์ เพื่อนและผู้มีพระคุณ แต่ไม่ใช่หัวหน้าแกนนำทุกสีอีกต่อไป


วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2009

เราจะเลือกประชาธิปไตยของฝรั่ง…..หรือเลือกคำว่า….สยามเมืองยิ้มให้กลับมาในหัวใจของคนไทย

 




ลองมองย้อนกลับเรามีสีของตัวเองแล้วกันทุกคนและนานเท่าไรแล้ว

คุณสีแดง คุณสีเหลือง คุณสีขาว คุณสีน้ำเงิน สีของอุดมการณ์…คุณคืออะไร

ประเทศนี้กำลังพากันเดินสู่ปากเหวความแตกแยกทางความคิดโดยมีประชาธิปไตยในความหมายแตกต่างกันเป็นอาวุธในมือและจิตใจทุกคนช่างเข้มข้นยึดติดอุดมการณ์จ้องมองหาแต่ความผิดพลาดของชาวไทยเลือดต่างสี

เราจะบอกลูกหลานเราอย่างไร เมื่อเราแก่ตัวชราลง และมองเห็นอดีตสยามประเทศสิ้นด้ามขวานหัก เนื้อขวานแหลกจมกระจายเกลื่อนใต้ซากผืนดิน


ปัจจุบันเราผันตัวเองเป็นส่วนสำคัญจิตวิญาณมุ่งมั่นทำเพื่ออุดมการณ์หัวหน้า จนประเทศแตกร้าวปริหลุดแยกกัน

ก่อนเราจะได้ทำการทำลายและในอนาคต อันใกล้ทุกคนจะได้ก้าวข้ามซากของประเทศนี้ เราขอหยุดก่อน

เราควรทำอะไรก่อนจะดีไหม ถามคนบ้านใกล้ของเรา คนลาวที่ยังมีชีวิตอยู่มากมายก่อนลาวแตก ว่าเค้าคิดอย่างไรกับปัจจุบันและลาวในอดีตก่อนประเทศล่มสลายจากการปกครอง….พวกเค้าสูญเสียอะไรบ้าง พวกเค้าได้บทเรียนน่าชื่นชมหรือจากสงครามน่าขื่นขม ….

…..มีความฝันอยากย้อนกลับไปหาประเทศของตัวเองหรือไม่ และย้อนกลับไปลึกไกลแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ หากคนไทยจะทำหรือแบ่งแยกความคิดและประเทศนี้อยู่ จงถามชนชาวพม่า ถามไทยใหญ่ ถามเขมร กัมพูชา จีน อินเดีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รัสเชีย แต่อย่าอ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์

สมมุติเราหันหลังให้หัวหน้าอุดมการณ์ หันหน้าเข้าหาครอบครัวของเรา และสมมุติว่าครอบครัวของเราคือประเทศไทย เรามีพ่อและแม่กำลังแก่ชรา มีลูกกำลังน่ารัก และลูกอีกสองคนกำลังก้าวสู่วัยรุ่น ทั้งหญิงและชาย หน้าที่ของเราคือดูและพ่อแม่ของเรา ซึ่งวันนี้ท่านแก่มากแล้ว
 
 



สำคัญคือความกตัญญู รู้คุณ ด้วยในอดีตเมืองไทยจะปลูกฝังเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันยาวไกลของสยามประเทศ ยามเราเด็กเราเห็นจนชาชินแม่ของเราดูและยายและย่า ปู่และตา

วันนี้เราจะเอาพ่อของเรา ไปไว้บ้านคนชรา คนแก่แล้วไร้ประโยชน์และไร้ค่าแล้วหรือ เราจำได้ทั้งพ่อและแม่ไม่เคยร้องขอให้เราช่วยท่านเลยแม้จะไร้เรี่ยวแรงจะขยับตัว

วัฒนธรรมกตัญญูนี้บ่งบอกความดีงามของบรรพบุรุษสืบต่อมาอย่างยาวนานนับ 700-800 ปี ก่อนฝรั่งจะสอนให้เรารู้จักคำว่าประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยคืออะไร ในความหมายของท่านพุทธทาษ ท่านสอนว่า คือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่

เขียนมาถึงตรงนี้ เราคนไทยต่างสีควรนำไปวิเคราะห์ให้ละเอียดด้วยตนเองอีกที
จริงหรือไม่…เชื่อถือได้หรือไม่กับคำสอนนี้
ประชาธิปไตยเป็นวัฒนธรรมด้วยหรือเปล่า

ในครอบครัวหากเราเลือกจะสอนลูกหลานของเราให้รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างดั้งเดิม มีมารยาทงดงาม พูดจาสุภาพ เป็นมิตร มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ สอนให้ลูกกราบพระ รู้จักที่ต่ำ ที่สูง รักและเคารพพ่อแม่ พี่ดูและน้อง น้องเคารพพี่เป็นลำดับขั้นตอน และในใจหวังไว้ลึกๆ ยามเราแก่เฒ่า ลูกจะดูแลปรนนิบัติไม่ทิ้งเรา ยามเราเข้าสู่วัยชรา

สอนให้ลูกรับรู้ว่าการพูดจาไม่สุภาพต่อพ่อแม่หรือ การไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ เอาแต่เที่ยวทิ้งภาระงานบ้านทุกอย่างให้พ่อแม่ทำ
นำเรื่องกลุ้มใจ โทมนัส นั้นคือบาปที่ลูกกำลังก่อและพ่อแม่เห็นแต่ไม่อาจเข้าไปช่วยให้ลดน้อยได้เลย
เลิกใช้คำว่า ถูกหรือผิด กับครอบครัว มีแค่บุญกับบาปเท่านั้น

ยืนหยัดเป็นครอบครัวที่จะไม่เดินตามเพื่อนบ้านที่ร่ำรวยวัตถุ มากด้วยทรัพย์สิน
ยืนหยัดเป็นครอบครัวที่จะเดินตามเพื่อนบ้านนิสัยดี คนทำดี และเอามาทำตามนั้น สอนตามนั้น ยกย่องสม่ำเสมอ


หากมองย้อนประวัติศาสตร์ เราคิดว่านี่อาจเป็นกุญแจสำหรับคนไทยทุกคน
ทำไมฝรั่งเรียกเราว่า สยามเมืองยิ้ม ก่อนที่ชาวไทยรุ่นใหม่ในยุค2475 ตัดสินใจนำประชาธิปไตยมาใช้กับประเทศไทย

สยามเมืองยิ้ม….ตีความหมายได้กว้างไกลแต่มากมายด้วยคุณค่าความงดงามของอารยะวัฒนธรรมของประเทศนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
หมายถึงดินแดนแห่งความสุข ทำไมจึงมีความสุข สำคัญต้องเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งด้วยสินทรัพย์ในดินและน้ำ เพื่อมอบให้แก่คนดี คนขยัน คนมีบุญได้เกิดมาบนแผ่นดินนี้
คนเราเมื่อมีความสุขก็เพราะจิตใจมีความสุข

ทุกคนพร้อมหันหน้าเข้าหากัน ช่วยเหลือ สุภาพต่อกัน เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ เคารพในรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านและคนต่างถิ่น นี่คือความหมายที่ซ่อนอยู่ของคำว่าสยามเมืองยิ้ม

เราจะเลือกประชาธิปไตยของฝรั่ง…..หรือเลือกคำว่า….สยามเมืองยิ้มให้กลับมาในหัวใจของคนไทย

เราขอกราบขอขมาแผ่นดินนี้ พระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต กระดูกปู่ย่าตายายทวด ลูกคนนี้ได้เกือบกระทำกับประเทศที่อาศัยเกิด


บรรพบุรุษของลูกตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ให้กระดูกเหล่าบรรพบุรุษต้องอกตรมขมขื่นกับลูกดื้อเชื่อหัวหน้าอุดมการณ์ เกือบลืมพ่อลืมแม่ ลืมสอนลูกหลานเยาวชนรุ่นใหม่

จนตัวเองและลูกหลานตาบอดไม่เห็นความยาวนานต่อเนื่องศิลปะวัตถุที่เหล่าบรรพบุรุษในแต่ละยุคร่วมกันปั้นเป็นปาติมากรรมแทนนามธรรมเสียสละอุทิศแรงใจแรงงาน

สร้างจากปีที่ 1 จนประเทศนี้ยาวนานเกือบ800 ปี ทั้ง วัดวาอาราม บ้านเรือนในแต่ละยุค แต่ละภาค ของใช้จากรุ่นสู่รุ่น อาหาร หรือขนบธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติ คือศิลปะแห่งอนุสาวรีย์สยามเมืองยิ้มจนถึงปัจจุบัน


ต่อนี้ไป เราขอโทษสีแดง เราขอโทษสีเหลือง เราขอโทษสีขาว เราขอโทษสีน้ำเงิน

เราจะทำทุกอย่างเพื่อประเทศมาตุภูมิ ไม่ทำเพื่อประชาธิปไตย ไม่ทำเพื่อแกนนำ ไม่ทำตามความคิดถูกหรือผิด แต่จะทำบุญทดแทนแผ่นดินนี้

อาจมีบางคนสงสัยในวลีหรือประโยคนี้ เราจะขอตอบท่านด้วยความสุภาพอ่อนน้อมจริงใจต่อประเทศเป็นสำคัญ


เราตัดสินใจเลือกยืนกับอดีตของพ่อแม่เราต่อไปและสอนลูกหลานเราให้ก้าวเดินตามเราอย่างกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด กตัญญูต่อบรรพบุรุษ ต่อพ่อแม่ครูและอาจารย์ เพื่อนและผู้มีพระคุณ แต่ไม่ใช่หัวหน้าแกนนำทุกสีอีกต่อไป

วันพุธ, เมษายน 15, 2009

April 8-9 ,2008 ท้องฟ้าแผ่นดินซับฟ้าผ่า



APRIL 8-9,2008 ท้องฟ้าแผ่นดินซับฟ้าผ่า ภัตตาคารแร้ง


เราคาดหวังหรือเรียนรู้อะไรบ้างบนช่วงเวลาสำคัญชีวิตของเราเกี่ยวข้องกับธรรมชาติห้วยขาแข้งสุสาน……พญาแร้งประจำถิ่นกลุ่มสุดท้ายล่มสลายด้วยยาเบื่อราคาซองละไม่กี่บาท
 
 


เวลาเลวร้ายอย่างนั้นไม่นานพอสำหรับบางคนถูกจำกัดให้รับรู้ข่าวจะลืมเลือน

ซับฟ้าผ่าจุดเล็กๆห้วยขาแข้งมรดกโลกถูกเลือกจากคนเหล่านักวิชาการ ปักษีชีววิทยา นักอนุรักษ์ สัตว์แพทย์ เจ้าหน้าที่ข้าราชการและนักการเมือง
 


หลายๆคนมติร่วมดำเนินประสานเห็นสมควรให้แล้วที่สุด……
เป็นที่ปล่อยคืนอิสระพญาแร้งเด็กน้อยสายพันธุ์หิมาลัยสีน้ำตาล ทั้งหมด 10 ตัว


นักวิชาการกลุ่มอาสาสมัครทำงานนี้ ให้คำจำกัดความนี่คือโครงการ ภัตตาคารแร้ง……แต่ก่อนอื่นตัวเราถามตัวเองว่าพญาแร้งหิมาลัยสีน้ำตาลมาจากไหน ข้างลังไม้ตีหยาบๆ เขียนจังหวัด ตรัง สตูล …. และอื่นๆ


ตีความสำเร็จรู้แจ้งมาจากหลายจังหวัดทางภาคใต้แต่ทุกตัวตกลงทะเลชายฝั่วอ่าวไทย และอันดามัน

เรื่องร้อนใจปนรันทด เศร้าจริงใช่ไหม…..ต้องรับรู้พญาแร้งส่วนมากเป็นพญาแร้งเด็กน้อยอายุเพียงแค่ 1 ปี ทุกตัวพลัดพรากจากฝูงพ่อแม่พี่น้อง
 


พญาแร้งเด็กน้อยกำพร้าหมดแรงไม่มีซากสัตว์เสริมแรงสร้างพลังบินสู่จุดหมายปลายทางตามเผ่าพันธุ์ อ่อนล้าเกินฝืนกางปีกใหญ่ร่วงใส่ทะเลเบื้องล่าง….ยอมแพ้เป็นอาหารสัตว์น้ำทะเลต่อไป

อดีตดินแดนประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากร มากมายทั้งพญาแร้งประจำถิ่น และพญาแร้งอพยพจากอีกฟากฟ้า…ธิเบตขุนเขาเจ้าแห่งลมเหนือ
 


ไม่นานแค่ไม่ถึงครึ่งอายุคน…. ทำไมชะตาลิขิตให้แผ่นดินแห่งนี้คนไทยส่วนใหญ่ดิ้นรนเปลี่ยนแปลงสมดุลทำลายล้างทรัยากรธรรมชาติ
 
 


.......จากผู้มั่งคั่งเพื่อนสรรพชีวิตสัตว์ป่า ทิ้งเหลือให้เป็นร่องรอยใหญ่โตง่ายต่อการมีคำตอบบอกลูกหลาน …ทำไมเผ่าพันธุ์แร้งประจำถิ่นในไทยจนจบหมดสิ้น

ยังไม่ใช่ลิขิตของแผ่นดินผืนนี้ต้องจารึกเรื่องพญาแร้งอวสานไว้เพียงเท่านี้

แผ่นดินแห่งการถูกสาบ….. งานฆาตกรรมธรรมชาติอ่อนแอเข้มข้นขึ้นตามลำดับอายุกาลนำหน้า….. ภาระกำจัดพญาแร้งอพยพบริเวณอ่าวไทย และอันดามัน





ปัจจุบันไทยสยามประเทศคือคำตอบบันทึกหน้าใหม่…. วัฏจักรล่อลวงล่าเหยื่อพญาแร้งหิมาลัยสีน้ำตาล อพยพโดยใช้พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยเป็นสถานสุสานกับดักการหล่นร่วง

เรื่องนี้ชัดเจน…..ทำไมชีวิตของคนเขียนต้องผูกพันรับรู้เรื่องหดหู่อย่างนี้



ชีวิตพญาแร้งกินสัตว์ซากเน่า ไม่เบียดเบียนชีวิตพืช ไม่เบียดเบียนเนื้อสัตว์สด เกิดมาเพื่อทำงานคอยกำจัดกินอาหารซากเน่าเหม็นกำจัดกลิ่นโชยเน่าเหม็น ทำไมซากสัตว์เน่าอาหารของนกอีแร้งชนิดนี้หมดไปแล้ว หมาเน่าข้างถนนมีให้บ้างไหม ซากสัตว์ตายยุ่ยเหม็นโฉ่ไม่มี อีกแล้ว อาหารสัตว์กลายเป็นโรงงานอุสาหกรรมสัตว์

 



เกิดประเด็นขึ้นแล้ว

ใครกันนำพา…เรื่องราวของเหล่านกพญาแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย เงื่อนไขใหญ่ต้องเกิดความสงสาร พาไปสู่ ความกรุณา…


ความกรุณาสร้างอิทธิพลผลักดันมวลชนทั้งหมดสู่หลุมกับดัก ร่วมรับรู้ชะตากรรมลำบากของนกชนิดนี้ เหล่าคนแค่กลุ่มเล็กๆเท่านั้นและมีเราเป็น หนึ่งในนั้นรับรู้โครงการวางแผนอุปการะ เพื่อลดโศกนาฏกรรมอันแสนวิปโยก ประกาศให้คนบางคนได้มองเห็นความจำเป็นรีบเร่งช่วยเหลือแร้ง

ผู้นำโครงการนี้ประสานทุกฝ่ายขอเติมโอกาส เหล่าฝูงพญาแร้งอพยพบินมาจากิเทอกเขาหิมาลัยหรืออพยพบินกลับ....หาก ....หรือ.... ถ้า...... ผ่านป่าใหญ่ห้วยขาแข้ง

 




….. หวังตั้งเป้าหมาย ของทุกๆปีตรงนี้ซับฟ้าผ่า...มีการจัดวางซากอาหารโปรดไว้ให้ อย่างต่อเนื่อง ทุกสัปดาห์เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสร้างพลังงานสู้ชีวิตวิบากสู่ทิศจุดหมายไม่ว่าจะเป็นช่วงอพยพมา หรือเวลาพาเจ้าพญาแร้งโบยบินกลับสู่บ้าน

 

 



คำว่าบ้านอีกหลังของพวกเจ้าพญาแร้ง…… ดินแดนธิเบตภูเขาแห่งความหนาวลึกและไร้ขอบทะเลมหาสมุทร

หลังจากผ่านขั้นตอนยุ่งยากในการช่วยเหลือ เอาออกจากอ้อมแขนผู้เก็บเจ้าจากทะเล..... บังคับด้วยกฏหมาย การล่อขอซื้อ หรืออีกหลายวิธีเพื่อนำพญาแร้ง ย้ายนำสู่สถานอนุบาล รักษาจากสัตว์แพทย์อย่างใกล้ชิด





จนเชื่อมั่นในสุขภาพความพร้อมเพื่อให้ทุกตัวได้บินตามเผ่าพันธุ์บินกลับบ้าน

ทุกอย่างบรรจงละเอียดต่อจิตวิตยาสัตว์ชนิดนี้เป็นข้อแรกของทุกการตัดสินใจในการก้าวไปข้างหน้าแค่หนึ่งก้าว

เมื่อเวลาเปิดกรงมาถึง กล้องจากนักข่าว นักถ่ายภาพชีวิตสัตว์ และผู้ที่ช่วยเหลือโครงการทั้งหลาย พญาแร้งทั้งสิบตัวเลือกบินผ่านอาหารอย่างไม่สนใจใยดี หนีคนตามสัญชาตญาณถูกต้อง การปฏิเสธอาหารเงื่อนไขของมนุษย์
 
 


การสิ้นหมดหวังของคนดูมาถึง…..คือคำตอบทั้งหมด….พญาแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยทั้ง10 ตัว บอกกับทุกคน
นกแร้งอยู่….คนอยู่ดู (คนอยากรู้ว่านกแร้งจะกระชากจิกทึ้งอาหารอย่างไร) แต่นกแร้งเลือกบินหายไป…. คนพ่ายแพ้กับเจตจำนงของสัตว์ปีกชนิดนี้ ผู้คนทั้งหมดออกจากพื้นที่คือสิ่งที่นกแร้งทั้งหมดต้องการ
 
 


,มีความผิดหวังของผู้นำโครงการหรือเปล่า ตรงกันข้ามหัวใจอันยิ่งใหญ่ของผู้นำโครงการมองการณ์ไกลไปมากกว่านั้น ไม่ได้เสียใจ กับการเมินเฉยซากวัว แต่ยินดีให้.....วันนี้คือเริ่มต้น เพื่อปีหน้าและของทุกๆปี


ขอให้เจ้าแห่งกาลเวลาผู้กำหนดวัฏจักรการบินย้ายข้ามฟ้า โปรดรับอาหารสำคัญนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของฤดูกาลอพยพย้ายหนีความหนาวเย็นมาสู่ซีกโลกแห่งทะเลสีฟ้าใสอบอุ่นของอ่าวทะเลไทย






โครงการอุปการะเหยี่ยวเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ (Adopt a Raptor) เป็นโครงการฟื้นฟูสุขภาพเหยี่ยว นกอินทรี อีแร้งหรือนกชนิดอื่นๆ เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติภายใต้ขอบเขตการดำเนินการของศูนย์ฟื้นฟู สุขภาพนกเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและเปิดโอกาสให้นักดูนกหรือ ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสุขภาพของนกที่บาดเจ็บ บินตก เนื่องจากขาดอาหารหรือพลัดหลงได้ต่อชีวิต สามารถกลับไปใช้ชีวิต ด้วยตนเองในธรรมชาติต่อไป


คณะผู้ดำเนินการ


เชิดพงค์ เติมตะนันทน์
ปิยะพงษ์ โชติพันธุ์
ทวีวัฒน์ สุปินธรรม
วัฒนวงษ์ วงษ์พันธุ์
ไชยยันต์ เกษรดอกบัว (อาจารย์ต้น ผู้ให้โอกาศพี่กุ้งได้เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ค่ะ)
อนุทิน จันทร์เทวา
ชูเกียรติ นวลศรี
พรภัทร นิคมานนท์
พีรศิษฐ์ ตัณฑวณิช
ปารณีย์ หรรษกุล
อายุวัฒ เจียรวัฒนกนก

วันอาทิตย์, เมษายน 5, 2009

เอื้องเสือปลา



ถาม พบที่ไหนของภาค และหรืออุทยานใดค่ะ หรือเป็นกล้วยไม้พันธุ์ผสมค่ะ ขอเป็นความรู้
ตอบ พบเฉพาะในประเทศไทยและพบเฉพาะที่ประจวบคีรีขันธ์เท่านั้นครับ
ถาม ใกล้บ้านมากค่ะ ขอเก็บภาพไว้นะค่ะ ป่าละอู ห้วยโศก ห้วยสัตว์ใหญ่ หรือป่าทางแพรกตะคร้อติดพม่าแล้วค่ะ หรือลงไปทางปรานบุรี หรือกุยบุรีค่ะ

วันเสาร์, เมษายน 4, 2009

Beautiful Flowers Weeks at Padangcamp แก่งกระจาน


April 1.2008

ผาด่างในวันนี้ แปลกตาจากเมื่ออาทิตย์ก่อนการเดินทางสู่กรุงเทพ เป็นเพราะฝนป่าช่วยชีวิตไม้ป่า สละทิ้งใบร่วงเกลื่อนพื้นดินสีน้ำตาลแห้ง ปล่อยลำต้นและกิ่งเปล่ายืนชี้ฟ้าชี้เมฆจำศิล

ฝนแรกของปีนี้มาช้า แต่มาแล้ว ช่วยพาสรรพชีวิตชีวิตกลับคืนป่าผู้รอคอยพาความหวังแห่งชีวิตกลับฟื้นคืน….ใบไม้รีบทำงานแตกติ่ง ช่ออ่อน






กล้วยไม้หลายชนิดออกดอกย้อยเป็นพวง อดใจไม่ไหว เข้าไปยืนนับ 1…3…7…10…13….16…19…21…. ดอกกล้วยไม้ตระกูลเอื้อง สีเหลืองเป็นพุ่มบาน






ดอกเข็มป่าสีขาว แม้แต่ดอกหญ้าบานจิ๋วทุกอย่างก้าว ของการเดินผ่าน อยากถ่ายรูปมาก ทำอย่างไร ทำอย่างไรดี

ตกเย็น เรานัดประชุมกับแม่ครัว….ทำอาหารของหวานชนิดใหม่ ทุกคนต้องลองชิม และออกความคิดเห็น สีหน้ายิ้มแย้ม สนุก เหมือนกับได้กินเลี้ยง เมื่อป้อนใส่ปาก กัด เคี้ยว ดื่มด่ำน้ำเชื่อมผสมน้ำแข็งและ กลืน ตามด้วยพยักหน้าอย่างเต็มใจ
 


เสียงน้องมด อร่อยค่ะ ป้ากุ้ง มดชอบ
ไอ้ยุง หนูว่ามันหวานมันดีไม่หวานเกินไป และไม่มากเกินไป
เก๋นั่งข้างๆเราพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 



แล้วเราก็ชงโอวัลตินร้อนสูตรใหม่ กับแก้วหรูแบบใหม่เพิ่งเดินทางจากโรงงานชะเลียง จ .เชียงใหม่ ราคาเต็มแพงมาก แต่เมื่อเป็นผาด่าง เราซื้อช่วง SALE 70% ( 4 ใบร้อยบาท ) โอวัลตินร้อนสูตรใหม่ น้องมดพยักหน้าแล้วพูดแต่ว่าอร่อย…ๆ กว่าเดิมตั้งเยอะ



April 2 , 2008

เราอยากถ่ายรูปดอกไม้ในผาด่าง เจ้าดอกไม้ยั่วให้เราพบกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของผาด่าง ต่างอวดดอกพร้อมๆกันให้เราในอาทิตย์นี้ กล้อง CANNON 400D เราก็มี





แต่ถ้าถ่ายรูปต้องเป็นManual แสงและเงากับกลีบดอกไม้ ในมุมมอง...ชอบคิดเข้าตัวเอง

สิ่งติดขัดปัญหาใหญ่ เราต้องใส่แว่นเวลาถ่ายภาพ นั่นคือข้อขัดแย้ง






แว่นตาเราหลอกว่าชัด กล้อง 400D ไม่เชื่อ…ดื้อไม่ทำงาน







ตกลงเราตัดสินใจให้กล้องชี้นำใช้AUTO เพราะ ยามนี้ดอกไม้ในผาด่างต่างเบิกบานบานให้เราอย่างเชิญชวน ผลักดันให้เรากล้าทำงานกับกล้อง CANNON 400D เสียที

CANNON ไปกับเรา ไม่มีแว่น เดินไปที่โดม กลุ่มกล้วยไม้ยืนอาศัยตอมะค่ากลวง หลายช่อมีแห้งบ้างแล้ว เราโฟกัสตรงนี้ กล้องโฟกัสตรงนั้น เรากับกล้องสายตาไม่เท่ากัน เราต่างยอมรับว่าปัญหานี้สนุกดีจัง

เราขัดขืนเจ้า CANNON 400D บ้าง แต่ยืนนานเมื่อยแขนแล้ว ต้องยอมแพ้ แต่บางครั้งเราก็เป็นผู้กำชัย แต่เรารู้ในใจดี เราสรุปชัยชนะตอนนี้ไม่ได้







หน้าร้านค้าผาด่าง ตระกูลกระเรกระล่อน ร้อยระย้ายาวเป็นพวงตามง่ามต้นประดู่กิ่งอ่อน และต้นตะขบ กล้วยไม้อย่างเดียวกันลมแกว่งนิดๆเรียกเราให้มองกัน




 



ห้องอาหาร ดอกโฮย่า นมตำเลีย ชมพูจืดๆ ใบเหี่ยวคู่ตรงกลาง





โฮย่าหน้าห้องห้องน้ำรูปหัวใจ ดลใจให้เรานึกถึงเมื่อวาน เราพบกันแล้วทำให้เรารีบเดินไปหาเธอ เพื่อให้ CANNON รู้จกเธอบ้าง



บนพื้นดิน ดารดาษ ดอกหญ้าสีม่วง เรานั่งอยู่กับดอกสีม่วงบานนานมากๆ ดอกหญ้าดอกอื่นมองเรา
เราบอกว่าเคยเห็นคนอื่นเอารูปเธอไปลงบ่อยๆ เดี๋ยวหน้าโหลหรอก
 
 
 


บนเรือนภูสีหมอก หลายมุม ตรงต้นโน้นต้นนี้ มีแต่กล้วยไม้บานแต้มสีสันระเบียงยาวที่สุดในผาด่าง

 

 

 
 

 

 

 


เมื่อเรากลับมา กล้องกับโน๊ตบุ๊ค และจ๊อบหลานชายผู้ช่วย

เริ่มทำงาน ภาพแต่ละภาพเรียงขึ้นมา มีเสียงประกอบ มัว….. ลบ มัว…. ลบ ใช้ได้ มัว…. ลบ ใช้ได้ มัว… ลบ

มัว…. ลบ มัว…. ลบ ใช้ได้ คำนี้ ใช้ได้ นานจะได้ยินสักภาพ


miracle verse คำนี้คือความหวัง …. มัวนิดๆ เรารีบบอกอย่าตัดสินใจแน่วแน่ …..มัวนิดๆ ก็เอาน่ะไม่งั้นไม่เหลือสักดอกแน่ๆ



ช่วย...ต้นกล้า






หลายๆ คน ในบอร์ดนี้คงได้คุ้นเคยกับชื่อต้นกล้ามาบ้างแล้ว
ขอเริ่มด้วยการดูงานขยะบนเขาใหญ่ของพวกเรา ในวันที่ 29 มีนาคม 2552
เพื่อศึกษาสถิติ พฤติกรรมการทิ้งขยะ การจัดการกับขยะ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาขยะบนเขาใหญ่
เพื่อนำไปสู่การรณรงค์ อาชีพหลักของเรา ชาวต้นกล้า..........













พรีเซนเตอร์ถุงขยะ
เป็นถุงขยะที่ทางอุทยานเคยแจกให้กับนักท่องเที่ยว ที่ขึ้นเขาใหญ่ โดยต้องวางเงินมัดจำไว้ 100.- แล้วขากลับคุณต้องนำถุงขยะพร้อมทั้งขยะที่คุณนำขึ้นไปกลับลงมา แต่ กลับไม่เป็นอย่างงั้นทั้งหมด คือ บางคนเอาถุงเปล่ากลับลงมาเพื่อแลกเงินของตนเองคืนเข้าเป๋าตังค์ จึงอาจพูดได้ว่า วิธีนี้ซื้อจิตสำนึกบางคนไม่ได้เลย อีกปัญหานึงของเจ้าถุงนี้ก็คือ จนท.แจกถุงให้ไม่เพียงพอ เพราะ 1 ถุง/คัน
แต่ จนท.ฝ่ายวิชการของอช.เขาใหญ่ ก็บอกว่า วิธีนี้ช่วยลดขยะบนเขาใหญ่ และเบาแรง จนท.ได้ถึง 50% เลยทีเดียว แต่ติดขัดที่ความไม่ต่อเนื่องของโครงการ









เสร็จสิ้นจากฝ่ายวิชาการแล้วเราก็เดินทางไปที่ผากล้วยไม้ เพื่อแวะชมกรงพักขยะ ก่อนที่จะขนย้ายลงไปข้างล่าง แล้วก็ไปต่อที่น้ำตกเหวสุวัต เพื่อฟื้นชีพ คืนความสดชื่นให้ต้นกล้า แวะชมเตาเผาขยะเตาเดียวของเขาใหญ่ พร้อมทั้งทำการประชุมสรุปสุดยอดในวาระดูงานขยะบนเขาใหญ่ในคราวนี้ ซึ่งสรุปได้ว่า กิจกรรมที่เราคิดได้ มี 6 กิจกรรม ดังนี้1. กิจกรรม “ เก็บขยะ 1 ชั่วโมง” บนเส้นทาง ผากล้วยไม้-เหวสุวัต หรือเส้นทาง 3 กม.ก่อนถึงด่านไอเดียของพี่ๆ ฝ่ายวิชาการ 2. กิจกรรม “1 เดือน 1 ครั้ง” คือการรมตัวของต้นกล้าเพื่อขึ้นมาเก็บขยะบนเขาใหญ่ เป็นเวลาครึ่งวันบนเขาใหญ่ 1 ครั้ง/เดือน : ไอเดียของพี่อ่าง3. กิจกรรม “มนุษย์ขยะตามหาพ่อ” เป็นไอเดียของเอฟ (ต้นกล้าปากพลี) ที่แต่งตัวแฟนซีเป็นขยะตามหาผู้ที่ทิ้งเราไว้บนเขาใหญ่4. กิจกรรม “กระชากจิตสำนึก” ชื่ออาจรุนแรงไปหน่อย แต่กิจกรรมเป็นอย่างนี้จริงๆ โดยให้ต้นกล้าไปยืนเก็บขยะต่อหน้าผู้ทิ้ง เป็นไอเดียของ มุก-อิ๋ว5. กิจกรรม “ยืนหน้าถัง” เป็นการให้ต้นกล้าไปประจำที่ถังขยะต่างๆ เพื่ออธิบายการแยกขยะ และการนำไปใช้ประโยชน์ 6. กิจกรรม “ค่ายเด็กขอบ” ที่จะนำเด็กชายขอบเขาใหญ่ นำมาเข้าค่ายอบรมให้ความรู้สุดท้ายเรานัดกันว่า ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552 ต้นกล้าจะมาทำการรณรงค์ขยะกันที่เขาใหญ่ โดยกิจกรรม ดำเนินไปตั้งแต่ 10.00-18.00 น. บนเขาใหญ่มีรายละเอียดดังนี้เวลา 10.00-14.00 น. รณรงค์ที่ศูนย์อาหารของอุทยาน จัดซุ้มความรู้ 4 ประเด็น (1.ขยะเกิดจากเรา 2.ผลกระทบจากขยะ 3.ทำไมต้องแยกขยะ 4.คุณมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอย่างไร) มีการแสดงละคร ให้ความรู้เรื่องขยะ ฯลฯเวลา 15.00-16.00 น. กิจกรรมเก็บขยะเวลา 16.30-17.00น. ไปที่ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ เพื่อให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวถึงหน้าเต็นท์กันเลย แล้วก็แจกถุงขยะ
 





สวัสดีค่ะน้องชาวต้นกล้า
ดีใจกับก้าวแรกๆ ของน้องชาวต้นกล้า ที่เริ่มก้าวแล้ว อย่าหวังความสำเร็จให้มากนะค่ะ
ตั้งใจทำโครงการมุ่งมั่นทุ่มเท หนักแน่น ให้เต็ม 100%
แต่ขอให้ หวังผลงาน.....ได้รับกลับคืนไม่เกิน 30-40% เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันจิตใจ การผิดหวัง ความเสียใจ ความท้อแท้ ลำบาก ที่ธรรมชาติจะคอยส่งมาเพื่อทดสอบผลงาน
อาจมาในมุมตัวแปร....ให้มนุษย์ด้วยกันคือปัญหาขัดขวาง
แม้แต่เพื่อนชาวต้นกล้าด้วยกัน.....อาจมีข้อขัดแย้ง เหมือนต้นไม้มีกิ่งก้านมากๆ บางทีก็พันกันเองค่ะ
ตั้งสติมองวันแรกที่ก่อเกิดต้นกล้าแทรกดินสู่อากาสขึ้นมา ทุกคนอาจเปลี่ยนไป งานมากขึ้น ครอบครัว สังคมคือตัวแปร เหล่านี้คือขวากหนามค่ะ ให้ก้าวเดิน.....
เส้นทางของน้องชาวต้นกล้าเลือกเดิน หากยืนข้างธรรมชาติ และให้ธรรมชาติเป็นตัวตั้ง หรือเป็นใหญ่กว่าความคิดเรา
กว่าตัวเรา กว่าทุกสรรพสิ่ง สรรพชีวิต
เราจะเห็นคำตอบของทางเดินง่ายแสนง่าย ความสุขจะอยู่กับเราทุกก้าวค่ะ
คือวันนี้เราทำงานแล้ว
พรุ่งนี้ถ้ามีมาให้ เราก็จะทำให้ดีกว่าวันนี้เท่านั้นเอง
สุดจุดหมายปลายทาง คือรางวัลของการทำงานในสิ่งที่เรารักและทำมันด้วยตัวเอง
ขอโทษด้วยค่ะ ถ้าหากชี้นำมากไป ตอบตวามคิดเห็นกลับมาได้ค่ะสวัสดีค่ะน้องชาวต้นกล้า

ตอบคำถาม

 


ผมจะพาเด็กวัยประมาณ 10 ขวบไปเที่ยวช่วงปิดเทอมแบบค้างคืนเด็กๆอยากเล่นน้ำเย็นเพราะอากาศร้อนแต่พวกผู้ใหญ่ชอบตกปลาประเภทปลาหน้าดินยังไม่รู่ว่าจะไปที่ไหนดีช่วยแนะนำหน่อย ประมาณ 40 ท่าน เคยไปแถวพุเข็มผู้ใหญ่สนุกได้ตกปลาแต่เด็กๆไม่ชอบเพราะไม่ได้เล่นน้ำ ไปแถวรีสอร์ทใต้เขื่อนเด็กๆชอบได้เล่นน้ำแต่ผู้ใหญ่เซ็งไม่ได้ตกปลา เลยไม่รู้จะทำอย่างไร




Nature is friendly ,and give someone that you requests.

บางทีผาด่างแคมป์อาจเป็นเพื่อน ช่วยตอบเรื่องนี้ให้คุณได้นะค่ะ
padangcamp.com
tel.081- 8126625 ลุงเปี๊ยก , 086- 6171208 ยอด

ช่วยตอบ....คำถาม

 


 
ว่าจะไป 1-3 พ.ค.รบกวนแนะนำค่าใช้จ่าย / ติดต่อที่ไหน / พาไปชมหมอกแล้วพาไปไหนอีกครับ

- รีสอร์ทริมน้ำเพชร ที่ไหนกางเต้นท์ดีครับ (หรือกางอุทยานดีกว่า) พอดีอยากเล่นน้ำ / ล่องแพยาง
ขอบคุณครับ




สองข้างทางยามสายหลังจากทะเลหมอกจาง
ผีเสื้อป่าจะออกมารอคอยนักท่องเที่ยวสองข้างทาง

Nature is friendly and give someone that your request.

บางทีผาด่างแคมป์อาจเป็นเพื่อน ช่วยตอบเรื่องนี้ให้คุณได้นะค่ะ

คำถามท่องเที่ยว


สอบถามพะเนินทุ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ครับ
ประมาณวันที่ 14 เมษา ว่าจะพาเพื่อนๆ ไปขึ้นพะเนินทุ่งครับ กะว่าค้างคืนกลับวันที่ 15 อยากถามว่า
เขาจำกัดนักท่องเที่ยวไหม ?
คนเยอะมากหรือเปล่า คาดว่าประมาณเท่าไหร่ครับ (กี่คน) ?
นรกจะมาเยือนผมไหมครับ ?
รถจะติดบนเนินหรือเปล่า
และสุดท้าย
หรือ ผมจะไปเที่ยวน้ำตกป่าละอู จะดีกว่าไหมครับ
ขอบคุณครับ




ถ้าไม่ชอบเสียงดัง .....
ถ้าไม่ชอบคนมากมาย .....
ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว.....
ถ้าต้องการความปลอดภัย.....
ถ้าต้องการที่ๆธรรมชาติเป็นใหญ่ที่สุด.....
ถ้าต้องการความสะดวก สบายพอประมาณ.....
ไปโป่งลึก ค่ะ อยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราษีป่าเมษนี้ สายน้ำป่ากลายเป็นสีขาวตีฟองกับแก่งหิน
Nature is friendly and give someone that your request.บางทีผาด่างแคมป์อาจเป็นเพื่อน ช่วยตอบเรื่องนี้ให้คุณได้นะค่ะ
padangcamp.com tel.081- 8126625 ลุงเปี๊ยก , 086- 6171208 ยอด

 

 

วันเสาร์, มีนาคม 28, 2009

นับนกแก่งกระจาน ครั้งที่2

 






March 20, 2009

เสียงปลุกเรียกของสาวยุง คนขยันแห่งผาด่างดังมาจากเนินเขาด้านทิศตะวันออก พี่เปี๊ยกน้องชายชื่อป้อมโทรมา บอกว่าขโมยขึ้นบ้านให้โทรกลับบ้านด่วน เราตกใจรีบลุกจากที่นอนบ้านภูสีหมอก คิดในใจว่าบ้านหลังไหนกันเล่า หากเป็นบ้านหลานๆและลูกน้องเย็บผ้า ของอะไรเล่าที่เจ้าหัวขโมยจะเอาไป จักรเย็บผ้าหรือ โอ้ย…. หนักจะตาย

ถัดมาบ้านของเราเอง อะไรที่จะเอาไป ทีวี เครื่องเสียง ของอย่างอื่นๆเราเอามาด้วยทุกครั้งที่เดินทางกลับผาด่าง เสียดายเหมือนกัน โอ… ทำไมชีวิตเราต้องวนเวียนซื้อเครื่องไฟฟ้าอีกแล้วหรือนี่
 


หรือบ้านพี่สาวที่เรียงรายติดๆกัน แล้วทำไม พี่เรา หลานเราไม่โทรมา กลับกลายเป็นน้องชายแฟนโทรมา ซึ่งอยู่ถัดไปอีกซอย…..กว่าเราจะเดินมาถึงหน้าผาด่างเรื่องโจรงัดบ้านก็ครบทุกหลังความกังวลเกาะกินสมอง พร้อมๆเซ็งเหนื่อยหน่ายกับปัญหารุมเร้า




พรุ่งนี้อีกเล่า มีการนับนกแก่งกระจานครั้งที่ 2 ที่ผาด่างแห่งนี้ พี่เปี๊ยกส่งยิ้มให้เราหลังจากวางโทรศัพท์ บอกว่าบ้านน้องชายโดนงัดบ้านแต่ไม่ได้อะไรไป ป้อมน้องชายวิ่งตามโจรไปแต่ไม่ทัน ความเครียดหายไปทันที….หน้าตาชาวผาด่างเปลี่นเป็นสดชื่นและ…..คุย…..คุย… คุย…ไม่หยุดก่อนแยกย้ายไปทำงานคามรายงานการประชุม


 



บ่ายๆน้องๆคณะทำงานสมาคมนกเดินทางมาถึง เราต่างแลกยิ้มคุยกันและกัน ทุกคนกับตัวเราผ่อนคลาย อาจเป็นเพราะเรากับน้องทำงานร่วมกันมานาน และน้องๆก็เคยเข้ามาในดินแดนแห่งนี้แล้ว

ดินแดนผาด่างสวยงามตามธรรมชาติอันแสนจะธรรมดา แต่ยิ่งใหญ่ในความทรงจำหากคนนั้นหยั่งความงามธรรมดา ของสิ่งที่ตั้งเป็นอยู่และนำมาดัดแปลงใช้ในกิจวรรจประจำวันอยู่จริงแค่ตรงนั้นถูกที่ถูกเวลา

March 21, 2009
กิจกรรมนับนกแก่งกระจานครั้งที่2 จัดโดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
เช้าของวันสดชื่นและหน้าที่ปลุกเราทำงานกันแต่เริ่มเช้าเป็นพิเศษ หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานเราพากลุ่มเด็กป่าของเรา





เด็กป่าเหล่านี้เสนอตัวเข้าร่วมกิจกรรมนับนกแก่งกระจานครั้งนี่ด้วย เราเลือกเดินไปหาลำห้วยแห้งเด็กเดินหน้าไปก่อนเราและตั้งใจมุ่งหานกป่า ในลำธารแห้งนกให้เรารอและไม่นาน นกปรากฎกายขึ้นด้วยความร้อนอยากอาบน้ำเต็มที แล้วเจ้าเด็กป่าเกือบ10 คน ก็อยากเห็นนกอาบน้ำในชีวิตของพวกเค้า ชาวอนุรักษ์ชื่อกุ้งแห่งผาด่าง พามาลำห้วยแห้งและที่นี่มักเป็นความลับ


 


กุ้งแห่งผาด่างมักพาคนดูนกมาที่นี่เสมอ ถ้าโชคดี นกอย่างพวกเราก็ปรากฎกายมากหน่อย แต่เราพวกนกป่าได้ยินคำว่าบังไพรเหมือนกัน แต่เรายังไม่เคยเห็นที่นี่ เธอจะทำหรือเปล่านะ พวกนกอย่างเราเดาใจเธอไม่ออกเลย สุดท้ายนก puff-throated babbler เลือกลงอาบน้ำอย่างเร็ว ละบินหายไปฝั่งตรงข้าม และบินลงเล่นอีกและรีบบินหนีไปอีกฝั่งของป่าเงารก





เด็กๆรีบยกกล้องมองสีลักษณะเด่น และเปิดหนังสือเบริด์ไกด์ ประกอบดีใจเรียกชื่อนกซ้ำๆเพื่อช่วยความจำ นกกางเขนดงร้องและบินเกาะกิ่งเตี้ยร้องเพลงให้เด็กเดินตามหา ทางเดินลำห้วยแห้งสลับทางขึ้นดินเนิน เราต้องใช้มือเกาะเกี่ยวเถาวัลย์ขึ้นไต่ แต่เด็กๆใช้ความคล่องแคล่ว และทิ้งเราไว้กับเถาวัลย์ตามลำพัง




นกจับแมลงหัวจุกดำ ตัวผู้ นกกินปลีแก้มสีทับทิมทั้งคู่ชีวิต ทำเอาเด็กตื่นเต้น เด็กทุกคนสลับพูดสลับถามตามทางเดินกับเราบ่อยมาก พวกนกปลูกต้นไม้พวกนี้หรือป้ากุ้ง เราชอบและรักคำนี้มากๆ เด็กๆรู้คำตอบกลไกความลับการเข้าใจการช่วยเหลือพึ่งพากันและกันของธรรมชาติแล้ว ต้นไม้กับสัตว์ป่า ป่ากับน้ำ






เรามอบเวลากับช่วงนี้ไม่นาน กลัวเด็กป่าจะเบื่อ เราอ้างเรื่องกินและเด็กทุกคนต่างเห็นด้วย หลังทานข้าวเที่ยงและเด็กขออนุญาติวิ่งไปว่ายเล่นน้ำในอ่างผาด่างกัน

ตอนบ่ายคุณ woodsman เป็นแขกเยือนบนเรืองภูสีหมอก เรื่องราวทุกเรื่องเราคุยกันอย่างมีมิตรภาพจริงใจ และนั่นทำให้เราเป็นสุข เราอบอุ่นและรู้สึกถึงความจริงใจอย่างแท้จริง คุณแนะนำเรื่องการคิดและทำใจ เหมือนคุณหยั่งรู้ว่าเราป่วยหรือเศร้าใจในเรื่องอะไร





ทุกเรื่องที่แลกเปลี่ยนสายตาเราทั้งคู่มองไปทางเดียวกันที่ลำห้วยก้านเหลืองมีเสียงเด็กป่าตะโกนเล่นน้ำกันแว่วสลับเข้ามา แดดตะวันตกสอดแทรกแยงตาเราทั้งคู่ เวลาเดินเร็วเสมอหรืออย่างไร ความสุขกับเพื่อนดีๆในดินแดนผาด่าง





เวลาลงทะเบียนคนนับนกแก่งกระจานเกิดขึ้นแล้วหน้าผาด่าง ที่ระลึกจากชาวผาด่าง หนุ่มม่อนกับไผ่ ช่วยกันทำพวงกุญแจโลโก้ผาด่างจากไม้มะขาม100 อัน ไม่พอแจกเพื่อนนับนกคราวนี้







ทุกคนแยกย้ายไปตามบ้านพัก และหามุมกางเตนท์ของตัวเอง อาหารเย็นผ่านไปอย่างสนุกสนาน ผ่อนคลาย สีหน้าท่าทางทุกคนร่าเริงสดใส สดชื่นเป็นกันเองแม้แต่ตัวเราก็ไม่เครียดไม่เกร็ง นั่นคือวันที่ดีจริงๆเชียว





เวลาเสวนาในโดม อาคารหลังคาสังกะสีโล่งสูงคลุมด้วยใบจาก โดมนี้ไร้ฝาสามด้านด้วยกันเพื่อเปิดมุมมองสู่ธรรมชาติ ให้ธรรมชาติได้ร่วมรับฟังการเสวนากับพวกเราทั้งหมด หนึ่งร้อยกว่าชีวิต

ปัญหาการระบาดความนิยมนกปรอดหัวจุก เปิดโลกของนกปรอดหัวจุกว่าอยู่ในห้วงของความอันตรายและรุนแรงขนาดไหน

 




คนรักนกนักดูนกควรต้องรู้และทำงานตามกำลังของตัวเอง กรุณาอย่าโยนหน้าที่นี้ให้คนอื่นและตัวเองโพสต์เขียนความคิดเห็นเชิงสงสารและเวทนา เราได้ยินเสียงตัวเองตอบออกไปให้เพื่อนๆที่มารวมอยู่ในห้องได้ฟังและได้ยิน





ได้ยินเสียงตัวเองบอกเล่าเกี่ยวกับผาด่าง ปัญหาของป่ากับชุมชนรอบราวป่า

เรื่องราวของป่าตะวันตกป่าผืนใหญ่มรดกของประแทศกำลังถูกแย่งชิงเพื่อผลประโยชน์ของคนมากมาย ความต้องการของคนต้องการตัดถนนผ่านป่าทุ่งใหญ่นเรศวร






ทำไมคนทุกคนต้องเอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่กว่าธรรมชาตินะ เราฟังปัญหาและคิดตามเรื่องแย่ๆนี้ในใจ

ข่าวดีก็มีของการเสวนา การปล่อยละมั่งคืนสู่ธรรมชาติ ตอนแรกเราคิดไปเองว่า ละมั่งหมดไปจากแผ่นดินสยามและนำละมั่งจากต่างประเทศเข้ามา ด้วยการซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนกับสัตว์ป่าของเรา


เสียงของตัวเองที่รีบถามผู้ทำงานโครงการนี้ แต่เสียงของคุณตอบมาชัดเจนมาก ว่าเป็นตระกูลละมั่งของไทยแน่นอน นั่นทำให้เราสบายใจ

 



เสียงโฆษก คุณวิชา ณ รังสี เสริมบางช่วงเกี่ยวกับการส่งเสริมสร้างเด็กวัยประถมอนุรักษ์ผืนป่าก่างกระจาน เป็นเรื่องที่เราต้องควรนำมาพิจารณาด้วย ทุกความคิดเห็นมีสิ่งดีบางแง่มุมติดมาเสมอ


March 21, 2009

ตีห้า ก่อนเวลาทานข้าว คนหลายคนเต็มหน้าห้องอาหาร เพื่อทานอาหารเช้า และรับข้าวห่อ ก่อนทุกกลุ่มแยกย้ายกันเข้าป่าแก่งกระจานเพื่อดูนก





เจ้ามอสบอกเราว่า เมื่อคืนเจ้าอบเหยียบตะปู เราถามอบว่าเดินไหวหรือเปล่า อบพยักหน้าอย่างไม่ยอมถอยจากกิจกรรมนี้ จากรองเท้าแตะเราให้อบพยายามใส่รองเท้าเดินป่าของพี่เปี๊ยก แต่เท้าของอบใหญ่กว่า ใส่ไม่ได้เลย

อบบอกใหเเรสบายใจว่า ป้ากุ้ง...อบเดินได้….ใส่รองเท้าแตะนี่แหละ
 
 



ตกเย็นเมื่อทุกคนกลับมาถึงผาด่าง เสียงผู้ใหญ่หนึ่งในเบิรด์ รีดเดอร์ กล่าวชม เด็กชายอบชาวป่า…คนนี้เก่งมากๆ แทบดูไม่ออกเลยว่าเท้าเจ็บ เดินได้ทั้งวันไม่บ่น หรือมีอาการท้อแท้





เราบอกให้พี่เปี๊ยกขับรถพาอบไปโรงพยาบาลแก่งกระจานเพื่อฉีดยากันบาดทะยัก





ตกเย็นจริงๆแล้ว พระอาทิตย์แตะขอบฟ้าฝั่งตะวันตก…..ทุกคนจากผาด่างไปแล้ว




งานที่ธรรมชาติมอบหมายให้เราทำ ดูแลแผ่นดินผาด่าง ปกป้องป่าแก่งกระจานสร้างเคลือข่าย นักอนุรักษ์รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เสริมสร้างรายได้ให้ชุมชนตามกำลังเล็กๆของเรา







ช่วยเป็นตัวกลางรับบริจากสิ่งของช่วยเหลือชาวบ้าน ยามหน้าหนาวกับคนแก่
เป็นตัวกลางช่วยเหลือส่งของบริจากให้กับโรงเรียน ของใช้แล้ว เสื้อผ้า เครื่องดนตรี จานชามช้อน และหนังสือดีๆเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการเรียนการสอนธรรมชาติกับเด็ก

แม้แต่สารานุกกรม หนังสือราคาแพงแต่ประโยชน์ประเมินมูลค่าไม่ได้จำนวนมากมายมุ่งสู่โรงเรียนด่านโงจากนักท่องธรรมชาติหวังเติมคุณค่าให้เด็กป่า

โครงการเดินท่อสปริงเกอร์ปลูกผักของเด็กๆที่ปลูกและกินกันเอง

โครงการสร้างบ่อทำปุ๋ยอินทรีย์





ช่วยเสริมข่าวสารให้คนบ้านป่ามีข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นธรรม ให้โอกาสการศึกษาเด็กยากจนให้ทุกการศึกษาช่วยค่าใช้จ่ายทุกเดือน สนับสนุนโครงการอยู่อย่างพอเพียงของในหลวง





แผ่นดินป่าแก่งกระจานอยู่ในตำบลห้วยแม่เพรียง และหมู่บ้านของเรา ชื่อด่านโงตั้งอยู่ ตำบลห้วยแม่เพรียงป่าแก่งกระจาน ติดปากทางซื้อขาย ตั๋วเข้าอุทยานลำดับที่สองชื่อด่านสามยอด





อบต. ห้วยแม่เพรียง เป็นผู้จ่ายค่าบำรุงป่ายามป่าและนักท่องเที่ยวเดือดร้อนจากท่อน้ำแตก ถนนลำบากขึ้นเขาโหดเกินไป กับเหล่านักท่องธรรมชาติบางคน บางกลุ่ม และค่าใช้จ่ายกับปัญหาอื่นๆอีกมากมายของป่าแก่งกระจานใหญ่ที่สุดในประเทศ และคนในต.ห้วยแม่เพรียงโคiงการในพระราชดำริ
เรายืนอยู่ตรงนี้ เราและชาวผาด่างจะไม่ทำให้ผาด่างคือธุรกิจอย่างเดียว

ชาวผาด่างเห็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองแล้ว ธุรกิจกับการช่วยเหลือสังคมสามมารถทำพร้อมๆกันไปได้กับชีวิตชาวผาด่างที่เดินตามกาลเวลากำหนดและให้ความสุขเป็นกำลังใจเป็นที่ยึดมั่นของทุกคนช่วยป่าใหญ่ที่น่าสงสาร





สำคัญที่สุด เราต้องตระหนักให้ได้ ต้องไม่คาดหวังว่าความสำเร็จอยู่ตรงไหน

เราตอบตัวเองได้ทุกครั้งที่ถามว่า…….ไม่มีตอนจบหรอก หากเรายังอาศัยผืนแผ่นดินนี้

อะไรคือแรงสะท้อนตัวหนังสือเหล่านี้ คือความซื่อต่อความคิดและการกระทำของตัวเอง เราไม่สามารถเก็บการกระทำที่เราแน่ใจอย่างไม่ต้องสงสัย ว่า ธรรมชาติกำหนดทางเดินและงานให้ทำเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ก้าวเท้าแรกยืนบนดินแดนผาด่าง


วันพุธ, มีนาคม 11, 2009

red-wiskered bulbul

 


 
ภาพนกปรอดหัวโขน red-wiskerd bulbul ครั้งไปเยือนทุ่งใหญ่นเรศวร ตามขอของน้อง
ตามด้วยเรื่องบ่น อีกยาวๆ

เมิ่อก่อนเป็นนกที่พบได้ทางไต้ และทางเหนือค่ะ
สถานะอดีตมีมาก เริ่มจากมนุษย์คนไทยภาคใต้นิมยจับขังใส่กรงจัดประกวดร้องแข่งกัน

สถานะปัจจุบัน มีการล่าจากทางภาคเหนือและทุกภาคมาขาย
เพราะความนิยมจับสัตว์ชนิดนี้ทั่วประเทศไทย ใส่กรงเพิ่มากขึ้น และเร็ว จนน่าตกใจ ทำกำไร

มีการแข่งขันประกวดเสียงร้อง ทำกำไร
มีหนังสือขาย วิธีการเลี้ยง เพื่อแข่ง เพื่อเพาะพันธุ์ขาย เท่ากับการส่งเสริม ทำกำไร

มีการตัดตอน แต่งยีนส์พันธุกรรม ให้เหลือแต่สีขาวทั้งตัวและแดงแต้มใต้ตา
ราคาขายครั้งแรกตัวละ 100,000บาท ทำกำไร

เมื่อสองสามวันก่อน มีการจัดประกวดนกกรงหัวจุกโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายท่องเที่ยวและรัฐบาล
นกตัวนั้นถูกขายออกไปให้ชาวต่างชาติ ในราคาประมูล 500,000 บาทค่ะ ทำกำไร

 

วันจันทร์, มีนาคม 9, 2009

ค่ายเด็กด่านโง ผาด่างแคมป์ 28-1 มีนาคม 2552



ลิขิตวิถีผาด่างเริ่มขึ้นอีกครั้ง 28-1 มีนาคม 52 เด็กป่าโรงเรียน ด่านโงเริ่มมาถึงหน้าผาด่าง ไม่นานเสียงเด็กดังมากขึ้น หมายถึงจำนวนเด็กกำลังมาเติมเต็มตามนัดหมาย






ทุกคนมากับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะอย่างคุ้นเคย ไม่มีเด็กคนไหน เก็บตัวแยกแปลก เป็นสิ่งดีทำทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราสบายใจ



เราเตรียมทุกอย่างสำหรับการต้อนรับเด็ชายหญิงตัวน้อยๆเหล่านี้ไว้ดีเท่าแขกพิเศษสุด หนูน้อยชาวป่าควรต้องรู้ว่า เราตั้งใจเพียงไรเพื่อให้รู้ว่า พวกเค้าคือกลุ่มคนสำคัญและพิเศษมากๆ
 


คุณอ้วนและน้องโป๊ด ผู้สนับสนุนให้โอกาส บริจาคเงินตลอดมาเพื่อให้กิจกรรมอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ซึมซับติดแน่นกับเด็กบ้านป่าโรงเรียนด่านโง ตลอดเวลา…2 ปีเต็มๆ เด็กและชาวผาด่างผูกพันกัน ทั้งที่โรงเรียน ในชีวิตประจำวันของผาด่าง ในป่าแก่งกระจานหลายต่อหลายครั้ง








ช่วงเวลาชีวิตผูกพันธุ์กันนานวันขึ้น เรื่องราวของพวกเรา ธรรมชาติช่วยส่งของขวัญให้เราได้รู้จัก….. อาจารย์ผู้มีความรู้ ทางปักษาชีววิทยาหลายท่าน เหล่ามวลแมลง และพฤกษศาสตร์ แต่พิเศษยิ่งกว่านั้น ทุกท่านล้วนมากคุณธรรมเป็นสิ่งใหญ่สำคัญกว่าความรู้ทั้งหมด เราคนขลาดความรู้น้อยนิดกับพลังใจทุ่มเท






อาจารย์ทุกท่านไม่เคยทอดทิ้งยามเรามีปัญหา รับโทรศัพท์เราทุกเรื่อง มาวันนี้ทุกท่านกรุณามาช่วยเรา นี่มากกว่าความคาดฝันยิ่งใหญ่กว้างไพศาลดั่งมหาสมุทรจนกลัวตัวเองจะผยอง หรือนี่คือการ เกิดปาฏิหารญ์ เราอยากทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดซ้ำๆไป ไม่มีเบื่อ เพื่อเด็ก เพื่อป่า เพื่อสรรพชีวิตในป่า เราไม่รู้ตอนจบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และจะเป็นอย่างไร




เราทำวันอย่างนี้ทำไม กับเด็กป่า เพื่อจูงใจให้หัวใจของเด็กชาย หญิง รักป่าใหญ่แห่งนี้ บ่อยๆ ซ้ำ คำตอบไม่เคยเปลี่ยน แต่มีสิ่งที่แปลกแยกออกมา และเริ่มบรรจุสู่หัวใจของเรา ความเดียงสา การขาดโอกาส เด็กบางคน หัวใจเว้าแหว่ง บางคนขาดวิ่น




แต่พวกเขาเอาความเจ็บปวดเป็นพลังเย็บหัวใจตัวเองด้วยใจที่เหลือ และยืนหยัด กล้าแข็ง เสียงเรียกป้ากุ้ง คุยกับเราทำทุกอย่างให้เราเห็น พลังเจิดจ้า ร่าเริง เสียงใส ดังและดัง สนิทใจ อิสระเต็มที่กับห้วงเวลานี้ในผาด่างแคมป์




พี่วัชระ ผูกเรื่องร้อยธรรมชาติ โยงใยจากปากนก ตีนนก ตัวผู้ตัวเมียสร้างเย็บรัง เด็กน้อยตาแป๋ว อ้าปากหวอ รอคอยอยากรู้ เรื่องพิศดาล อัศจรรย์ ของชีวิตสัตว์ป่าอีกตัว และอีกตัว อาจารย์อมรนั่งมองเด็กๆอยู่ด้านหลังอย่างไม่รู้เบื่อ ยิ้มไปเมื่อเด็กเดียงสาตอบคำถามผิดแต่ฟังแล้วตลกดีมาก





ตอนบ่าย พวกเด็กต้องเรียนเรื่องแมลง เรานึกถึงยามบ่าย วิชาแมลงกับอากาศยามบ่าย เด็กๆ ต้องมีง่วงเหงาหาวนอน และรอให้บ่ายที่เดินไปอย่างช้าๆนั้นคลายมนต์อันน่าเบื่อ









แต่เราคิดผิดพลาดไปหมดทุกสิ่งตรงข้ามกับที่เราคิด ปรากฏว่า บ่ายวันนั้นแมลงออกมาโลดแล่นให้เด็กจินตนาการจับแมลงใส่กระดาษ เสียงสดใส หัวเราะร่าเริง แต่เป็นระเบียบ สนุก แจ่มใส ตื่นเต้น กับแมลงของตัวเองแต่ละตัว เด็กยืนเล่าชีวิตแมลงของตัวเอง


และอาจารย์เกรียงไกรช่วยต่อเติมปีกขา ตา หนวดซึ่งทำงานเป็นชีวิตมหัศจรรย์ให้เด็กตื่นเต้น เข้าใจและงุนงงกับแมลงตัวน้อยๆ ทุกชีวิตต่างมีสิ่งแสนพิเศษ ธรรมชาติสร้างเอกลักษ์เฉพาะ อย่างไม่ยอมลืมกันและกัน เด็กน้อยกับแมลงของเค้า ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันแล้ว

เวลาพาเด็กน้อยมาถึงแล้ว กาลเวลาให้พบกับเพื่อนอาวุโส TWS เพื่อนกลุ่มนี้


 



เปลี่ยนมิติชีวิตเด็กๆชายหญิงกลายเป็น หมาไน หมาป่า หมีใหญ่ ที่มีเล็บราวมีดโกน เสือตัวโตหาล่าเหยื่อ ช้างและลูกช้าง พากันปกป้องลูกน้อยจากเสือหิว






และบางทีพวกเค้าเป็นกลายร่างเป็นเก้ง กวาง และสารพัดสัตว์ หากินแยกฝูง รวมฝูง แล้วแต่ชะตาชีวิตธรรมชาติของนิสัยสัตว์ตัวนั้น บางครั้งแอบซ่อน ปกป้องลูกน้อย เสียงหนีอย่างสุดกลัวสมจริงปนสนุกหัวเราะยิ้มร้องไห้ สารพัดหายในพงหญ้าแห้งสูงผาด่างเป็นที่หลบภัย






เมื่อเกมจบลงพร้อม ตะวันทอแสงแดงและกลับกลายเป็นลับลา เหล่าสัตว์ป่าของเราต่างคันคะเยอจากหญ้าแห้ง และโหยหิวข้าวแล้วทุกคนกลับมาเป็นเด็กดี ยืนเข้าแถวตักอาหารเย็นไปทานกัน
เด็กๆชอบเกมที่เล่นต่างเล่าและคุยกันไปในขณะที่ตักข้าวเข้าปาก













หัวเราะดังข้ามฟากให้ เพื่อนTWS ได้ชื่นใจช่วยร่วมสร้างเวลาไม่สามารถเรียกเวลาธรรมดาได้เลย น่าจะเป็นห้วงแห่งวิถีสัตว์ป่ามายาหรรษา เด็กป่าเหล่านี้ เป็นสัตว์ป่าอย่างที่พวกเค้าเคยเป็นหรือเปล่า








ยามค่ำคืนหมู่ดาวออกมาฉายแสง รอนักเรียนของเรา ดาวทุกดวงอวดแสงสว่างประกายกากเพชรเกลื่อนฟากฟ้า ทั้งสุภาพนิ่งระยิบระยับ เด็กป่าเห็นดาวมาแต่เกิดในยามค่ำคืน ยิ่งเป็นเดือนมืด ดาวไม่เคยทิ้งป่าแก่งกระจานและฟากฟ้า








กาลเวลากำหนดวันนี้ให้เด็กป่าให้ได้จดจ้องมองหา จำชื่อแสงดาวไล่เรียง
เสียงถามไถ่เซ็งแซ่ไม่ยอมเมื่อยคอ


อาจารย์อมร ยืนสอนข้างๆ พี่เกรียงไกรคนโปรดของเด็กชายเดียว ครูวัชระ ใช้เลเซอร์พอยท์ชี้ไปที่ดาวและบอกชื่อ กลไกความลับของหมู่ดาวดารดาษ ดวงดาวกระพริบนิดๆหรือคือการทักทาย



เด็กป่าพากันหลงแหงนหน้าเดินวน….มนตราราตรี การเรียนรู้ครั้งแรกอีกแล้วหรือนี่ สัญชาตญาณความอยากรู้ปลุกให้เด็กรับทุกอย่างและเพลิดเพลินของหน้าที่ดาวแต่ละดวง ทั้งหมดพากันยอมรับจักวาลนี้เข้าสู่สมองและหัวใจ





ยามเช้าตาเราไม่ลืม ฤทธิ์ยาสะกดให้เราไร้แรงต้าน ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหลับไหล เราไม่รู้ว่ากิจกรรมยามเช้าของวันที่ 1 มีนาคม 52 เกิดอะไรขึ้นและดำเนินอย่างไรในผาด่างแคมป์ แต่จากรูปภาพ ตากล้องของผาด่าง บอกเล่าเรื่องราวได้ละเอียดหมดทุกย่าง






บริเวณใกล้เคียงและในผาด่างเป็นโลกของการตามหานกป่าชายทุ่ง
นกออกบินหากินยามเช้า ละเลียดน้ำค้างตามยอดหญ้า โผบินจากพุ่มไม้ เด็กหันหาตามเสียง อาจารย์อมร อาจารย์พรเลิศ อาจารย์เกรียงไกร






ป้าหน่อยของเด็กๆ พากันเดินตามกันตามหาชีวิตที่มีปีก มีฟ้าสีฟ้ากว้างและภูเขาป่าใหญ่ โอบล้อมเป็นวงกลมมหึมา แสงอาทิตย์อ่อนๆคลอเคลียผิว ให้รู้สีกว่าแสงแดดคือเรา เราคือแสงแดด






เมื่อเรามาถึงโดม เด็กๆกำลังสนใจวาดบางอย่างลงในกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่ มีอาจารย์พรเลิศ แนะนำเทคนิคการวาดอย่างง่ายๆ เด็กหญิงและชายค้นพบว่าการวาดธรรมชาตินั้นแสนง่าย และควรจำกัดความให้ตัวตนได้ตระหนัก ภาพวาดไม่ใช่ภาพของใครจะสวยกว่ากัน แต่ความสวยงามนั้นจะต้องวาดจากจิตใจ และไม่สนใจภาพไหนจะสวยกว่าภาพของตัวเอง











เมื่อเทคนิกเบื้องต้นผ่านไป กาลเวลาพาเรานำหน้าเหล่าเด็กชายหญิง ไปหาลำห้วยก้านเหลือง เรารู้ทีเดียว หมู่ก้านเหลืองและร่มเงาใบไม้อ่อนเริ่มแตกใบใหญ่พอแผ่คลุม และพื้นหญ้าเขียวนุ่มตรงนั้น….รอเท้าน้อยๆเหยียบย่ำหรือ นั่งทับก็อาจเป็นได้









อาจารย์นำสารสั้นๆบอกให้เด็กๆพึงพอใจมุมธรรมชาติเบื้องหน้า หรือเบื้องหลังก็ได้และวาดธรรมชาตินั้นด้วยหัวใจ
เด็กป่าชอบทำเหมือนเมื่อเราพากันเข้าป่า







บางคนโลดแล่นวิ่งหาหรือ เดินหามุมส่วนตัวของตัวเอง บางคนวนไปมาและเจอธรรมชาติที่ใจสั่งแล้วใช่แล้ว ตรงนี้ ใช่แน่นอน ธรรมชาติมอบความงามสู่หัวใจเด็กทุกคนพร้อมกัน แต่มีอย่างหนึ่งแน่นอน ภาพทุกภาพไม่เหมือนกัน






ไม่มีความงามไหนจะงามกว่ากันหรือเหมือนกันได้ เป็นการระเบิดธรรมชาติผาด่างผ่านกระดาษจากใจเด็กน้อย และให้เราเท่านั้นชื่นชมมองภาพ ผาด่างสวยงาม full -felled with my heart.


เราไม่ควรเก็บเรื่องอย่างนี้ไว้เพียงคนเดียว เรื่องทั้งหมดนำมาซึ่งความสุขและไม่ยอมจางหาย เราอยากส่งเรื่องดีเช่นนี้ให้เวบไซด์ สำหรับคนบางคนเผอิญเข้ามาและได้อ่าน







บางทีบางตอนอาจสร้างความสบายใจแก่ผู้อ่านก็เป็นได้ เราไม่ควรคาดหวัง เพราะนั่นคือความอวดดี แต่ที่มากกว่านั้น และสมควรทำ คือการตอบแทนน้ำใจงามผู้บริจาคเงินนี้ ได้รับความสุขและเป็นการขอบคุณ สุดสติแห่งความดีของเราจะกล่าวเขียนได้




รอยจำลึกเสน่ห์หา เด็กชายมอส ป้ากุ้ง เมื่อคืนผมเรียนเรื่องดาว ผมชอบ สนุกมากๆเลย อาจารย์บอกชื่อเว๊ปไซด์เกี่ยวกับดาว แต่ผมไม่รู้เรื่อง ป้ากุ้งหาชื่อเว๊บไซด์ให้ผมด้วยนะ




เด็กชายเดียวตัวผอมดำแกรนเดียวเดินเท้าเปล่าร้องไห้มาหาเรา ฮือ….ฮือ…ฮือ…..เพื่อนวิ่งตามหลังมาเป็นพรวน ช่วยกันบอกเรื่องบู๊ตีต่อยในเต๊นท์นอน เราโอบกอดเด็กเดียวตัวผอม มันกระทืบเท้าบนอกผม


เด็กชายเดียวร้องไปบอกไป แล้วชี้ไปที่เพื่อนคนนั้น คู่ชกร้องบอกว่า ก็ไอ้เดียวมันเตะไข่ผมก่อน เราถามเดียว……เดียวพยักหน้า เราพูดไม่มากคำแล้วสองคนก็สวมกอดกัน





เพื่อนๆพากันกอดไหล่เดินกลับไปเตนท์นอน เราได้กอดเด็กชายเดียวแล้ว เด็กคนนี้บางครั้งอยากพูดอยากคุยกับเรา แต่บางทีกลับปลีกตัวเงียบๆ หลบเราออกบ่อย




เด็กชายพ่อแม่เลือกทิ้ง…เรื่องของเดียวซับซ้อนแต่ชื่อของเด็กน้อย สมชื่อจริงๆ

เสียงในห้องครัวเล่าขานกันดังด้วยความดีใจ ใครเปียแชร์ได้หรือ เสียงดังเชียว แม่ม๊วยรีบตอบ น้องมดได้รับทริปจากบ้านปีกไม้ ตั้ง 470 บาท พี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่พักบ้านนั้น อะไร อะไร ก็เรียกหาน้องมด







น้องมดพี่ฝากของกินไว้ในตู้เย็นน่ะ น้องมด พี่จะซื้อของ ซื้อ…. เรียกหาแต่น้องมด น้องมดยืนยิ้มตื้นใจในความเมตตาของแขกที่เข้ามาพักผาด่าง ทุกคนในผาด่างต่างดีใจไปกับน้องมดด้วย


สุดท้าย…..เรื่องราวของวันนั้น ธรรมชาติส่งความหมายแสนดีซ้ำซ้อนลงไป เราเก็บความประทับใจลงในความทรงจำฝั่งของความสุข เพื่อนใหม่มากๆจากห้อง tws มอบเงินช่วยเหลือ






โครงการนี้ เป็นจำนวนเงินมาก และไม่คาดถึงทีเดียว
น้องนกยูงรู้จักผ่านกันแค่ตัวหนังสือไม่นาน ยินดีมอบเงินผ่านฝากเพื่อน tws เน้นบอก ช่วยพี่กุ้ง….ช่วยเด็กป่า

อาจารย์พรเลิศ พูดพร้อมบอกเขียนนามหญิงงามใจบุญ ไม่เคยรู้จักผาด่าง ไม่รู้จักเรา
แต่อาจเคยอ่านบางตอนของเด็กป่า ฝากเงินมาช่วยเราอีกคน


คุณกรแก้ว ไพรสณฑรางกูร จำนวน 2,000 บาท
ชาวผาด่างจะใช้เงินนี้ด้วยความรอบคอบ และให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุดค่ะ
เพิ่มรูปภาพ



เงินไม่ใช่ความหมายความดี แต่เงินคือคำตอบว่าเรื่องราวทุกตัวหนังสือนี้เราทำถูกต้อง และสุดท้ายหลายท่านผู้ใจบุญช่วยกันประคองให้เรากล้าเดินไปบนถนนเส้นนี้ ความดีที่สุดยกให้เพื่อการปกป้องอนุรักษ์ป่าแก่งกระจาน ความตั้งใจ ให้เด็กป่าคือนักอนุรักษ์ป่าแก่งกระจานตลอดไป






ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์






ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ พรเลิศ ละออสุวรรณ





ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ ปันยา ไชยคำ ผู้คอยให้กำลังใจ และพากุ้งเดินเป็นบนเส้นทางธรรมชาติค่ะ






ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ สุรพล ณ ดวงแข อดีตเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อนปิดมูลนิธิอย่างมีปริศนา







ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ วัชระ อยู่สวัสดิ์ อดีตกรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย






ในนามชาวผาด่าง กุ้งขอขอบคุณ อาจารย์ อมร ลิ่วกีรติยุตกุล กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย




วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 20, 2009

Febuary 18 , 2008 รอยจำผาด่าง

 


 
BROWN SUMMER . ตื่นเช้าวันนี้ อากาศเย็นสดชื่น หลังกาแฟเราเดินมาหน้าร้านค้า ต้นละมุดกับต้นไทร พร้อมปลูก ต้นละมุดเราปลูกไว้หน้า ร้านค้า เพราะต้องอยู่ใกล้คนเพื่อดูแลใกล้ชิด
ส่วนต้นไทรกับเตยหนามป่าเราพากันลงไปตามลำห้วยก้านเหลือง วันนี้มองไปทางไหน ผิวดินต่างเป็นสีแห้งๆเหมือนฝุ่นแป้งสีส้ม
ยอดชายหนุ่มผู้จัดการกับหน้าที่ทุกอย่าง ในผาด่างลากสายยางอีกแล้ว ต้นไม้แต่ละต้นกินน้ำอย่างละโมบ น้ำไม่ไหลรินทิ้งเป็นทาง แผ่นดินสูบน้ำเข้าหารากไม้โดยตรง หญ้าสีน้ำตาลเป็นทุ่งสีทองแสงแดดช่วยเพิ่มความร้อนให้มากขึ้นตามเวลาของวันนี้กำลังเคลื่อนจากออกไปตก

เราคิดเองว่าตะวันตกแอบเลื่อนออกไปอีกนิด สำหรับเตาไฟวงกลมส่งคลื่นความร้อนแผ่เผาแต่ละวันอย่างอ้อยอิ่ง








พี่เปี๊ยกเก็บลูกชำมะเลียงสีม่วงมาให้เรา เราลองกัดดูฝาดมาก มีติดหวานนิดหน่อย ลูกกับสีเหมือนลูกหว้ามาก เรานึกถึงต้นของชำมะเลียง ยืนอยู่ข้างทางสู่โดม สูงแค่เมตรกว่า
แต่ออกลูกเป็นพวงระย้า มีแต่ลูกสีม่วงห้อยเป็นพวง ตั้งแต่ยอดไล่เรียงเกือบแตะพื้นดินแห้งกรัง

เสียงนกแอ่นพงร้องแอ๊ดๆ อยู่ไม่ไกล เสียงนกเหยี่ยวสลับแสนไกลและใกล้เข้ามา

ต้นไม้ป่าสูงใหญ่สะบัดฝักแห้งน้ำตาลอ่อน เสียงดังกราว เหมือนใครจับโยกโบก เราแหงนมองที่มาแม้ย้อนแสงก็ตาม ตาริบๆหรี่ พวกฝักแห้งแข็งกระแทกกันดังกราว ดังบ้างแผ่วบ้าง ยามลมมาช่วยสะบัดโยกฝักให้ตกลงพื้นดินฝุ่น ลมร้อน พัดฝักแห้งปลิวแตกกระจายรอบตัวและทุกย่างก้าว

เหล่าเสียงเพลงร้องขอ หากฝนยังไม่มา ฝากลูกหลานเราให้เติบโตบนแผ่นดินนี้ได้ไหม







ทุ่มกว่าแล้ว จ๊อบมาตามเรา มาอีกแล้วที่เก่าครับ แสงไฟกระทบดวงตาสีแดง ผมเห็นเค้าที่เดิม นกตบยุง night jar เราคว้ากล้องเดินตามแสงไฟชายหนุ่มร่างสูง

ลานเตยหนาม ใหญ่บนพื้นของใบไผ่แห้งร่วงหนา สีที่กลมกลืน ไฟสีแดง 2 จุด ตรงสีแดง เราตั้งสมาธิจ่อไฟนิ่ง ให้นิ่งที่สุด แต่ยิ่งจรดจ้องมือกลับสั่นไหว ใจคอยลุ้นเจ้านกตาฟางแพ้แสงไฟฉายจะถือโอกาสหลบหนี ด้วยตัวเราเองสะกดไฟฉายไม่นิ่งพอ



















Febuary 19 , 2008 อรุณเบิกฟ้าตะวันอ้อมข้าว จากที่นอน เรามองไปลานหญ้าต้นก้านเหลือง เหมือนแม่ไก่ เดินไป เดินมา เราไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน กล้องกับหนังสือ เจ้ามีชื่อว่า WATERCOCK ในหนังสือของหมอบุญส่งฉบับปรับปรุง เรื่องของเจ้าไม่ง่ายจะพบตัวเหมือนเมื่อสมัยก่อนๆ ทั้งน่าจะเป็นนกอพยพ ไม่ประจำถิ่นอีกแล้ว แต่ข้อมูลนี้ ยังไม่แน่นอน uncommon resdident สีของเจ้าในวันนี้บ่งบอกว่าเจ้าไม่อยู่ในช่วง breeding












อีกฝาก นกขนิ้นท้ายทอยดำหลายตัวเกือบ 10 กว่าตัวบินไปมา ผสมกับนกแซงแซวหลายตัวมาก ทำไมนกขมิ้นรวมตัวกันมากอย่างนี้ นี่คือเดือน กุมภาพันธุ์ นกกำลังอพยพกลับหรือ เราไม่สามารถสรุปเองได้ เพียงแต่เราสังเกตุ นี่คือหน้าที่ของเรา ทำหน้าที่ของคนที่อยู่ใกล้ชิดติดป่า ควรเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้ เสียงอาจารย์อมรสอนกล่าว











นกกระจิบ2 ตัว บินมาหากินตรงเราล้างจาน หลานชายเราอดไม่ได้กับท่าเดียงสา






นกกระเต็นน้อยธรรมดา เกาะและร้องอยู่มุมเดิม ทักทายบ้านสีหมอกอย่างคุ้นเคย เรารู้ว่าการเดินทางไกลของเจ้ากำลังใกล้เข้ามา


เจ้าทำอย่านี้ ก่อนเรามาอาศัยแผ่นดินนี้เสียด้วยซ้ำ





เจ้า นกกระเต็นหัวดำ นึกว่าอยู่ไกล แต่ไม่ใช่ เจ้าอยู่ในกล้อง มุมโปรดของเจ้ากับมุมโปรดของเราแค่ตรงกันข้าม เท่านั้นนะ

อีกไม่นาน เจ้าจะร่วมบินกลับไปด้วยกัน ดินแดนญี่ปุ่นหรือดินแดนยุโรป



วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 13, 2009

หนทางลังเล JANUARY 4 ,2009

 




ห้องกล้วยไม้ TWS กับคนหนึ่งของผาด่างแคมป์
ทำไมเราเดินเข้ามาหาห้องนี้
เราคาดหวังอะไร
หวังพบ คนรักป่าเหมือนกัน รักต้นไม้ สายธาร หรือแม้เสียงกะซิบสายลม
ข่าวคราวธรรมชาติโดนทำลาย ทำร้าย ความเศร้าเป็นปฏิกริยาตอบสนอง
อาจเหมือนใครคนหนึ่งในห้องนี้ อยากทำอะไรก็ได้…ให้เรื่องเสียใจโหดร้ายมีจุดจบ
หวังพบ ผู้มีความรู้ ทางธรรมชาติ จริงใจอ่อนโยนพร้อมกรุณาให้ความรู้สื่อผ่านบทเรียน
สอนให้เกิดรู้จักพืชพันธุ์ สอนให้รักษ์พันธุ์ไม้ มากกว่าอาจารย์ท่านนั้นจะรักได้
ต้องการ อิสระจากอาชีพ สำคัญที่สุด คงเป็นหัวข้อนี้
ตัวเรามั่นใจจะได้ถอดดักแด้เพื่อบินเรียนรู้อย่างอิสระ
เราขอมีห้องสักห้องหนึ่งอิสระ เสรี
ไม่ใช่ชาวผาด่าง ไม่มีธุรกิจ หรือแฝงเป้าหมายทำมาหากินเป็นกาฝากของห้องนี้
เหมือนคนที่ถวิลโหยหาวันเสาร์ อาทิตย์
อิสระ กับความรู้สึกจริงๆที่เกิดขึ้นระหว่างจิตใจของเรากับธรรมชาติ
ผ่านตัวหนังสือ หรือรูปภาพ ในห้อง tws นำมาแลกเปลี่ยนเพื่อรับฟังเรื่องของเพื่อนคนอื่น
มุมมองชีวิตซึมซับธรรมชาติต่างมุม หรือข้อคิดที่แปลกแยกออกไป
แต่จุดสุดท้ายคือเพื่อธรรมชาติปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
นี่คือสาเหตุแห่งความจำเป็น ต้องเขียนบางอย่างเพื่อสื่อให้เห็นถึงความจริงตัวตนของเรา ตัดสินใจ หลายๆครั้งและเปลี่ยนใจเสียหลายครั้ง จำนวนและเวลาพอกันพอกัน

เตรียมความกล้า ปะปนกับความลังเล เชื่อ ไม่เชื่อ กับเรื่องเขียน หมดหรือยัง เพียงพอหรือเปล่า และใช่ความจริงใช่ไหม

มีน้ำหนักเพียงพอกับอัตตาของแต่ละคนในห้องtws

(เสนอเขียนบรรยายเรื่อง ….บางคนในห้องนี้มีความคิดเห็นว่า คนเขียนอาจคิดเลยเถิดไปเอง หรือ นี่ไงปรกกฎตัวแล้ว )

เพราะอะไร เราต้องใช้ความกล้าสารภาพ ว่าเราคือใคร

ความกลัว เรานำตัวเองคนเดียวไปเสี่ยงกับธุรกิจท่องเที่ยว ที่ชาวผาด่างช่วยกันสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่ชาวผาด่างทั้งหมด และเวบไซด์นี้เป็นเวบไซด์ นักท่องเที่ยวต่างให้ความเชื่อถือ

จึงเป็นเรื่องแสนจะเปราะบางมากและอันตรายกับชาวผาด่างที่สุด
 
 


ความละอาย หรือการยอมรับเห็นว่าตัวเองทำผิด

การเขียนทุกตัวอักษรจึงต้องใช้ความจริงเพียงอย่างเดียว และมีเพียงความดีเท่านั้นที่จะปกป้องเราได้

แต่การที่เราไม่รู้จักกัน ความดีต้องเกิดจากการเชื่อถือ ศรัทธา รู้จักในบุคคลผู้นั้น อาจทางสังคม ข่าวสาร และระยะเวลา

แต่สำหรับห้องนี้ เราเพียงผู้ผ่านมานานๆครั้งเท่านั้นเอง ยากมากเหลือเกินสำหรับเรา หลายคนในห้องเมื่อได้อ่าน

โปรดกรุณาอย่าให้แค่ตัวหนังสือของเรา เป็นคำตัดสิน

อิสระทางความคิดเห็นโดยมีธรรมชาติเป็นประสพกาณ์ให้เพื่อนในห้องนี้ล้วนคือบทเรียน ย่อมบอกแก่ตัวเพื่อนเองได้

เราควรได้รับมิตรภาพกลับมาหรือไม่

เราไม่ต้องการให้การเขียนของเราคือการแก้ต่างให้กับตัวเอง

แต่เราต้องการให้เรื่องที่เราจะกระทำต่อไปนี้และอนาคต ยืนอยู่บนเส้นทางสะอาด ไม่มีข้อสงสัย หรือเคลือบแคลง

ขอโทษ……ต้องการกล่าวคำขอโทษและบอกว่าเราเสียใจกับการกระทำของเราทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ การปิดบังตัวตนว่าคือชาวผาด่างคนหนึ่ง

tws แม้เป็นดอกกล้วยไม้ดอกเดียวโดนเด็จแยกช่อ
เราไม่ปราถนาอย่างยิ่งจะสร้างชื่อเสียง หรือใช้ความสามารถของคนสร้างtws

เกื้อธุรกิจของตัวเอง จากการปกปิดอาชีพของเรา

ขาดมารยาทการขอเข้าห้องเพื่อทักทาย ไม่ได้ขออนุญาติก่อน หรือปกปิดอาชีพ หรืออะไรที่ไม่งาม น่าสงสัยพฤติกรรมของเรากับธุรกิจ

ทุกคนในห้องนี้ย่อมสงสัยได้

ธรรมชาติเป็นเรื่องเปราะบางอ่อนแอฉันใด ห้องธรรมชาติห้องนี้ก็คงเช่นกัน

ห้องนี้ใช้ระยะเวลานานหลายๆปี การเดินทางของคนหลายคน ไปทุกที่ของป่าเขาลำเนาไพร ทุกฤดูกาลของดอกไม้บาน

ในทุกภาคที่รู้ว่ามีความยากลำบากสาหัส ตัวแปรเต็มเกลื่อนไปทั้งป่าแห่งนั้น
 
จะนำข้อมูลออกมาอย่างทะนุถนอมเพียงใด ให้มากที่สุดเท่าที่เวลาและความเป็นไปได้จะมีให้แค่ไหน

การเขียนตำรา แต่ละเล่ม หนังสือคือห้องเก็บเกี่ยวร้อยเรียงเรื่องราวของคนคนหนึ่งทุ่มเทพลังชีวิต

ความศรัทธากับชีวิตพืชดอกตามดิน ซอกหิน แม้เกาะยอดสูงของต้นไม้เปลือกหยาบสากเป็นร่อง

โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นผูกคอ….. ล่ามไว้กับ…..สติสัญญาต่อสัตว์ป่า สรรพชีวิตต้นไม้ ทั้งสูญพันธุ์
บางอย่างปรากฎเป็นภาพสุดทรมาน แสดงอำนาจให้รู้จริง จงใจทรมานคนอนุรักษ์

กำลังบอกใคร หรือ คนของธรรมชาติในห้องนี้ เผ่าพันธุ์ของสัตว์ พืช หลายชนิด กำลังเดินถึงดินแดนแห่งกาลสูญพันธุ์ หายไปจากดินแดนเกิด เ ห ลื อ ชื่ อ


หมู่บ้านหุบเสือ เรื่องอดีตเป็นเงาลางหรือเรื่องเล่าบอกต่อ

ตัวคนเขียน หากวาดภาพเป็น หยดสีที่ปาดป้าย…..คือน้ำตาไหลรินต้องคอยปาดเช็ดให้ตัวเอง

แต่คนเขียน ตัวหนังสือทุกตัว เพื่อบอกว่า เราจะมีกันและกันแม้ถูกเน้นคือเรื่องเศร้า


หน้าที่ต้องเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งยอมรับเพื่อทำงาน ไม่มีเหตุผลว่าสำเร็จหรือไม่


เวลาจบของงานจะมาเมื่อไร ใครจะเป็นผู้ร่วมทาง

คนนี้จะถือเอาเป็น twsคือแกนตัดสินใจ มีมติอย่างไร ในนามของคนเขียนจะรับไว้และคิดให้เสมอว่า

ห้องtws คือตัวแทนธรรมชาติ ธรรมชาติให้tws เป็นร่างส่งผลสรุปมาสู่ผู้เขียนอีกที

เรายอมรับหากธรรมชาติไม่ต้องการเรา เพื่อนำไปสู่คำตอบว่า เรายังทำงานให้ธรรมชาติไม่มากพอ



ตามหาธรรมชาติ
 
 


สาเหตุที่เราทำร้ายธรรมชาติ ธรรมชาติ สร้างมนุษย์มาทำไม

ธรรมชาติคืออะไร ความหมาย ความเข้าใจ ความเชื่อ ของแต่ละบุคคลแตกทิศแยกแขนงกว้างไกลเกินเชื่อมเข้าหากันได้หรือไม่

ที่มาของการรับรู้ของธรรมชาติ เรากำลังเปิดประตูแห่งความยุ่งยาก สู่การถกถามตัวตนจริงแห่งธรรมชาติ

จุดศูนย์อำนาจธรรมชาติคืออะไร

หน้าที่ของธรรมชาติกว้างใหญ่ครอบคลุมอิทธิพล

มีกี่ทางจะพาเราพบคำตอบ ตัวตนของธรรมชาติ

จิตวิญญาณ สัมผัสทางจิตใจคือหนทางถึงธรรมชาติ

หรือสมองกับระบบวิทยาศาสตร์คือคำตอบพิสูจน์ความจริงตัวตนธรรมชาติ ในจักรวาลนี้ใช่หรือ

จักรวาลประกอบไปด้วยอะไร จักรวาลเป็นอนูหนึ่งของธรรมชาติ

ทำไมดวงอาทิตย์ ถูกกำหนดให้มาในเวลาเช้า

พระจันทร์ สามารถมาเยือนให้เราพบเฉพาะ เมื่ออาทิตย์จากไปเท่านั้น

ทำไมเจ้าแห่งเวลาจึงเป็นผู้แสดงอำนาจ กำหนดทุกอย่าง

สมการหรือ ตรรกกะ เกิด พบ จาก จบ สำเร็จ และสู่การสูญสลาย

สมมุติว่าศูนย์กลางของอำนาจ ทั้งมวลแท้จริงคือกาลเวลา

เราเองยังครั่นคร้ามกับความคิดนี้ ไม่อาจยอมให้ใครเชื่อตามเรา

หากจักรวาลนี้ถูกควบคุมด้วยกาลเวลา ชะตาของสรรพวิถีเก็บไว้ในดวงดาวนพเคราะห์ทั้งหลายเป็น file ,folder .ใช่หรือไม่

หากเรายอมเชื่อ กาลเวลาคือศูนย์รวมคือธรรมชาติตัวจริง

มนุษย์เองก็ล้วนถูกกำหนดหน้าที่เช่นกัน หน้าที่ เพื่ออะไร ทำไม

สำคัญอย่างแปลกมากคือ บนโลกนี้ มนุษย์สามารถเพิ่มปริมาณได้เร็วมาก เหมือนเชื้อรา แตกสปอร์กันออกไป

ระหว่างทางของสรรพวิถีตามดวงดาว ต้องเริ่มด้วยสมการ การ เกิด พบ จาก จบ ค้นหา มีเป้าหมาย และสู่การสูญสลาย

ระยะเวลาของมนุษย์เริ่มขึ้น เมื่อเทียบระยะเวลาอายุของแกแลกซี่นี้

มนุษย์ยังอ่อนด้อยต้อยต่ำเกินจะเข้าใจวิถีจักรวาล

ตื้นเขินอย่างผิวเผินความซับซ้อนทุกอย่างล้วนเดินตามหมากรุกของกาลเวลา

ไฉนมนุษย์มีความกล้าหาญ มั่นใจ มุมานะ รอบรู้ ค้นคว้า ประดิษฐ์โยกย้าย

ด้วยความอัจฉริยะ มนุษย์เริ่มสนุกที่จะเริ่มสร้างสิ่งที่ควบคุมธรรมชาติ

นั่นคือก้าวแรกของคำตอบว่าทำไมธรรมชาติสร้างมนุษย์ขึ้นมา

คำตอบอีกข้อกำลังตามมา ความด้อย เดียงสาผสานความฉลาดพาให้หลงตนเองสามารถยิ่งใหญ่เท่าเทียมธรรมชาติ

ประตูเลห์กลกาลได้เปิดอีกบานใช่หรือไม่

กาลเวลา ธรรมชาติตัวตนแท้จริงตามความเข้าใจของคนเขียน

ยังไม่จบค่ะ กำลังหาหน้าที่ของมนุษย์อย่างตั้งมั่นในสติ






สาเหตุที่เราทำร้ายธรรมชาติ

มนุษย์คิดอย่างหนักแน่นศรัทธา เราพบกัน รู้จักกัน รักกัน จากกัน เห็นต้นไม้ต้นนั้น

กล้วยไม้บานงามสะพรั่งช่อนั้น นกตัวนี้เราดั้นด้นเดินหา แมลงหายากพันธุ์ใหม่

มนุษย์คิดว่าการเห็นและบันทึกทำด้วยตนเอง คือผลงานของมนุษย์

อย่างอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ หากเราคิดตรงข้าม ให้ธรรมชาตินำทางหรือเป็นใหญ่กว่าชีวิตของเรา

ธรรมชาติส่งนกตัวนั้นให้เรา ชี้ให้เพื่อนมองแต่ไม่ทัน กาลเวลาพาเจ้าบินไปก่อน

มอบกล้วยไม้ช่อสะพรั่งติดตา งามทั้งสีและแสง พร้อมเพื่อนผู้ชื่นชอบกล้วยไม้กลับมองไม่เห็น

มอบแสงตะวันสุดท้ายเพื่อคนหนึ่งคนได้กดชัดเตอร์เก็บแสงหล้าสีส้มแดงไฟไม่ร้อน แต่นุ่มนวล

และย้ำซ้ำๆ ไม่มีอีกครั้งตลอดกาลของชีวิตคนๆนั้น

ดอกไม้กำลังบานข้างทาง บางคนไม่เห็น แต่บางคนเห็น และบางคนเห็นอย่างแตกต่างและลึกซึ้งกว่าบางคน
นี่พอเป็นคำตอบหรือไม่







ป่าต่ำ มนุษย์แลกด้วยการทำลาย เพื่อเปลี่ยนเป็นบ้าน แปลงนา ที่สวนไร่

สัตว์ป่าอาศัยป่าต่ำจำต้องหมดไป เพราะไม่มีป่า จะมีสัตว์ป่าเก้งกวางทำไม

หน้าที่ของมนุษย์อีกเช่น กัน กำจัด สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป

เหมือนเสือกำจัดสัตว์กินพืช เพื่อสร้างสมดุลย์

สัตว์ป่าไม่จำเป็นต้องมีมาก เพราะมนุษย์จำเป็นต้องมีมากขึ้นเพื่อเร่งการทำลาย

กาลเวลาพามนุษย์ค้นพบน้ำตกสวยแห่งหนึ่ง

ทุกคนตื่นตากับน้ำตกแสนสวยด้วยความดีใจ เหยียบย่ำมอสเฟินจนแหลกพินาศ

การเหยียบย่ำเป็นฝีมือมนุษย์ สลายของความชุ่มน้ำ การจากไปชั่วนิรันดรของพืชชุ่มน้ำ

มนุษย์ต้องเรียนรู้ผลร้ายสลายล่มหายนิจนิรัน งานยังไม่เสร็จ น้ำตกรายต่อไป

กล้วยไม้ป่าดอกงามเล่าขานถึงความสวยงามยามชมป่า กลายเป็นตลาดของผู้อยากได้ครอบครอง

นกป่า กลาดเกลื่อนในห้องอินเตอร์เนท และสุดท้ายความจริงนกป่าเป็นเงินสดในตลาดขายนกป่าจตุจักร

ดำน้ำชมปลาทะเล กลายเป็นที่มา ปลาตู้ทะเล และประการัง

ล้วนสนองคำถามว่า ทำไมคนจึงทำลายธรรมชาติ

มนุษย์กลายเป็นไวรัสพันธุ์การเมือง ข้าราชการ

นักธุรกิจรีสอร์ท บางส่วนกลายเป็นนักท่องเที่ยว

ทุกย่ำก้าวในป่า แหวกว่ายในทะเล คือการทำลาย เพราะนี่คือหน้าที่ของมนุษย์







ธรรมชาติเจ้าแห่งกาลเวลา สร้างนักอนุรักษ์ทำไม


ถ้าหน้าที่ของมนุษย์คือการทำลายล้างโลก

โลกหมุนสู่การล่มสลายตั้งแต่เริ่มมีมนุษย์ใน อดีต

พบเห็นได้ง่ายใน ปัจจุบัน

สู่การล่มสลาย อนาคต รออยู่อย่างแท้จริง

ธรรมชาติไม่จำเป็นต้องใช้นักอนุรักษ์มากนัก

นักอนุรักษ์ คือนักประวัติศาสตร์เก็บความจริงทางวิทยาศาสตร์สู่สมองขับเคลื่อนโลกไปสู่จุดหมายสุดท้าย

นักอนุรักษ์ คือ ศิลปิน นักปรัชญา หน้าที่ กวาดต้อน เก็บความขมขื่น เศร้าสะเทือนอารมณ์

เพื่อให้เรื่องเหล่านี้ แสดงพลังมากพอ จนเกิดคำถาม…….คำถามที่ยิ่งใหญ่






ทำไมธรรมชาติมอบหน้าที่โหดร้ายที่สุดแก่มนุษย์

พร้อมวนเวียนกับความทุกข์แสนเศร้าเสียดาย

บทเรียนอะไรซ่อนเป็นปริศนา ที่ยังไม่รู้อีกมากแค่ไหน

หรือนี่คือหนทางหนีของการบงการเจ้าแห่งเวลา

คิด ปฏิบัติอย่างไร หากเราถึงเวลาล่มสลาย

มีผู้รอดสามารถอยู่เหนือกาลเวลาได้หรือไม่

ปรินิพาน คือ เหนือกาลเวลาใช่หรือ

 

 

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2009

FEBUARY 5, 2009 LOST AND FOUND padangcamp.com

นั่นไงนกแว่นสีเทา grey- peacock pheasant ทางซ้ายมือ เช้าของขอบฟ้าป่าแก่งกระจาน เราแค่เห็นเธอฝ่ายเดียวเดินเข้าหาดงหญ้าไม่สูง และปล่อยเป็นหน้าที่ของหญ้าสีน้ำตาลออ่อนให้เราจดจ้องแทน

โอ…..ข้างหน้าต่างรถ bar- backed partridge จำนวน3-4 ตัวตกใจเสียงเริงร่าดีใจกับนกแว่น ความร่าเริงทำให้เธอมองพวกเรา แต่เรามั่นใจได้ทีเดียว ทุกตัวคือการเคลื่อนไหว 1 จังหวะ ให้เราส่ายตามองตามเสียงเท้าเจ้ากับใบไม้กรอบ ทุกตัวยื่นกติกาพบแรกและข้ามไปสู่…..ไม่มีโอกาสให้ซ้ำสอง ใบไม้ทั้งป่านี้ แกล้งพรากเรา แต่ช่วยพวกเธอ




เสือดาว เสือดาว เสือดาว leopard นั่งรอเราข้างทางซ้ายมืออีกแล้ว อะไรนำมาเราพบกันแค่ข้างทางและทำไมต้องทำอย่างนกแว่น เธอคือเสือดาวไม่ใช่นกแว่น หายไปอีกแล้ว มีแต่ดงหญ้าแห้งให้เราจดจ้อง ไปแล้ว ไปแล้ว แต่มั่นด้วยหัวใจ ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ตราบใดเรามีบ้านเป็นป่าแก่งกระจาน

Barred cuckoo-dove ตัวเมีย คอสีจืด และปากสีอ่อนกว่าตัวผู้ บนกิ่งลูกไม้สีน้ำตาลเข้ม สีลูกไม้เข้ากับสีตัวของเจ้าอีกแล้ว ทำไมโลกของป่าแก่งกระจานวันนี้มอบโทนสีทองให้เราเต็มป่า ลูกไม้นี้ชื่ออะไรน่ะ ทุกกิ่งเจ้ากิน และกระโดดย้ายไปเกาะและเริ่มกินอย่างเพลิดเพลิน มีแต่แสงส้มอ่อนของตะวัน กับเสียงชะนีโห่โหยหวนขับกล่อมแบ่งแยกดินแดน





นกระวังไพรปากเหลือง white-browed scimitar-babbler คือลำดับตามธรรมชาติวันนี้กำหนด บนกิ่งไม้คอยยื่นปากสีเหลืองลักษณะเด่นที่สุด ให้เราเรียนรู้จดจำ เราต้องเลือกมอง ดอกไม้ป่า กับนกระวังไพรปากเหลือง

จ๊อบยืนถ่ายภาพ mountain –imperial pegion เข้าใกล้และร้องเรียกว่าอยู่ตรงนี้ เราใกล้พอแล้วไม่ขอใกล้เข้าใกล้ แต่ความใจดีมีมาก นกขยับใกล้เราเข้ามา สบตา ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจากกันเจ้าบินไปทางฟ้ากว้างสีเริ่มแดง




ดอกไม้ร่วงกลาดเกลื่อนบนดิน สีขาวเกษรสีเหลือง กลีบขาวช้ำน้อยๆ เราก้มเดินตามหวังพบดอกที่รอยช้ำน้อยมากและเราก็ได้มา ในมือดอกไม้บอกอะไรเรา ชื่นใจ ฤดูของความร่วงหล่นมีหลายคนเก็บเราเพื่อมองอย่างใกล้ชิดชื่นใจ
แต่ได้โปรดวางเราไว้ริมทางเหมือนเดิม




Hill blue flycather อกส้มอ่อน หลังสีน้ำตาลใบไม้แห้งๆตัวเมีย กระโดดไปมา แต่จ๊อบกลับไม่สนใจ เมื่อไหร่จ๊อบจะเรียนรู้ ทุกความงามในป่านี้ แตกต่างที่สุด ไม่ใช่การวิ่งตามถ่ายรูปสาวพิตตี้นะ
ตัวเมียสีน้ำตาลบอกสอนได้อย่างหนึ่งว่า หน้าที่วางไข่เติมเผ่าพันธุ์ของเรายากหนักหนา ธรรมชาติช่วยพรางให้ร่างสีจืดรักษาความปลอดภัยจากผู้ล่า ตากล้องถ่ายภาพนกในเมืองไทย คืออันตรายที่สุด ในยุคของดิจิตอล

เถาวัลย์พวงโตงดงามทั้งลีลา ทำให้จิตใจป่วนยั่วยวน งามกับอรุณสายหมอกหนา อยากเอื้อมสุดแขนแตะต้องสีม่วงเข้มเจิดจ้ากับแสงเงา





ไม่สูงส่งเสียงเรียก ซ้ำ แล้ว ซ้ำอีก ไม้ผุหักครึ่งตายซากแห้งเปลือกหนา ไม่สูงไม่เมื่อยคอ เคาะป๊อกๆสะท้อนสนั่นป่าละแวกถิ่นของพวกเจ้า ทั้งหัวปากเคาะไม้ผุซ้ำๆ ก่อนหันมาทางเรา

คืองานอีกแล้ว ย้ำสัญญา ลูกหลานเราคอยเติมเต็มป่าแห่งนี้ให้อบอวลด้วยสีและเสียงเพลงทุกอรุณทะเลหมอก และสายแม้ตะวันจะเลื่อนย้ายข้ามไปสูฝั่งตรงข้ามกับยามเช้า blue- throated barbet เจ้านกโพระดกคอสีฟ้า หน้าผากสีแดงราชาราชินีอีกชนิดหนึ่งแห่งป่าเขาพะเนินทุ่ง

วันใดไม่มีเสียงเจ้า นกโพระดกคอสีฟ้า ป่าแห่งนี้จะเป็นอย่างไรหนอ ขอบคุณ ขอบคุณ พวกเธอผูกพันธุ์ลึกซึ้งมาเนิ่นนานหลายปี ในป่าแก่งกระจาน หลายปีนี้มีเราร่วมเป็นหนึ่งหรือยัง





ในป่าดงหนามืดมีแต่ใบเขียวเข้ม red-headed trogon แอบซ่อนให้เราจดจ้องมองหาสีตรงข้าม แม้มืดรก เราพบเจ้า ครั้งนี้เป็นเรื่องแปลกต่างทุกครั้ง เจ้าเป็นผู้มองเราเห็นก่อนอยู่แล้ว และจ้องเรา เวลามากพอมองกันและกันอย่างเพียงพอ และจากไปเพื่อบอกสอนการใกล้เกินไป คือสิ่งธรรมชาติบอกว่านกไม่ควรทำ ไม่มียกเว้นไม่ว่าใคร ก็ตามที

Asian paradise flycatcher บินอวดหางริบบิ้นสีน้ำตาล ตาสีฟ้า ปากสีฟ้า ในดงสวรรค์ป่าของเจ้าสมชื่อดินแดนแห่งนี้
มีเรา มีเจ้า แต่เราต้องลังเล ละสายตามองนก black-throated sunbird เจ้าสอนบทเรียนการกินดื่มเกษร จากดอกไกลและกรุณาเข้าใกล้ให้มากกว่าเดิม เจ้าให้มากและเราหลงลืม Asian paradise flycatcher ตัวผู้เจ้าแห่งริบบิ้นสะบัดพริ้วแห่งกิ่งไม้

ตัวใดเล่าจะเป็นผู้มาบอกเรื่องราวเวลานี้ lesser เจ้ามาตัวเดียวเพียงจริงหรือ เจ้าคือ lesser หรือ สุดปลายหางปริศนาบอกไขปม เจ้าย้ายกิ่งเกาะ ใกล้เท่าเดิม แตไขปริศนาให้กระจ่าง ชัดเหลือเกินกับปลายหางพวง ดวงตาบอกเรา เพื่อเธอและเพื่อนของเธอ พวกเธอมาหาเราแต่เช้าทำไมยิ้มให้นกอย่างเราแค่นี้




lesser - racket-tail drongo ชำเลืองและมีคำตอบซ่อนอีกครั้ง ความสูง.เย็นของแผ่นดินป่าตรงนี้ เราชื่นชอบและพอดำรงตนอาศัยอยู่ได้ พวกเรามีไม่มาก แต่ที่พบมากในป่าจังหวัดเพชรบุรี มักเป็น greater racket-tail drogo นี้เป็นเรื่องต้องขอให้เธอรู้ไว้ก่อน
แผ่นดินป่าใหญ่แก่งกระจานความสูงนี้ไม่แข็งแรงอีกยาวนานพอ สำหรับลูกหลาน lesser - racket-tail drongo

ในอนาคต ไม่นานพวกเธอจะพยการเปลี่ยนแปลง ข้างหน้าแน่นอน คำของชาวอินเดียนแดง พวกเธอจะต้องหัดพูดตาม why do everything powers go to wrong. พวกเธอคือผู้ทำลาย

เผ่าพันธุ์ของเรามีมา เพื่อเป็น list extinction of record in the closer future . who’s owner the list losen birds guide inThailand

ใครกันเล่าสร้างสวรรค์ซ้อนสวรรค์ นกสวยมากับคู่ชีวิต กระดกหางซ้ำไปมา เกี้ยวพาจับคู่ บอกรัก อย่างไม่อายเรา long-tailed boardbill เรามองเจ้าและหลงนึกว่าเจ้าจะเป็นฝ่านจากไป หรือเราต้องเป็นผู้จากมาก่อน เราบอกขอบคุณ ยิ้มด้วยหัวใจ หัวเราะซ้ำๆ กล้องมองตาม ใจบินตามเจ้าตามไปทุกกิ่งที่เจ้าโผลงหา หากหายไปนานใจสับสน และเมื่อเจ้ากลับมาให้เรามอง





ฉันมีสัญญา วันนี้คือวันแห่งสัญญา เราจะพาเพื่อนใหม่มาหาเธอ แต่เพื่อนเหล่านั้น ต้องดีกว่าเรา มีใจเพียงพอเพื่ออธิฐานให้มีการกลับมา เฉพาะฟังเจ้าร้องเพลงให้คู่ของเจ้าฟัง

ผลไม้สีฟ้า แมลงตัวไหนนะ ดอมไม้ผลสีฟ้าคราม และเราดีใจได้เป็นแมลงชนิดใหม่ของป่าแก่งกระจาน จะเอาเข้าไปถามในห้องไหนดี






ป่าล่าง บนถนนใบ้สีน้ำตาล อ่อนและแก่ สลับใบไม้สีส้ม บนทางแห่งนี้กลีบดอกของดอกงิ้วร่วงระริ่วปลิวเกลื่อน เรามองหาสีที่ต่างอกไป ดอกไม้สีขาว เกษรสีเหลืองร่วงเป็นแนวกลางถนน ข้างๆไม่มีเห็น แม้ร่องรอย ถูกล้อทับจนหาย....จมหายเป็นเนื้อดินแล้ว





เถาวัลย์โยงเยง เราทุกคนถูกสัญญาณให้หยุด จงนิ่งนั่นคือตัวเองสั่งตัวเอง banded kingfisher นกระเต็นลายตัวผู้ ยืนและสั่งให้เราหยุด เรารู้ว่าจ็อบกำลังทำหน้าที่ และนกก็ยินดีมอบเวลาให้จนเพียงพอ นกน่ารักปรากฎ ณ ที่ไร้กิ่งก้าน เราร้องกระซิบ จะไปไหนได้อย่างไรกัน เราไม่อาจเดินจากไปก่อน

เราสมควรต้องอยู่มองเจ้าเท่าที่เวลาของเราและกันมี สุดท้ายนกให้ความปราณีอีกครั้ง นกเป็นฝ่ายบินเข้าป่าสีทองของเถาวัลย์ขดเคี้ยวทางขวามือ
 
 



บทเรียนของจ๊อบ เราแกล้งบ่นว่าทำไมไม่สนใจนกจับแมลงบ้างเลย grey – headed fc, hill- blue fc , thickell- blue fc และสุดท้าย Hainan- blue fc ทุกตัวต่างสลับกันปรากฎตัว





หรือตามเสียงบ่นของเราตั้งแต่ตัวเมียบนป่าสูงแก่งกระจาน ช่วยจ๊อบเข้าใจบทเรียนวันนี้ แม้แต่ black-naped monarch ตังผู้สลับตัวเมียเกาะนิ่งสลับหาย ทุกๆห้วงแห่งเวลาของวันนี้





ก่อนเราจะได้ออกจากป่า orange-breasted trogon ขุนแผนอกส้มตัวผู้ ยืนนิ่งกิ่งเตี้ย เพื่อเย้ยเราหรืออย่างไร ทุกครั้งเข้าป่าเรามักพบกัน เธอจะพอใจถ่ายรูปพวกเราอกส้มสวย มีเบื่อบ้างไหม แต่เราไม่ต้องตอบ
จ๊อบชอบตามถ่ายภาพโดยเฉพาะดวงตาที่มีขนตายาวของเธอ ห้องtws เราจะเป็นคนพาเธอไปอวดเพื่อนของเรา และเธอเป็นเสื้อใส่บ่อยสุดๆจ๊ะ

นกตัวนี้ crimaon sunbird จ๊อบเคยเห็นมาหลายทีแล้วแค่ไม่เคยมีภาพเป็นความทรงจำ เราเป็นผู้แรก และเรียกให้รู้ว่ามีเธออยู่ตรงไหน จ๊อบทิ้งเราไว้เดินตามนกสีแดงบินไปตรงนั้นตรงนี้ หายไปทั้งคนทั้งนก และเดินกลับมากับรอยยิ้ม
เราถามว่าถ่ายได้หรือเปล่า จ๊อบช่วยพูดประโยคขี้บ่นของเรา ไม่มีภาพนกที่สวยที่สุดในโลกนี้หรอก
 
 
 


พวกเราทำสมาธิรอนกแว่น ตรงลำธาร นกแก๊กร้องหัวเราะลั่น oriental –pied hornbill, white – rumped shama ,
เหล่านก นกpuff-throated bulbul , streak- breasted bulbul , black- creasted bulbul, puff-throated bulbul, ashy bulbul, rofous-fronted babbler, asian- fairy bluebird
นกลงเล่นอาบน้ำกันอย่างสนุกเพลิดเพลิน นกตกลงกันแล้ว เราอยู่ไม่ไกลแต่นกก็รู้ว่าไม่ใกล้จนอันตราย
 
 


สุดท้ายเสียงเรียกอยู่ยอดไม้สูง crimson- winged woodpecker ใกล้ให้ตาเรากับกล้องแค่มองเห็น แต่อยากให้เพื่อนในห้องtws ภาพในอดีตเจ้าบนยอดสูงและเราบนยอดเขาสูงเสมอกัน เรารู้ว่าเจ้าพึ่งปีกชื้นตรงนั้น แต่ตรงข้าม เจ้าไม่รู้ว่ามีเรา ที่ระลึกครั้งนั้นได้ทำงานบอกความงาม ทำไมจึงชื่อ crimson-winged woodpecker

วันนี้แก่งกระจาน ไฟป่าเริ่มแล้ว เสียงไฟกินไม้ดังข้ามเขา ไม้ถูกกินอย่างไร้ปราณี ควันแห่งความตายลอยสู่ฟ้าเบื้องบน ความตายอบอวลจางๆ ทุกวันรอบป่าผาด่าง ไหม้ตามธรรมชาติ จุดไหม้เพื่อไล่ล่าสัตว์ป่า หรือ จุดไฟเพื่อขยายพื้นที่ทำกินปีละน้อยปีละน้อย
 
 


banded- bay cuckoo เกาะบนกิ่งไม้บ้านภูสีหมอก verditer flycatcher หลายคำตอบร้อยเรียงถยอยเป็นรอยจำผาด่าง เรื่องสู่กันฟังในร้านค้าผาด่าง บทเรียนของเรามีอยู่ทุกที่ คำตอบมากมายทั้งการล่า การจบสิ้น การขนย้ายหายไปจากพื้นที่ต่อหน้าต่อตาเรายืนมองจากร้านค้าผาด่าง ตลาด เนื้อสัตว์ป่า ต้นไม้จัดสวนขุดไปขายในราคาต่ำอย่างไร้ค่า และเรื่องเล่า อย่างภูมิใจกับราคาสูงซึ่งผู้ขายเล่าแลกเงินที่ได้รับจากการขายสมบัติล้ำค่าบนแผ่นดินเกิด


Beautiful days
 
 

Beautiful days, the sun can touch of all flowers .

Just they look to the east sky .

Inside - deeply room waits their friend , birds and butertflys to come .

early morning till the moon has give times for sleep.

that is the simple happiness

only tell someone can feel, this secret of their life, greens leaf.

no voice, show spirit of life by freshly colour to some eyes.

emerald forest

 


So everything in this world try to be wrong , slow and slow.
Power's emerald forest isn' t really?
Who can dare to tell , old harded destiny of its .
Next generration asksed, why everythings power moves.

 

 

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 1, 2009

สัญญา

 
Nature is friendly and give someone that your request.

บางทีผาด่างแคมป์อาจเป็นเพื่อน ช่วยตอบเรื่องนี้ให้คุณได้นะค่ะ
padangcamp.com
tel.081- 8126625 ลุงเปี๊ยก , 086- 6171208 ยอด

จากอนุชนสู่อนุชน แม่น้ำเพชรกำลังร้องไห้ พวกเราได้ยินกันตลอด หลายแห่งกำลังอดอยาก หินทุกก้อนแห้งผาก ปลาแหวกว่ายหายไป







ใบไม้ต่างสีเคยพายเล่นไหล ให้สายน้ำกับสายลมร่วมสนุกกัน เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ มีเสียงลมของเหล่าไม้สูงเอนไหวโยกไปมาเป็นกองเชียร์อยู่เบื้องบน และใบสีแดงสดใบนั้นเข้าเส้นชัยที่ขอนไม้ใหญ่นอนขวางกลางลำน้ำไม่ไกล




สายน้ำของเราเอง ความฝันอยากทำรีสอร์ทของตัวเอง แต่ยังไม่มีเวลาว่างเลย ฝันอยากรักษาทะนุถนอมหวงแหนแม่น้ำสายนี้ ไว้สุดกำลังของชีวิต




เวลาว่างลงไปหา
บอกกับแม่น้ำนี้เสมอ วันหนึ่งเราจะขอมาอยู่ด้วยกัน จะดูแลเธอให้ นี่คือสัญญา






วันเสาร์, มกราคม 31, 2009

Grandmother of mine

นึกถึงยาย


จำได้แต่ว่า หน้าที่เป็นคนพับผ้าถุง พับเสื้อผ้า เสื้อไม่เน้นเท่าไหร่ แต่ผ้าถุงเน้นเป็นพิเศษ พับเป็น10 หน กว่าจะถูกใจ

ตำหมาก กรีดใบหมาก ปาดปูนแดง ตำห้ามมีเสียง ถูบ้าน และให้ถูซ้ำ ถอยหลังถูทีละแผ่น

ทำขนมไทย เวลาเข้าพรรษา ออกพรรษาข้าวต้มลูกโยนแล้วมัดด้วยตอก นิ้วมือแตกเลือดซิบ

กำหนดเวลากลับบ้าน ห้ามเกินตะวันตกดิน แม้ในช่วงมหาลัยปีสุดท้าย ยังต้องเอาตารางเรียนมาแปะไว้ตรงเชี่ยนหมากเพื่อเช็คเวลากลับ

แต่เวลาก่อนนอนยายไหว้พระเสียงดังมาก ข้างๆบ้านพี่กุ้งไม่ต้องดูทีวีค่ะ เพราะยายพี่กุ้งหูตึงจะตะโกนไหว้พระช่วงประมาณ3 ทุ่มทุกวัน และไหว้นานเป็นชั่วโมงๆ

สวดมนต์เสร็จ ก็เป็นเรื่องขอพรทันที ให้นางชื่อ.....เป็นลูกหรือหลานคนที่...... มีสามีชื่อ...... มีลูกกี่คนชื่อ..... ให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน ......ถ้ายังเรียนอยู่ขอให้เรียนดี....... ถ้ายังไม่มีงานทำขอให้ได้งาน ......ถ้าไม่มีแฟนหรือเนื้อคู่.... ขอให้เจอและเป็น.....คนดีคนรวย จนครบหมดญาติทุกคนในตระกูล


ข้างและรอบบ้านรู้หมดค่ะว่า บ้านนี้มีลูกหลานเท่าไหร่ ใครเป็นอย่างไรบ้าง
อิทธิฤทธ์ยายของมีเป็นร้อย เดี่ยวไมโรโฟนได้ค่ะ









หวย.... หวย..... หวย....หวย กับสาวต้นห้องชื่อ เรือง จากบ้านคำข่า สกลนคร


เรืองอายุ 22 เล่นหวยไม่เป็นค่ะ เงินเดือนได้มาเท่าไหร่ ส่งให้ทางบ้าน พ่อของเรืองตายตั้งแต่เรืองอายุ10 กว่าปี มีน้องอีก 3 คน อาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไป



ยายของพี่กุ้งพบกับเรืองตอนอายุ 85 ปี เรือง 22 ปี ค่ะ เรืองจะเรียกยายของพี่กุ้งว่าคุณยายทวด ยายของพี่กุ้งชอบเล่นหวยเอามากๆ ซื้อหนังสือให้เลขทุกสัปดาห์หรือรายปักษ์ พี่กุ้งรู้แต่ไม่สนใจ

ทราบทีละหลังว่าสาวเรืองเจ้า มีหน้าที่คอยซื้อหนังสือหวยให้
เรืองชอบไปซื้อให้ค่ะ สาเหตุ เพราะจะได้แต่งตัวสวยๆ ทาปาก ทาตา ทาเล็บ นั่งรถสองแถวในหมู่บ้าน ออกไปซื้อเสื้อผ้าของแต่งตัว มาพร้อมกับหนังสือหวยของคุณยายทวด พร้อมพวงมาลัยไหว้พระและขนมที่ยายทวดสั่งซื้อค่ะ

ได้หนังสือมายายของพี่กุ้ง เอากระดาษปากกา มาบวกเลข จนเต็มหน้ากระดาษ มีหนังสือทำนานฝันประกอบไปด้วย และซื้อเป็นหวยใต้ดิน ซื้อกับคนข้างบ้าน


ถ้าถูกหวยก็จะให้เงินทิปพิเศษกับเรืองค่ะ

บ่อยครั้ง เรืองของพี่กุ้งก็จะสอนคุณยายทวด มันไม่ดีนะค่ะ
ยายพี่กุ้งผู้หญิงแก่โบราณ เจ้าระเบียบ ก็สวนเสียงดังฟ้าผ่าดังไปสามบ้านแปดบ้าน ทันทีว่า หนอยแน่....อีขี้ข้าอย่ามาเสือก เรื่องของกู เดี๋ยวกูจะให้ลูกหลานไล่มึงออก


แต่หญิงเรืองของพี่กุ้งบอกว่า ก็หนูเห็นว่ามันไม่ดี หนูก็บอกไป คุณยายทวดไม่เชื่อหนู ก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แล้วใครจะมาทนยายทวดได้ หนูก็ไม่อยากอยู่หรอก แต่มันเวรกรรมอะไรของหนู ต้องมาดูแลคนแก่ ปากจัด เจ้าอารมณ์ ตบอกตัวเองเบาๆ ประกอบความในใจด้วย

ใจหนูอยากไปเป็น นักร้องคาเฟ่ แต่งตัววับๆแวม ไม่ใช่มามีชีวิตอย่างนี้พูดๆๆๆจน แล้วก็กระหนุง กระหนิงทะเลาะกันเรืองอื่นต่อไป

พี่กุ้งกับลูกหลานทุกคนตั้งแต่เกิด ไม่มีใครในบ้านกล้าพูดอย่างนี้กับยายของตัวเองหรอกค่ะ

พี่กุ้งรู้สึกว่ายายของพี่กุ้งมีความสุขกับการสนทนากับเจ้าเรือง ก็เลยปล่อยๆไป และทำไมจำได้ก็ไม่รู้


 





พี่กุ้งมีคนทำงานบ้านมาใหม่ อายุ21ปี คนนี้พิเศษมาก ทำไมต้องเดินทางจากกรุงเทพไปรับเองก็ไม่รู้

รับมาจากบ้านป่าคำข่า พรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร นั่งมาในรถก็บ่นมาตลอดทาง พูดๆไม่หยุดปาก
เห็นหน้าข้อยอย่างนี้ ข้อยไม่ใช่ลาวนะ ข้อยเป็นชาวภูไท ไม่ใช่ลาว เน้นอีกห้ามเรียกข้อยว่าลาว และอย่ามาคาดหวังนะว่าข้อยจะอยู่ทำงานนานนะ

ระยะทาง สกลนคร สู่กรุงเทพ 900 กว่ากิโล บนรถ มี4 คน สาวชื่อเรืองแทนตัวเองว่า ข้อย หมายถึงตัวเอง ข้อยเคยเข้ากรุงเทพแล้ว อยู่แค่ 2-3 เดือน ไปอยู่ร้านอาหาร


ข้อยเบื่องานก็กลับบ้าน เป็นอย่างนี้ 3 ครั้งแล้ว และข้อยไม่คิดหรอกว่าชีวิตข้อยจะต้องเป็นคนใช้ คนงานในบ้าน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน อย่าหวังนะ ข้อยจะอยู่นาน และพูด…….คุยไม่หยุด พูดวนไปมา จนพี่กุ้งฟังภาษาภูไทรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง

อีกช่วงบนรถ กับชีวิตพี่กุ้งและสาวเรืองวันแรกในชีวิต พร่ำเพ้อออกมาว่า

ตอนข้อยอยู่ ประถม 3 ครูถามเพื่อนค่อยในห้องว่า หากโตขึ้น ใครจะเป็นอะไร
เพื่อนๆในห้องค่อยยกมือตอบ กันทีละคน บางคนบอกว่าเป็นทหาร เป็นตำรวจ เป็นคุณครู พยาบาลเยอะมาก พอมาถึงค่อย ข้อยตอบครูว่า อยากเป็นคุณนายค่ะ


ทำไม ชีวิตของข้อย….ข้อยต้องมาเป็นคนงานคนใช้
เพื่อนข้อยมันก็ทำนาทำไร่ ไม่เห็นมีใครเป็นทหาร เป็นนางพยาบาล ตำรวจ เห็นเป็นแต่ยามกันหมด
ปากบ่นอย่างอื่นและวนมาอย่างนี้อีก


ตลอดทาง ตาก็มองเสาไฟที่ผ่านไปทีละต้น แล้วถามว่า นี่ถ้าข้อยเดินตามเสาและสายไฟฟ้า จะกลับถึงบ้านข้อยไหมเนี่ย
ตอนนี้ก็ผ่านมา15 ปีแล้วค่ะ
สาวภูไทคนนี้ชื่อเรืองกลายเป็นที่มาของสาวต้นห้องยายของพี่กุ้งค่ะ
คนงานคนนี้พิศดาลมาก เราขับคันนี้ไปรับมาจากบ้านป่าค่ะ งงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเราและเค้า






แต่ดีใจค่ะ เค้าไม่สนใจเรื่องรถ ไม่เกร็ง ประหม่า เป็นตัวของตัวเองเสมอ แต่ตัวเองคิดว่า เกินหรือขาด

คุณ นาย ภาค 2



ครอบครัวพี่กุ้งจะมี 3 หลังติดกัน บ้านพี่สาวสามีชื่อพี่แป๊ะ มีพ่อ แม่ กับยายของพี่กุ้ง ลูก2คนของพี่สาว และยายพี่กุ้ง


บ้านพี่กุ้งมีแค่ 2คนกับแฟน เพราะพี่กุ้งจะไม่อยู่บ้าน จะมีบ้านที่ต่างจังหวัด ไปๆมาค่ะ
อีกหลังเป็นบ้านให้คนทำงานอยู่ร่วมกัน แต่ทุกหลังอยู่ติดกัน อบอุ่นมาก

พี่กุ้งจะสอนเรืองสอยผ้า ปักผ้า เย็บกะดุม เรืองคุยเก่ง ชอบร้องเพลงลูกทุ่ง หมอลำจะชอบเป็นพิเศษ มีเต้นเหมือนสาวโคโยตี้ สาวโคโยตี้กับยายแก่เจ้าระเบียบ ทำให้บ้านของเรามีแต่เสียงหัวเราะ


บ่นเรื่องอยากกลับป่าคำข่าทุกวัน สลับบ่นเรื่องงาน แต่เรืองทำงานสวยพอใช้ได้ค่ะ
ชอบเปิดหนังสือแฟชั่นเมืองนอกของพี่กุ้ง และออกแบบเอง เย็บเอง มีกางเกงอยู่แบบหนึ่ง พี่กุ้งเอาแบบของเรืองมาทำขาย เกือบ 7 ปีแล้วยังขายมาจนปัจจุบันคะ


เรืองของพี่กุ้งชอบไปคุยกับคุณยายของพี่กุ้งเพราะคุยเก่งทั้งคู่ คุยกันได้ทีนานๆ

ตอนนั้นคุณยายพี่กุ้งอายุ อายุ 85 ปี เดินได้ ชอบทำกับข้าว ดูแลหลานทวดสุดรักสองคน หูก็ไม่ตึง ตาไม่บอดค่ะ ขยัน พี่กุ้งเห็นว่าเรืองชอบคุยกับคุณยาย พี่กุ้งเพิ่มเงินและให้งานพิเศษ คอยดูแลงานบ้านพี่สาวและ


คุณยายค่ะ กับคุณแม่ซึ่งขณะนั้นเริ่มเป็นอัลไซเมอร์แล้ว เพื่อเพิ่มเป็นรายได้เพิ่มขึ้นให้อีก
ตอนหลังเค้าจะแทนตัวเองว่าหนู เรืองบอกว่ายายทวดสอนค่ะ ส่วนพี่กุ้งจะเรียกคุณยาย คำว่าข้อย เรืองจะใช้พูดกับเพื่อนๆค่ะ


คุณยายพี่กุ้งพอรู้ว่าเรืองมีหน้าที่เพิ่มให้มาทำงานบ้าน ก็สอนเรืองใหม่ทันทีค่ะ แต่ตอนนั้นทั้งคู่สนิทกันแล้วนะค่ะ


วันหนึ่งยายพี่กุ้งเรียกหญิงเรืองมา สอนวิธีการพูดจาเรียกคนในบ้าน จากเคยเรียกอย่างไรเปลี่ยนใหม่หมด
เอ็งต้องเรียกข้าว่า คุณยายทวด เรียกยายทวดอย่างเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเอ็งมาเป็นคนใช้บ้านข้า เอ็งต้องเรียกอย่างนี้


ต้องเรียกแม่ของพี่กุ้งว่า คุณยาย ต้องเรียกพี่แป๊ะหลานเขยข้าว่า คุณนายผู้ชาย เรียกพี่ไก่พี่สาวพี่กุ้ง คุณนายผู้หญิง และ…..เวลาข้าเรียกเอ็ง เอ็งต้องขานรับว่า ขา คำว่า ค่ะ ไม่ใช่พยักหน้าหรือเออไม่ได้


ถ้าข้าเรียก เดินมาพอใกล้ข้า ต้องคุกเข่าลงแล้วคลานมาหา ทำได้ไหม เรืองของพี่กุ้งเอาแต่หัวเราะเป็นม้าเลยค่ะ แล้วก็ลองเรียก คุณยายทวด แล้วบอกว่า จะเอาอย่านี้จริงเหรอ
ยายพี่กุ้งโบกมือ.....ไม่ได้...ไม่ได้ เอ็งต้องมีคำว่าค่ะด้วย


วันนั้นทั้งวัน ท่องเสียงซ้ำไปมา คุณยายทวดค่ะ คุณยายทวดค่ะ คุณยายทวดค่ะ ท่องซ้ำไปมาเวลาเย็บผ้าค่ะ
ตกค่ำวันนั้น เมื่อทุกคนกลับบ้าน หญิงเรืองก็เรียกทันทีค่ะ พี่แป๊ะ(พี่เขย)เดินถือถุงกลับข้าวเข้าบ้าน เรืองไม่รอช้าค่ะ คุณนายผู้ชาย คุณนายผู้หญิง กลับมาแล้วหรือค่ะ หมายถึงพี่เขยกับพี่สาว ต่างหันมาสำรักน้ำที่กำลังเข้าปาก


พี่แป๊ะกับพี่ไก่บอกว่าไม่เอาโว้ย เรืองบอกว่าไม่ได้ คุณยายทวดสอนหนูไว้ ให้เรียกอย่างนี้
พี่แป๊ะยืนยันโวยว่า ห้ามเรียก พร้อมกับยิ้มให้อย่างใจดี เรียกอะไรก็ได้ แต่ห้ามคุณนายผู้ชาย คุณนายผู้หญิง
งั้นหนูเรียกว่าทั่นพี่ขจรก็แล้วกันนะ และเป็นทั่นพี่ขจร ชื่องจริงของพี่แป๊ะจนมาถึงปัจจุบัน








เรืองอายุ 22 ปีผ่านไป 37แล้วค่ะตอนนี้



ในอดีตวันหนึ่ง เรืองเล่าว่าทะเลาะกับยายทวด อะไรหละ คราวนี้ เมื่อวานยายทวดเอาเงินมาให้หนู 20 บาท พอวันนี้หนูทำไม่ถูกใจ บอกว่ากูจะเอาเงินคืน ให้มึงเมื่อวาน กูจะเอาคืน อีเนรคุณ

พอเอาไปคืนให้
เสียงดังฟังชัดลอยมา อีบ้ากูให้มึง 100 บาท มึงโกงกู เสียงเรืองบอกว่า คุณยายทวดให้หนูแค่20บาทจริงๆ มึงโกหก ใครๆก็รู้หลานกูรวย อย่างกูเนี่ยนะเหรอ พกแบงค์ 20 บาท


บางวัน หญิงเรืองชอบแกล้งให้แกด่า อีเรืองกูไล่มึงออก ลูกหลานกูเดี๋ยวเค้าก็หาคนมาดูกูได้ มึงอย่ามายั่วกู รุ่งเช้าเรืองก็บีบจมูกตัวเองเข้าไปหา ทำเหมือนเป็นคนดูแลใหม่ ยายของพี่กุ้งเงียบซึมเหมือนคนละคนค่ะ

วันหนึ่ง ยายอยู่บนเตียง เรียกหลานชายคนโตเข้าไปหาให้นั่งข้างๆที่เตียง เอามือที่มีแต่หนังเหี่ยวๆ แขนลีบเล็กไม่มีแรงๆจับมือหลานชายขึ้นมาลูบไปมา พร้อมกับกระซิบ แต่ความที่หูตึงเสียงดัง เรียกพวกเราไปยืนเกาะขอบประตูฟังทุกคน

เสียงยายสั่งว่า ปรินหลานยายทวด ให้ระวังอีเรืองนะลูก อีนี่มันไว้ใจไม่ได้ อีกหน่อยมันจะแอบเป็นเมียน้อยของพ่อเรา มันชอบแต่งตัวยั่ว ชอบเรียกทั่นพี่ขจร มันร้ายมาก ให้ระวังเอาไว้นะลูก ทวดเป็นห่วง อีกหน่อยยายทวดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะขอไว้กับเสด็จพ่อว่าขออายุ 100 ปี พวกเราพร้อมเรืองและปรินหันหน้ามาพยักหน้าเบาๆ เฮมากๆค่ะ







หมู่บ้านใหม่

เกิดขึ้นติดบ้านพี่กุ้ง พี่กับพี่สาวเห็นพร้อมกันว่า ลูกพี่สาวก็โตเป็นหนุ่มสาว แม่พี่กุ้งเหมือนเด็ก 3 เดือน
หญิงเรืองนอนข้างๆ คอยดูแลเวลาค่ำคืน ทั้งแม่และยายของพี่กุ้งค่ะ ทำให้เราพี่กับน้อง คิดซื้อบ้านให้ใหญ่กว่าเดิม และเราตกลงทุบรั้วบ้านทั้งหมดทะลุเดินได้2 หมู่บ้าน 4หลังคาเรือนค่ะ


พ.ศ. 2549 ช่วงที่เราเตรียมย้ายบ้าน ยายพี่กุ้งอายุ 99 ปีแล้วค่ะ พี่กุ้งบอกกับทุกคน การย้ายบ้านครั้งนี้ ของๆใครจัดของใส่กล่องเขียนชื่อ ย้ายกันเอาเองตามสะดวก แต่ของใหญ่ เช่นตู้ ทีวี ของใหญ่ เรานัดกันวันที่เท่านั้นเท่านี้

หญิงเรืองเก็บเสื้อผ้ายายทวดใส่กล่อง บอกว่าจะย้ายบ้าน ยายพี่กุ้งตวาดว่า อีโกหก หลานกูจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้านใหม่ เรืองชี้แจงบอกอย่างไร ใครพูดก็ไม่เชื่อ สุดท้าย เจ้าเรืองแกล้งพูด จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่


วันย้ายบ้าน

พวกเราอุ้มยายกันแต่เช้า พาคนแก่เข้าบ้านก่อนเอาฤกษ์ดี แต่อุ้มไม่ได้แกจะดิ้นและร้องไห้กลัวหลุดมือ ร้องไห้ร้องห่ม กูไม่ไป กูไม่ไป สุดท้ายตกลงย้ายของก่อน คนย้ายทีหลัง

เสียงของยายร้องไห้ เกาะที่นอนไว้แน่น ต้องแกะเอามือเหนียวหนึบออกจากที่นอน ติดหมอนข้างหมอนหนุนหลายใบมาก ช่วยกันแกะ อุ้มยายวางไว้บนพื้น ยกเตียง ยายร้องไห้ท่ามกลางตาบอด กูไม่ไป กูจะอยู่กับลูกหลานกูที่นี่

เสียงลากโต๊ะ สารพัดเสียง พวกเราวานชายหนุ่มกันมาหลายคน เสียงอึบ เฮ บอกให้ยก ตะโกนบอกระวังหัว ระวังขวา แล้วค่อยเอนไปซ้าย มาถึงรายการสุดท้าย
เวลาค่อน บ่ายแล้ว คือรายการสุดท้าย ยายของพี่กุ้ง จะพูดจะบอกอย่างไรแกก็ไม่เชื่อ ปลอบก็แล้ว สาบานก็ได้ วันนั้นจากแผนการง่ายๆ อุ้มเดิน ผ่านกำแพงที่เราทุบออกทำเป็นประตู กลายเป็นต้องช่วยอุ้มใส่รถ ใช้วิธีขับรถวิ่งอ้อมหมู่บ้าน

ยายของพี่กุ้ง ตะโกนจนชาวบ้านออกมาดูกัน เรากลัวแกจะพลาดตกจากมือค่ะ


หมู่บ้านใหม่


ยามหมู่บ้านตกใจ วอวิทยุกันมาดูเกิดอะไรขึ้น กับบ้านใหม่หลังนี้ ตกใจบ้านนี้ย้ายบ้านแปลกๆ มากันทางหลังบ้าน และสุดท้ายมาทางหน้าบ้านกับเสียงคนแก่ร้องไห้โวยวาย ไม่ยอมออกจากรถ ผู้ชายหลายคนเหงื่อตกค่ะ อุ้มคนแก่คนเดียว ออกจากรถ

พอวางคุณยายเบาๆบนที่นอน ที่คุ้นเคย ส่งหมอนใส่มือให้แกดม จับทีละใบ เอามือวางให้ลูบเตียง ยายตาบอดน้ำตาไหลอาบแก้มเหี่ยว





ลูกหลานเข้าไปนั่งข้างหน้า ปลอบประโลมแกให้หยุดร้องไห้ นึกถึงตอนที่พวกเราเข้าไปบอกว่า เชื่อหรือยังว่าอยู่กันทุกคน ไม่หนีไปไหนเลย จับมือดูสิ นี่กุ้ง นี่พี่แป๊ะ พี่ไก่ ปรินก็บอกว่าปรินก็อยู่ ไม่หนียายทวดหรอก หลานสาวก็เข้ามาโอ๋ เข้ามาปลอบ ปาดเช็ดน้ำตาให้ ลูกๆหลานๆ นั่งตาแดงๆ รวมทั้งเจ้าเรืองของบ้านเราด้วย

เดี่ยวนี้ พี่แป๊ะบอกว่า หญิงเรืองเป็นคนใช้ จริงๆ เดี๋ยวนี้โทรศัพท์ไปที่ทำงาน บอกใช้ให้ซื้อนั่นซื้อนี่เข้าบ้าน

เป็นคุณนายตื่นสาย ยายทวดไม่ตื่น หญิงเรืองก็ไม่ตื่นค่ะ เค้าต้องตื่นพร้อมกัน แต่เราเข้าใจค่ะ ดึกดื่น บางคืนยายทวดร้องจะถ่าย จะฉี่ ให้ใส่แพมเพิดก็ไม่ยอม ดูแลคนแก่ทีเดียว 2 คน

คุณยายของพี่กุ้งเสียตอนอายุ 100 ปีกับ 10 วันค่ะ ยายของพี่กุ้งชอบพูดบ่อยๆ ว่า ขอกับเสด็จพ่อ ไว้ 100 ปี
คุณยายเกิดเดือนพฤษภาคมค่ะ พอเดือนมีนาคมปีนั้น หญิงเรืองกระซิบกับพี่กุ้งว่า เราจะเริ่มcount down กันหรือยัง ในบ้านก็ลุ้นค่ะ ว่าที่คุณยายเคยบอกไว้จะเป็นความจริงกันหรือเปล่า


ปัจจุบันนี้ หญิงเรืองของพี่กุ้งติดหวยเอามากๆ

แต่ก็ถูกบ่อยนะค่ะ คงเป็นผลบุญ คอยดูแลคนแก่

สาเหตุจากการติดหวยมาจาก คุณยายพี่กุ้งเริ่มตาบอด เดินไม่ได้ หนังสือหวยที่ซื้อมา ต้องให้หญิงเรืองเป็นคนบวกค่ะ และความหูตึง เสียงบอกตัวเลข ให้บวกอย่างนี้ ซื้อบนกี่บาท ซื้อล่าง ซื้อโต๊ด
พี่กุ้งบอกว่าเบาหน่อยได้ไหม เสียงบอกซื้อหวยได้ยินไปถึงโรงพักแล้ว

คนไปซื้อหวยให้คุณยายก็หญิงเรืองค่ะ คงทราบแล้วนะว่าทำไมหญิงเรืองเปลี๋ยนไป๋
คุณยายทวด ถ้าตายไปอย่าลืมมาบอกเลขหนูนะค่ะ อีเรืองกูไม่บอกมึงหรอก ถ้าบอกกูจะบอกให้มึงเจ๊ง แต่เรืองก็ถูกบ่อยๆค่ะ

ยิ่งอยู่กันนาน ทำให้ทราบว่า หญิงเรืองเป็นคนตระหนี่มาก เงินเดือน ทุกบาท และถ้าถูกหวยหลายพันจะส่งให้ทางบ้านทั้งหมดค่ะ พี่กุ้งแกล้งขู่เรือง ต้องเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเรือให้พี่นะ
หญิงเรืองทำเฉย พี่แกล้งทวงทุกวัน จนวันหนึ่ง เรืองทนไม่ได้ มากระซิบที่ข้างหูพี่กุ้งว่า หนูนะงก งกจริงๆ อย่าให้หนูเลี้ยงเลย แต่หนูก็รักพี่นะ ไม่งั้น ไม่อยู่มาตั้ง
15 ปีหรอก อดจริงๆค่ะ ก๋วยเตี๋ยวเรือ


tws & padangcamp 4
 
 
 

คำถามท้ายบทเพื่อประกอบแนวคิด
1. คุณอยากให้ลูกหลาน พูดถึงคุณอย่างไร เมื่อคุณอยู่ในวัยชรา ?
2. หากคุณนำคนในอดีตกลับมาได้ 10 นาที
- คุณจะพูดอะไรกับ กาลิเลโอ ที่ตาบอดเพราะอยากพิสูจน์ความจริง ?
- คุณจะพูดอะไรกับ แวนโก๊ะ คนที่ต่ำต้อยยิ่งเมื่อยังหายใจ แต่กลายเป็น ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ หลังร่างกายเป็นผุยผง ?
3. ระหว่างคำว่า ขอบคุณ กับ ขอโทษ.. คุณจะพูดอะไรก่อน กับ ทั้งสอง (กาลิเลโอ + แวนโก๊ะ) ????


เสียงย่อมเดินทางช้ากว่าแสงเสมอ

ความเจ็บปวด ยากจนทุกข์ทรมาณ ยากแสนยากลำบาก ไร้ที่พึ่ง ไร้คนชื่นชม ไร้การยอมรับ

ความร้าวลึกสุดลึก ไม่มีใครมีสิทธ์เอ่ยได้ว่า แค่ไหนกัน
ซ่อนปมปัญหา คือสีสันความอาดูร สงสาร ความเศร้าสะเทือนใจชีวิตของท่าน

แต่สิ่งเหล่านั้น มนุษย์ให้ความหมายใหม่ อัฉริยะ ปาฐิหารย์ มหัศจรรย์

มิติแห่งเกรียติทรงคุณค่าเก็บบันทึกต่อร้อยนิรันดร

หากย้อนเวลาได้ คิดว่าท่านทั้งสองจะบอกพวกเราว่า

ไม่ต้องขอโทษ หรือเสียใจ
เพราะท่านทั้งสองจะทำเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแม้มีโอกาส เพราะสิ่งที่ท่านสละ

เรื่องรันทดของคนในอดีตถูกปิดเก็บซ่อนอย่างยาวนาน เจ้าแห่งกาลเวลาเป็นผู้เก็บถนอมรอให้บางอย่างพร้อมหรือ

กาลเวลาสร้างคุณค่าประวัติศาสตร์และบอกเล่าเนื้อเรื่องเมื่อถึงเวลาใช่ไหม

เรื่องราวเหล่านั้นช่างสวยงาม มาจากความสงสารเกาะกินหัวใจหรือ
ความทุกข์ อดอยาก ลำบาก คืออำนาจล้นเหลือมีพลังต่อคนรุ่งหลัง
เพื่อการเสพดื่มด่ำกับชีวิตอับเจ็บร้าวของท่าน

กาลเวลาบอกถึงหน้าที่ของบุคคลทั้งสองชัดเจนแล้ว

กำหนด....หน้าที่ของท่านทั้งสองมิใช่ปัจจุบัน แต่คือประวัติศาสตร์โลก
มนุษย์ไม่ทุกคนจะเรียนรู้เรื่องของท่านทั้งคู่ บางคนยอมทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดแก่ทุกสังคมมนุษย์ชาติของโลก

โดยมีเรื่องของประวัติศาษตร์เป็นตัวอย่าง

แต่ความลับสำคัญคือเสียสละ จงเชื่อในความตั้งใจมันคือรากแก้วของความอดทน



สัตว์ป่า ธรรมชาติ ศิลป สัญญาสุดท้าย


สัตว์ป่า โซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ผูกคอ... ล่ามไว้กับ…..สติสัญญาต่อสัตว์ป่า สรรพชีวิตต้นไม้ ทั้งสูญพันธุ์ บางอย่างปรากฎเป็นภาพสุดทรมาน แสดงอำนาจให้รู้จริง จงใจทรมานคนอนุรักษ์

ธรรมชาติ กำลังบอกใคร หรือ คนของธรรมชาติในห้องนี้ เผ่าพันธุ์ของสัตว์ พืช หลายชนิด กำลังเดินถึงดินแดนแห่งกาลสูญพันธุ์ หายไปจากดินแดนเกิด เ ห ลื อ ชื่ อ หมู่บ้านหุบเสือ เรื่องอดีตเป็นเงาลางหรือเรื่องแค่เล่าบอกต่อ เท่านั้นหรือ

ศิลป ตัวคนเขียน หากวาดภาพเป็น หยดสีที่ปาดป้าย…..คือน้ำตาไหลรินต้องคอยปาดเช็ดให้ตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สัญญาสุดท้าย แต่คนเขียน ตัวหนังสือทุกตัว เพื่อบอกว่า เราจะมีกันและกันแม้ถูกเน้นคือเรื่องเศร้า หน้าที่ต้องเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งยอมรับเพื่อทำงาน ไม่มีเหตุผลว่าสำเร็จหรือไม่ เวลาจบของงานจะมาเมื่อไร ใครจะเป็นผู้ร่วมทาง

tws & padangcamp 2

 

 


ไม่เคยมีพวกเราคนใดเคยเห็นสมัน กวางงามของโลก
ที่เคยมีอยู่เฉพาะดินแดนสยามบนท้องที่ราบลุ่มภาคกลางอันเคยเป็นพรุน้ำจืด

ดงหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลเป็นแหล่งนิเวศของสมัน

ราวศตวรรษที่ผ่านมางานพัฒนาเกษตรกรรมพลิกแผ่นดินของสมันกลายเป็นนาข้าว
นำมาสู่ผลผลิตข้าวจำนวนมหาศาลเพื่อการส่งออก แล้วสมันก็หมดไปเหลือไว้เพียงเศษซากและความทรงจำ

ชวนให้ตระหนักถึงผลได้เสียของงานอนุรักษ์และการพัฒนา


งานศิลปกรรมอาจเป็นพยานยืนยันว่าครั้งหนึ่งไทยเราเคยมีกวางงามที่สุดในโลกแต่วันนี้ไม่มีวันมีอีกแล้ว
ใครจะรู้บ้างว่าการสูญเสียนี้มีผลต่อเราอย่างไร


The extinction of the wilds...nowsaday, they 're all around us .


ไม่นานนัก..หลังการสิ้นสุดสายพันธุ์ของสมัน กวางงามแห่งลุ่มเจ้าพระยาโคไพร ก็หายหน้าหายตาไปจากพลาญหินของขุนเขา..พนมดงรักและยังไม่เคยมีใครพบเห็นอีกเลย

บางทีไม่มีใครคิดว่าเขาปลายพู่คู่งามที่แขวนประดับอาคารนั้น จะกลายเป็นสัตว์ล้ำค่าตัวสุดท้าย.............ที่เหลือเพียงซากแห่งความทรงจำ.............

แรดขนยาวโบราณสองนอขนาดเล็กที่สุดในห้าชนิดของแรดที่มีในโลก เคยท่องนิเวศอยู่บนสันแนวสะพานแผ่นดิน ตนา ว ศรี ยันถิ่นสุมาตรา

น้ำท่วมโลกครั้งใดหนอมาแบ่งแผ่นดินเป็นเขตแดน กะสู้ หรือ กระซู่ เคยย่ำเหยียบดินโคลนกลางป่าฝนทรกำลำบาก สู้ฝ่าพงดงทากกัดกอระกำ เตย หวาย ไม่ว่าป่าสูง เขาชัน หรือหุบเหว

สู้อดทนกระทำภารกิจยากลำบากหาใครทดแทนได้ยากยิ่ง

ป่าลุ่มต่ำ ชนเชื่อมไหล่ทวีปกันแนวชายเลน พื้นที่เป็นหนองบึง พรุน้ำจืดพรรณไม้หนามแดง ลุมพี กุ่มน้ำ กระทุ่ม

มีอยู่ทั่วไปง่ายต่อการรุกพื้นที่พัฒนาอารยธรรมของมนุษย์ป่าลุ่มต่ำ

ในธรรมชาติหมดไปอย่างรวดเร็วการส่งออกนอระมาด

มีหลักฐานอยู่ในเอกสารการค้านับแต่กรุงศรีอยุธยา..ปีละหนึ่งพันนอจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เหลือเพียงจำนวนไม่กี่สิบนอ

จดหมายเหตุจีนบันทึกถึงการใช้หนังระมาดหุ้มเกราะให้รถศึกในการสงครามฮ่องเต้

มีจอกสุราสลักเกลากลึงจากนอระนาดการล่าทำลายระมาด

เพราะค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ..ทำกำไรมหาศาลเทียบน้ำหนักชิ้นส่วนระมาดเท่ากับราคาทองคำมีซากระมาดแสดงอยู่ที่ Natural History Museumในหลายประเทศตัวที่ยังมีชีวิต...เหลืออยู่เพียงพื้นที่เล็กๆแห่งหนึ่งในอินโดนิเซีย udjong kulon

ระมาด หายไปจากแผ่นดินสยามราวศตวรรษที่ผ่านมาแต่สัญญาสุดท้ายยังคงเหลือไว้เป็นชื่อสถานที่บางแห่งในปัจจุบันเช่น บ้านปลักแรด บ้านหนองแรด" เธอพึงเที่ยวไปอย่างแรดนอเดียว "พุทธวจนะ..กล่าวสอนสาวกให้วางครรลองชีวิตแบบ..ระมาด

ป่าร้าง..ผู้คนในเมืองใหญ่ที่กำลังพัฒนาไปสู่ความป็นมหานคร

มีความใกล้ชิดกับสัตว์ป่าในสองสถานะ..ตามวงจรมลทินที่ไหลเวียนไม่รู้จบ

เป็นสามเศร้า....ผู้ล่า...ผู้ค้า...ผู้ซื้อ....บางคนมีรสนิยมชอบรับประทานอาหารป่า....โดยมิได้หวังพึ่งพาในรสชาดว่าจะเป็นเก้งหลอก..หรือกวางปลอมก็ตาม

... นก..หนู...งูเห่า..เป็นเพียงกระดูกโครงไก่สับ กับเครื่องเทศอันร้อนแรง...


บางท่านชอบพาครอบครัวตัวเล็กไปเที่ยวชมสวนสัตว์บ่อยๆชี้ชวนกันชมแววตาที่เศร้าหมองของสัตว์ป่าในกรงขัง.. ด้วยความร่าเริงใจไม่สนใจจำว่าสัตว์ป่าที่เห็นนั้น

ใช่ตัวเดิมที่เคยมาชมครั้งก่อนหรือไม่


minus zero # 1 แมวลายหินอ่อน ..Felis marmorata
การเก็บตัวอย่างนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจำนวนไม่มากนักในครั้งนั้น


ไม่มีใครเฉลียวใจเลยว่า...นกเจ้าฟ้าฯ จะกลายสถานภาพเป็น สูญพันธุ์
จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีรายงานการพบอีกเลยนับแต่นั้นเหลือเพียงซากยัดสำลีอยู่ตามพิพิธพัณฑ์ต่างๆไม่กี่แห่งในโลก


แมวลายหินอ่อน..ก็เช่นกันเป็นเป้าหมายหลักของพวก hard core ที่มีธุรกรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่าเพียงเพราะสถานภาพหายากที่สุดและตกอยู่ในอันตรายใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งที่ร้ายก็คือ..

ความปรารถนาที่จะหาตัวเป็นๆจากป่ามาเพาะพันธุ์ขายในราคาสูงลิบลิ่วเป็นสัตว์เลี้ยงไฮโซ..ราคาแพงเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับแมวป่าแสนสวยหลายชนิดในโลกเช่น..ocelot ...jaguarandi จากอเมริกาใต้...margay จากอาฟริกา..เสือดาวหิมะ จากหิมาลัย ฯลฯ


วันนี้ถึงคิวของ....แมวลายหินอ่อนและแมวดาว..ของป่าบ้านเราเราไม่เคยรู้สถานภาพที่แท้จริงของแมวลายหินอ่อนในป่าไทยแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า



มันยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่หรือไม่จนกระทั่งมีภาพถ่าย camera trap จับภาพได้เป็นครั้งแรกอย่างน่าชื่นชมและขอบคุณสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ แหล่งมรดกโลกห้วยขาแข้งทำให้รู้ได้ว่าแมวลายหินอ่อนแสนสวยและหายากยิ่งนั้น..มีอยู่จริง

ขอช่วยกันอธิษฐานด้วยเถิดว่า..เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกแห่งในเมืองไทยคือ..สัญญาสุดท้ายที่จะเป็นบรมโพธิสมภารของสัตว์ป่าสมกับคำว่า...wildlife sanctuaryและถนอมรักษาพันธุ์แมวลายหินอ่อนไว้ให้ได้ก่อนที่จะสูญสิ้นไป

ตอบ

ตั้งแต่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งประเทศไทยถึงเวลาแตกสลาย
การอนุรักษ์ในประเทศไทย ถูกปกคลุมเข้าสู่ยุคมืด อย่างยาวนาน


นักอนุรักษ์ต่างดิ้นไปลำพังตามทางลางๆที่มองเห็น
บางคนระหกระเหิน รอนแรมหลงเดินเข้าห้องนี้ และห้องโน้น
ค้นหา ค้นพบ คนรักและเข้าใจธรรมชาติในแต่ละห้อง


ทุกคนในห้องมืดเล็กๆนั้นต่างพยายาม รักษาธรรมชาติที่แหลกเหลว
หลายเวที พยายามรวบรวม ตั้นต้นคิด....เสวนา

ตั้นต้นคิด....เสวนา เริ่มจากกลุ่มเล็กๆพากันสู่ฝันให้ตัวเองตั้งใจไปถึง
แม้เมื่อหันหลังมาแล้ว เหลือเราเพียงคนเดียว หรือเพื่อนไม่มากคน


แต่รู้ว่าใช่แล้ว เราเริ่มแล้ว คือ ผู้เริ่ม อยู่ เป็น เราเอง
อย่าหวังจะภูมิใจ ให้รางวัลกับตัวเอง ความภูมิใจคือบันไดของงานข้างหน้าที่สูงยิ่ง หรือคืออุปสรรคธรรมดาเอง

จงอย่ารอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เพราะบรรพบุรุษเราคือชนกลุ่มน้อย

อยากแบกรับความอาลัยของอาจารย์ปันยา ไชยคำ ไว้บ้าง



tws & padangcamp
 
 

 
สัตว์ป่า ธรรมชาติ ศิลป สัญญาสุดท้าย

ในความจำได้หมายรู้ครั้งวัยเยาว์สัตว์ป่ามากมายถูกทำให้หายไปในทุกช่วงเวลา
ความรัก หวงแหนห่วงหาอาทร รฤกถึงด้วยเสียดาย ถูกบ่มเพาะใว้ในดวงใจ

ประกายดวงตาของสัตว์ป่าทุกตัวเศร้าหมองน่าสงสาร

เคยเรียนถามท่านนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุลที่มีผู้กล่าวหาว่าท่านล่าสัตว์ป่ามามาก


ท่านตอบว่า "เมื่อครั้งที่เรายังร่ำรวย มีเงินทอง เราจะใช้อย่างไรก็ได้ แต่บัดนี้
เรายากจน จำเป็นต้องถนอมรักษาทรัพยากรเอาไว้ให้ได้อย่างดีที่สุด "
นี่คือคำสุดท้ายที่ได้ยินจากบิดาแห่งงานอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทย

ผู้มีชื่อเสียงไปในระดับสากล ท่านเป็นนักสำรวจ วิจัย ค้นคว้า สรรสร้างบทความวิชาการ
หนังสือ ตำรา ออกเผยแพร่ เป็นคุณูปการจวบจนปัจจุบัน เช่น ธรรมชาตินานาสัตว์

ชีวิตฉันลูกกระทิง คู่มือดูนกในเมืองไทย และmammals of Thailand
สำคัญที่สุดท่านได้เริ่มต้นเรียนรู้ที่จะวาดภาพสัตว์ป่าด้วยตัวเอง และดำเนินไปได้ด้วยดี
การวาดภาพสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ยากเกินไป
เพียงเริ่มต้นด้วยศรัทธา เรียนรู้ และปฎิบัติ


ตอบ


หน้าที่ของผมคือสอนให้คนรักธรรมชาติ นก สัตว์ป่าทุกวัน.....งานของผมไม่มีวันหยุด
วันนี้อาจารย์ยังทำงานนี้อยู่ ไม่มีวันหยุดจริงๆดั่งคำพูด

ไม่ว่ากุ้งโทรไปขอความช่วยเหลือ กี่ครั้ง
ถ้าเพื่อธรรมชาติ อาจารย์ยินดีให้เสมอ

ลูกศิตย์ใหม่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

แต่เจ้าแห่งกาลเวลากำหนดเรื่องนี้แล้ว


อาจารย์จะไม่ได้หยุดพักและไม่จำเป็นต้องร้องขอ ordinary miracle
คำสอนเพียงแผ่วเบา ทุกคำจำง่ายและหลงรักเข้าใจธรรมชาติไปกับวลีสวยงาม
ธรรมชาติกับอาจารย์เป็นหนึ่งแล้ว ใครเป็นผู้บอกสอน อาจารย์ หรืธรรมชาติ
กุ้งคิดเองอย่างเข้าข้างตัวเองจริงๆ (แต่ถ้ากุ้งคิดใหม่ได้ดีถูกต้องกว่านี้ กุ้งจะเข้ามาเพื่อแก้ไขค่ะ)

วาทะและศิลปธรรมชาติของอาจารย์ทำให้ลูกศิตย์คิดและตระหนักได้เอง
ต้องทำงานด่วนคืนให้ธรรมชาติ
คิดและเป็นอย่างคนรู้ค่าธรรมชาติ เคารพในธรรมชาติที่แสนจะปราณีมนุษย์อย่างเรา
แต่กุ้งยังก้าวขาได้ช้า เล็กๆ เดินตามหลังอาจารย์ค่ะ

เสือ รอยจำบ้านป่าสัก

ปีที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องสัตว์ป่าถูก ฆาตกรรม อย่างป่าเถื่อน โดยเฉพาะเจ้าป่าอย่าง เสือลายพาดกลอน
เป็นเป้าหมายหลักในการถูกลักลอบส่งซากไปต่างประเทศ


เห็นข่าวแล้วปวดใจสำหรับคนรักเสือ อย่างผม ...........


จึงอยากขอความคิดเห็นจากเพื่อน ว่า
....ในสังคมเรา รู้สึกอย่างไรต่อเสือที่กำลังจะหมดไปในช่วงชีวิตของเรา
เสือ มีความใกล้ชิดกับคนไทยมาช้านาน


จนเราคิดไม่ถึง เสือมีความผูกพันเชื่อมโยงกับคนไทย
จนเกิดตำนานเล่าต่อกันมามากมาย เกิดคติความเชื่อต่างๆ
เสือ






ทำให้เกิดสุภาบิต กาพย์ โคลง กลอน แม้กระทั้งการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ



หรือแม้แต่ ตอนไปเที่ยวป่า ยังไม่วาย มีข้อห้าม ในการเอ่ยถึงเสือเลยครับ!
ใครมีโคลง กลอน คำพังเพย สุภาษิตต่างๆ ที่เกี่ยวกับเสือ จนกระทั้ง Brand





สินค้าต่างๆ
ช่วยนำเสนอหน่อย อาจเป็นข้อมูลชิ้นสำคัญของเรา ในยามที่พี่เสือ กำลังจะจากเราไป

ช่วยกันเก็บข้อมูล รวบรวมไว้ ตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ







ตอบ

เสือตัวแรกในชีวิต กว่าจะเขียนเป็นก็โดนซะหลายที










เราคิดว่ามีเรื่องค่อนข้างสำคัญ สำหรับวันอาทิตย์
ปี 2538 เราปลูกป่าของตัวเอง จากท้องนากลายเป็นป่าต้นกล้า ตามความไฝ่ฝัน

มีคนเฝ้าไร่ชื่อตาสอน ตอนนี้คงอายุ 70 ปี แกบอกว่าเดิมเป็นบ้านป่าคนทับสะแก
ถากถางป่าเป็นบ้านกระต๊อบ ปลูกมะพร้าว และเผาถ่าน
รอบๆบ้านของแกคือป่าแท้ๆ มีเสือโคร่งลงมากินวัวของชาวบ้านบ่อยๆ


ตาสอนจะบอกเน้น ถ้าไปป่าแก่งกระจานเขาพะเนินทุ่ง ให้ถือไม้เรียวไปด้วย เสือโคร่งจะกลัว

เมื่อกลับมาเราก็รีบเล่าให้ฟังถึงความสนุกพร้อมกับเล่าว่าที่ตาสอนสั่งไป เราถือไม้เรียวไว้ตลอดเวลานะ

ตาสอนส่ายหน้า ทำอย่างนั้นเสือไม่กล้วหรอก โธ่....โธ่..... โธ่
ถือไว้เฉยๆเสือไม่กลัวหรอก ต้องฟาดลมฟาดหญ้าไปเรื่อยๆ เสียงไม้เรียว เฟี้ยวๆ เสือได้ยินจะกลัวมาก
และที่เสือมีลายก็เพราะคนฟาดลายไว้ เสือโคร่งจึงมีลายมาจนถึงปัจจุบันนี้


เราก็คงเป็นหนึ่งที่ตีใส่ลายเสือ พอเข้าเรียนอนุบาลก็โดนตีซะ เจ็บค่ะเจ็บ








านเก่า ก่อนย้ายมาอยู่แก่งกระจาน แต่ไม่ห่วงเพราะต้นไม้ที่นี่เค้าแข็งแรง ดูแลตัวเองและลูกหลานที่เกิดใหม่ก็แข็งแรงค่ะ



วันอาทิตย์, มกราคม 4, 2009

ปีใหม่ 2009

December 29 , 2008 และแล้ววันที่เรารอคอยมาถึง ปีใหม่ เทศกาลหยุดยาว นักท่องไพรผู้เห็นคุณค่าของป่า และผู้มาเยือนตามคำเล่าลือ เรานึกถึงปริมาณรถนักท่องเที่ยวขนคน ของกินเต็มท้ายรถขึ้นเขา
 
 
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรอบแล้วรอบเล่า ภาพถนนฝุ่นสีส้มฟุ้งกระจายวิ่งตามลมบิดบดดินกับล้อด้วยความเร็ว ลมพายุฝุ่นหวนฟุ้งหมุนควงตามล้อไปมารอบแล้วรอบเล่า ตั้งแต่เช้ามืดจนบ่ายเย็น

ผู้จองบ้านพักผาด่าง ต่างเก็บตัวเงียบๆอยู่ตามบ้าน เมื่อหิวจึง
จะเดินขึ้นมาทานในห้องอาหารและเดินกลับหายไปตามบ้านของตัวเอง รถนักท่องเที่ยว หลายคันแวะเวียนมาทานอาหาร และชมสถานที่
บ้างลงทะเบียนเข้ามาพักกางเตนท์ หลายกลุ่มส่วน มาก จะขออยู่ตามมุมเล็กๆเงียบๆริมน้ำ มีบ้างถามหาบ้านพักบ้างแต่เราจำต้องปฏิเสธไป เพราะแต่ละหลังถูกจองจนเต็มแน่นตลอดช่วงปีใหม่


December 30, 2008 ยอดผู้จัดการผาด่างพาลูกค้าลงไปล่องเรือแม่น้ำเพชรบุรี เมื่อขึ้นมาเล่าให้ฟังว่า ที่ศุนย์บริการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากผาด่างเพียงแค่ 12 กิโล
มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาล เตนท์หลายเตนท์ของนักท่องเที่ยวกางกันเต็มแน่น และรีสรอท์ริมแม่น้ำ นักท่องเที่ยวเต็มแน่นมาก
ทุกรีสรอท มีแต่นักท่องเที่ยวดารดาษไปหมด เป็นเช่นนี้ ทุกเทศกาลหยุดยาวและหยุดสั้น
เรามองหน้ายอด ที่ผาด่างนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาน้องมาก เมื่อเทียบกับข้างล่าง เปรียบเหมือนปลายละอองเกษรดอกหญ้าฟุ้งปลิวร่วงหล่นบ้างบ้านป่าผาด่าง


เวลานี้คือเวลาของการจากลาสิ้นสุดลง อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น และไม่ใช่ถูกเลือกให้ลืมเลือน แต่ถูกเก็บเพิ่มเอาไว้ในซอกเร้นลึกของหัวใจที่ซึมซับได้
วันที่เด็กชายอบกับเด็กชายเอ็มเข้ามาทำงานครั้งแรกในผาด่างหารายได้เสริม ทั้งอบและเอ็มตื่นเต้นกับนักท่องเที่ยวมาก คอยวิ่งจัดบ้าน ช่วยกางเตนท์ ล้างจาน ล้างแก้ว

December 31, 2008 อีกวันความขยันของเด็กทั้งสอง ความใส่ใจ ความเชื่อที่จะรับฟังเพื่อปรับปรุงงานบริการ เริ่มมีมากขึ้น และพวกเราทำงานกันอย่างสนุกสนาน
ก่อนเที่ยงลุงของอบขับรถกะบะรุ่นเก่าๆ เข้ามาจอดหน้าผาด่าง อบวิ่งมาหาเราบอกว่าจะกลับแล้ว เรารีบถามว่าทำไมหรือ อบยิ้มปากกว้างตาเป็นประกายตื่นเต้น บอกว่าลุงจะพาอบไปหาแม่ เรารับทราบด้วยความตื้นตันใจ


วันแรกในชีวิตของอบที่จะได้พบแม่ของตัวเอง ดวงใจของเด็กชายคนนี้คงจะรู้ซึ้งความหมายและความเต็มตื้นมากกว่าคนเขียนจะรับรู้และเขียนบรรยายบอกได้
แม่ของอบทิ้งอบไว้กับย่าตั้งแต่อบยังไม่ขวบ และพ่ออบต่างก็ย้ายไปมีครอบครัวใหม่อยู่ทางใต้ ไม่มีใครบอกได้ว่า แม่ของอบอยู่ที่ไหน นอกจากพ่อที่จะพอบอกเบาะแสว่าแม่ของอบเป็นคนอำเภอ หรือหมู่บ้านใด

 

เอ็มวิ่งมาหาเราอีกคน บอกว่าจะกลับบ้าน เราถามเหมือนเดิมอีก คำตอบเหมือนกันแต่รายละเอียดต่างกัน เอ็มเล่าว่า แม่ลงไปรับจ้างทำไร่ที่ท่ายาง นานๆจึงจะกลับขึ้นมา ให้เอ็มกับยายดูแลกันและกัน วันนี้ปีใหม่แม่กลับมาแล้ว เอ็มคิดถึงแม่ครับ


January 1 , 2009 ปลายเด็กกำพร้าแม่มา5 เดือนแล้ว เข้ามาซื้อของเรา ม๊อดบอกเราว่า ปลายอยากเข้ามาทำงาน เรามองเด็กผู้หญิงตัวดำ ผมเป็นกระเซิง กางเกงลายดอก รองเท้าแตะคีบราคาถูก เด็กแสนเงียบและดื้อจนพี่ญาติพี่น้องขึ้นชื่อระอาใจคนนี้หรือ พรุ่งนี้มานะลูก แต่ผมต้องหวีสะอาดเรียบร้อยนะ


January 2 , 2009 รุ่งขึ้นปลายลงจากรถจักรยาน เราเรียกมา ขอดูเล็บหน่อยลูก ก่อนบอกว่า เดี๋ยวปลายซักเสื้อยืดให้ป้ากุ้ง เป็นงานแรกนะ ซักเสื้อได้ไหม เด็กตัวดำส่ายหน้าเงียบๆ เจ้าฟลุ๊กกระทุ้งญาติตัวเอง ตอบไปซิ เงียบอยู่ได้ เราถามปลาย3-4 ครั้ง
เราเปลี่ยนคำถามใหม่ เคยซักเสื้อหรือเปล่า ส่ายหน้าคือคำตอบ และใช้ความเงียบสร้างกำแพงหนาขึ้น บังเราและเราก็ไม่เห็นปลายอีกเลย มืดแล้วหลัวครัวผาด่างปิด เราเดินใช้ไฟฉายส่องทางเดินกลับเรือนภูสีหมอก
บนเรือนข้างที่คว่ำจาน มีข้าวหลามขนากกลางอยู่ในถุงพลาสติก3 กระบอก เราถามว่ามาจากไหนเนี่ย พี่เปี๊ยกเล่าว่า ปลายลูกตาน้อยเอามาให้เมื่อตอนเย็น เราเหนื่อยมากอาบน้ำนอนและหลับไปเลยไม่ได้คิดเรื่องข้าวหลาม3 กระบอกนั้นอีก

January 3 , 2009 เมื่อมาถึงห้องครัวปลายอยู่หน้าร้านแล้ว ปลายแสดงความหมายที่เราต้องให้โอกาสกับเด็กกำพร้าแม่แสนดื้อคนนี้อีกครั้ง







ปลายเอาแก้วน้ำ 3 ใบ ไปที่โต๊ะ….. เด็กหญิงเอามือจับปากแก้ว เราบอกว่าจับอย่างนี้ไม่ได้ และจับแก้วให้ดูเป็นตัวอย่าง และให้ผ้าเช็ดมือสะอาดบอกว่า พกไว้ หนึ่งผืน เอาไว้เช็ดจาน ช้อนและแก้ว เราคอยแอบมองและเข้าไปช่วยบอกสอนการเก็บโต๊ะ อาหารและเช็ดและกวาดใต้โต๊ะ ก่อนบอกให้ล้างแก้ว






เด็กป่าชื่อปลายเปิกก๊อกและปล่อยน้ำล้างอย่างฟุ่มเฟือย เราสอนอย่างเห็นเป็นเรื่องสำคัญ….ว่าน้ำทุกหยดต้องเปิดอย่างรู้คุณค่า ปีนี้ป่าแก่งกระจานแล้งไหมลูก ลูกชาวป่าพยักหน้า เราต่อไปอีกว่า ได้ยินเสียงเครื่องบินของในหลวงทำฝนเทียมหรือเปล่าลูก พยักหน้าและเริ่มยิ้มนิดๆ









พวกเราต้องใช้น้ำฝนที่ป่าและในหลวงให้เรามาอย่างประหยัด ถ้าผาด่างใช้น้ำเปลือง แล้วพ่อปลายจะมีน้ำคอยรดพืชผักที่ปลูกไหมลูก วันนี้เรารู้สึกได้ว่าปลายมีความสุขในผาด่าง เราจะพบกันอีกไหมหนอในวันรุ่งขึ้น






January 4 , 2009 เหมือนเดิม ปลายมาถึงครัวพร้อมๆกับเรา สีหน้ายิ้มแย้มขึ้นนิดๆ ปล่อยตัวตามสบายเพิ่มขึ้นไม่เงียบและเกร็งอย่างวันแรกๆ

ที่ข้อมือช่วงบนของปลายมีนาฬิกาที่เราเห็นปลายใส่ทุกวัน เป็นนาฬิกาแบบผู้ใหญ่ๆเก่า แต่เพราะใหญ่กว่าข้อมือของเด็กตัวน้อยมากจึงต้องเลื่อนขึ้นไปให้สูงเพื่อจะได้ยึดกับวงแขนแน่นไม่หลวมแกว่งไปมา คงเป็นนาฬิกาของแม่ที่วันนี้กลายเป็นตัวแทนว่าแม่ของปลายยังอยู่ใกล้ๆในหัวใจดวงน้อย

January 4 , 2009 ลูกค้ากลุ่มใหญ่กำลังเดินทางกลับทักทายล่ำลากับพนักงานเสริพอาหารของชาวผาด่างเป็นการลากัน เมื่อมาถึงปลายเราเล่าให้ฟังถึงแม่ปลายที่เพิ่งจากไปไม่กี่เดือนด้วยมะเร็งปอด และเล่าความหมายของนาฬิกาเรือนเก่าเฉยๆเรือนนั้น







รถลูกค้าทยอยออกไปทีละคัน แต่มีคันหนึ่งหยุดลงและเปิดหน้าต่างรถเรียกเด็กหญิงปลายเข้าไปหา พร้อมกับยื่นเงินให้ สองร้อยบาท ปลายเดินกลับมายืนข้างเราเอาเราเป็นที่พักพิงดีใจกับความกรุณาเล็กๆน้อยที่นักท่องเที่ยวเมตตาปราณี






ม๊อดกับฟลุ๊กยังสนุกสนานหัวเราะและคุยกันถูกคอกับลูกค้า อย่างมีความเคารพ แต่เป็นตัวของตัวเอง ด้วยความสุภาพแจ่มใส ด้วยความคุ้นเคยและเป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับต้นกล้าในผาด่าง วันนี้ ทั้งต้นไม้และเด็กทั้งสองคนเริ่มเติบโตฝังรากแก้ว ต่างฝากความหวังกำลังใจอบอุ่นมั่นคงต่อกันและกันอย่างไม่รู้ตัว







เมื่อแขกคนสุดท้ายจากไป เราเดินไปทั่วผาด่าง ทางเดินบ้านริมน้ำ ใบไม่สีเหลืองและน้ำตาลร่วงกลาดเกลื่อนปิดพื้นดินสีเดียวกัน ต้นไม้ธรรมชาติผาด่างต่างต้องยืนตากแดดแล้งฝน เราไม่สามารถสูบน้ำรดเจ้าให้ชุ่มชื้น


ก่อนเราย้ายมาตั้งรกรากชายป่าเสื่อมโทรมแห่งนี้ ต้นไม้หลายต้นก็ขึ้นและยืนด้วยตัวเองก่อนเราไม่ใช่หรือ พวก เจ้าอดทนแข็งแรงประคองตัวเองได้ตั้งแต่เมื่อไม่มีเรา เจ้าจะอยู่อย่างนี้ เป็นเหมือนที่เคยเป็น
ลานกางเตนท์ริมน้ำ ความเงียบกลับมาครอบครองดินแดนนี้อีกครั้ง ธรรมชาติกลับเป็นเจ้าของอย่างเดิม




เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในแต่ละปี นักท่องเที่ยวรู้จักเรามากขึ้น แม้เราจะไม่ได้โฆษณาอะไรมากก็ตาม เพียงแต่คอยเล่าถึงความจริงและมุมคิดของธรรมชาติและชีวิตคนที่เกี่ยวร้อยกัน เป็นชาวผาด่าง
ในแต่ละปีตัวเลขจำนวนผู้เข้ามาพักมากขึ้น คนเอ่ยถึงผาด่างมากขึ้น เมื่อคนมากขึ้น เจ้าของสถานที่แห่งนี้ ที่แท้จริงคือธรรมชาตินั่นเอง คิดหรือชอบการเปลี่ยนไปหรือเปล่า



ละเอียดอ่อนเปราะบางเหลือเกิน บ้านพักถ้าเพิ่มขึ้น ที่ของต้นไม้ย่อมน้อยลง การรบกวนธรรมชาติ ย่อมเกิดขึ้นตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง








นี่คือปัญหาหรือสิ่งที่เราต้องวางแผน คิดอย่างเห็นใจธรรมชาติเจ้าของผืนดินนี้อย่างแท้จริง วางแผน สรรหาการแก้ไข และปกป้อง ประนีประนอมกับธรรมชาติ









เพื่อความเพียงพอของชาวผาด่างที่ธรรมชาติสรรสร้างไว้ให้อย่างพอเพียง

วันศุกร์, มกราคม 16, 2009

January 14, 2009 รอยจำผาด่าง pkkk2714 padangcamp.com




ของขวัญ ของชาวผาด่าง เริ่มกันล่าช้ากว่าของชาวบ้านทั่วๆไป แต่ชาวผาด่างเข้าใจว่าตราบใดที่มีผาด่าง ปีใหม่การฉลองของเราจะช้าเป็นอย่างนี้ทุกปีไป



เด็กๆบ้านป่า ตื่นเต้นกับการรอและฝักใฝ่เวลาที่จะได้ของขวัญ เฝ้ามองที่จะได้จับฉลาก ชิ้นไหนโบว์สีแดง กล่องลายๆ ทำไมมีแต่สีแดงลายตาเหมือนกันไปหมด แสงเทียนสีส้มแดง จุดติดไฟรอบวง ข้างกองของขวัญ สร้างมิติเสริมเสนห์ของห้วงเวลาเป็นดินแดน….เนรมิตร

มีผลึกของความหวังและใฝ่ฝันแสนสวยงาม ทุกคนส่งเสียงหัวเราะ สดชื่นและร่าเริงมีลมหนาวๆทำให้เราต้องคอยกอดกันตลอดเวลา



ภาพแต่ละภาพ เราและจ๊อบบรรจงสร้างสีสันจากใจของเราทั้งคู่ เป็นของขวัญซ้อนของขวัญ ชาวบ้านป่าบอกว่า ไม่เคยคิดหรอกว่า คนจนคนป่าอย่างพวกเค้าจะมีความทรงจำ จำแลงสวรรค์น้อยๆกลางระเบียงบ้าน มีป่าล้อมรอบ มีน้ำเป็นสายใย มีภูเขา มีท้องฟ้าช่วยส่งมอบดาวทุกดวงร่วมกาลเวลากับพวกเราชาวผาด่าง



ก่อนตะวันจะลับไปท่ามกลางลมแรงของเหมันต์ เราเพิ่งเห็นเธอเป็นครั้งแรก เรามองตามหาพวกเธออีก พบว่าพวกเธอมีกันหลายดอก แต่ไม่มากนัก ต้องตั้งใจเอามือแหวกกลางใบบางยาว นั่นทำให้พวกเธอซ่อนกายได้ดีบานเงียบๆตามซอกหรืบพวงยาวเลื้อย ดอกของเธอเล็กแค่มดแดงเอง สีม่วงข้างในด้านนอกสีขาวเจือม่วงจางๆ




เราไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่บ้านใหม่ยกสูง ทำให้เราอยู่สูงเสมอกันเพื่อรู้จักกันใช่ไหม พวงยาวใบเรียวแคบของเธอละเลื้อยเล่นกับเราตอนนอนกลางวัน

ไม่รู้จักชื่อ ดอกเล็กๆสีม่วง เราอยากเอาเธอไปอวดเพื่อนในห้องtws กล้องที่เราเคยจับไม่นานและทิ้งไปพร้อมกับสร้างเรื่องกับเหตุผลยาวเหยียดงี่เง่าไร้ค่าเยอะมาก

แต่เพราะเธอแอบบานในซอกซ้อนของกลุ่มใบยาวเป็นพวง ทำไมเธอต้องโยกไปมาด้วยเล่า จากยืนจับกล้อง เป็นนั่ง และนอนบนพื้น แต่ละครั้ง เสียงดังแช๊ะ ๆ ๆ ดังไปเรื่อยๆ เธอสวยกว่าในรูปมากมาย ลมจ๋าหยุดแกล้งเล่นกันพวงใบเลื้อยหน่อยซิ ดอกม่วงเบลอๆเยอะจัง




January 14, 2009 แสงแดดยามเช้า กับกล้องในมืออีกที ดอกสีเหลืองเมื่อวานบานเต็มดินแดงเม็ดกรวดแข็ง วันนี้เราเห็นแค่ช่อเดียว กับข้างที่ดอกบานเมื่อวาน วันนี้ลีบเหี่ยวเป็นคนแก่ บอกเราว่าเมื่อวานกับวันนี้คือแตกต่างเสมอ จงทำความฝันให้เสร็จสิ้นก่อน ทันตะวันลาฟ้า

ลูกกลมๆสีแดง จำได้ จำได้ พี่หวัด หนูอยากได้ต้นนี้ไปปลูกที่บ้าน พวกเราช่วยกันแหวกป่าข้างๆ เพื่อหาต้นอ่อนเอากลับบ้านด้วยกัน เสียดาย กับเสียดาย



ผ่านไปไม่นาน เราเห็นเธอในบ้านของเราเอง เธอมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ และออกลูกสีแดงกลม เหมือนย้ำให้เรารู้ว่า นี่ไงฉันมาอยู่กับเธอ และไม่ใช่มีเพียงหนึ่งเธอลองมองดูเอา ว่ามีพวกเราเท่าไหร่

ล้อมรอบบ้านป่าของเธอ เธอซุ่มซ่ามอีกแล้ว หนามแหลมกับหน้าผากเธอ เลือดไหลซิบๆ แต่เรายังไม่สนใจ อยากอีกแล้วเอาลูกกลมสีแดงไปอวด เพื่อนห้องtws

ดินแดนพืชทนแล้ง ดินสีแดงดอกไม้สีแดง ไม่ก็สีส้ม ดอกกระเจี๊ยบบานเก็บกินได้แล้ว ทุกอย่างล้อมตัวเราเป็นสีแห่งความแห้งแล้ง สีตะวันยามใกล้เที่ยง สีใบไม้กรอบออกโทนร้อนแรง หรือร้อนแค้นอดอยาก



เรารักเธอทุกสีที่เธอเป็น และแสดงออกเต็มที่เปิดเผย ให้เรารู้ว่าธรรมชาติสื่ออะไรให้เราเก็บเกี่ยวเรียนรู้อีกครั้ง พลวัตรของป่าครับ เราจำคำนี้จากไหน ไม่นานเกินลืม ชายคนหนึ่งในห้อง tws เราจำได้แล้วชื่อ ประพนต์ กับความรักกีร์ตาร์ เป็นสัญลักษ์คู่กัน





ลมโบก ธงตรงเส้นสตารท์ของการเดินทาง จุดหมายปลายทางถ้ำพุไทร ห่างจากผาด่างของเราแค่ 7 กิโลเอง รถวิ่งตามลูกรัง เสียงคุยกันไป ดินแดนท่องเที่ยว ทำไมถนนเป็นลูกรัง อบตบ้านติดกันกำลังซ่อมถนนที่ดีพร้อมอยู่แล้วเพื่อพัฒนาซ้ำๆอีก

แต่ทำไมอบตของห้วยแม่เพรียงไม่ทำบ้าง พี่หวัดบอกว่า อบตห้วยแม่เพรียงของเราไม่มีเงิน เราไม่งงสักนิดกับคำนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งอยู่ในตำบลห้วยแม่เพรียง ปากทางคือหมู่บ้านด่านโง หมู่บ้านกับอุทยานเกิดพร้อมกันตั้งแต่ปี 2527 ชาวบ้านด่านโงยังยากจนกวาเดิมนิดหน่อย ทำไร่ ทำงานโรงงาน ดักสัตว์ส่งร้านอาหารป่าต่างตำบล ตัดไม้เนื้อแข็ง ขุดต้นไม้แต่งสวน แกะแคะกล้วยไม้ ชาวบ้านเป็นโจรในสายตาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และใครคือคนรับซื้อของโจร


แผนที่บอกว่าปลายทางของเรามาถึงแล้ว ตื่นเต้นนิดๆ เรากำลังทำตัวเป็นโจรเหมือนกันกับชาวบ้าน ลอดลวดหนามที่อ้ากว้างถ่างอยู่แล้ว ฝ่าฝืนแอบเข้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เถาวัลย์ กับก้อนหินสีดำเทา someone like you to believe ให้เราเกาะเกี่ยว เหยียบแง่งหินจนมั่นใจ ทำให้ทางชันลื่นมีใบไม้สีฤดูแล้งให้เรามองและเหยียบย่ำ หนทางลื่นของเราเดินสูงขึ้นไปข้างหน้าได้ you’re waiting all around the way .

บางจุด เราหยุดพัก และพบกลุ่มดอกดินสีสวยรูปร่างคล้ายเห็ด กระจัดกระจายไม่ห่างกัน แต่ละก้าวของเราจึงต้องระมัดระวัง this time, friendship was happened in my soul absoloutly.
บางดอกตูมสีแดงกำมะหยี่เข้มมืด และบานเสมอดินเป็นสีแดงสดราวกับเลือดในตัวของเรา เสียงพรานหวัดคู่ใจบอกว่านี่เป็นอาหารโปรดของเก้ง และเลียงผา และสัตว์ป่าหลายชนิด

มีไม้ตอกตะปู ของชาวบ้านป่าคงทำไว้ เป็นห้างดักยิงพวกเจ้าส่งตลาดอาหารป่าไม่ไกลจากที่นี่ แต่บางกลุ่มของดอกดินก็เหี่ยวแห้ง เปลี่ยนสีชราดำจุดขาว
เราตีความหมายเข้าข้างตัวเอง ว่าถ้าอดอยากที่สุด แถวนี้คงเป็นที่สุดท้ายเจ้าจะเลือกอาหารเพียงมื้อเดียวกับชีวิตของเจ้า เพื่อนพ้องพี่น้องที่ร้องโหยหวนหลังเสียงดังปังก้องป่าและเจ้าไม่เคยพบกันอีกเลย


ร่องลอยที่นอนและขี้ที่แห้งแล้วและยังสดอยู่ เรามาถึงบ้านเพื่อนสัตว์ป่าของใครกัน เจ้าหนีเราไป นานแล้ว แต่รอยที่เจ้าทิ้งไว้ทำให้เรามีข้อมูลของเจ้า To keep for wonder myself.



ความมืดมิด และกลิ่นอับชื้นบอกว่าเราอยู่ในถ้ำ เทียนและไฟฉาย ฉายแสงส่องให้พบห้องที่กว้างใหญ่เพดานทรงกลม ในนี้ เส้นสายทุกเส้น
หินทุกก้อนเตี้ยและสูง คือความอ่อนหวานนุ่มนวลไม่แข็งแกร่งจริงจังอย่างผาหินภายนอก หินข้างนอก กับหินในนี้ บอกทุกอย่างคือความไม่เหมือนกัน


ในถ้ำนี้หินมลสีขาว นวลงาช้างลื่น จากกำแพงรอยน้ำไหลเป็นวงเอนอ่อนช้อย หลายเส้น เป็นเส้นโค้งบางๆ บ้าง ห้องแห่งความมืดและความสวยงามทำให้พวกเราต้องเดินและก้าวไปรู้จักพวกเธออย่างช้าๆ
ทุกย่างก้าว สุภาพและ สุภาพขึ้นไปอีกเมื่อเราย้ายไปทีละห้อง ทีละชั้น อยากเข้าใจให้มากที่สุด เท่าที่เจ้าแห่งกาลเวลากำหนดให้ มีอะไรที่จะบอกเรื่องราวเมื่อเราเดินออกไป


ห้องสีขาวงาช้างเก็บตัวเงียบ แต่แล้วแสงไฟของเรากระทบเพื่อนเจ้าของบ้านแห่งนี้ หลายกลุ่มเกาะนิ่งติดเพดานเป็นกลุ่ม ๆ ไฟและเสียงพูดคุยของเรา
ค้างคาวบินหนีไปมา ไปห้องโค้งเล็กวงโน้นและออกทางงวงช้างอีกห้องหนึ่งเสมอ เจ้าค้างคาวสีเทาดำอวดบ้านสวยสีสะอ้านให้เราฉายไฟตามหรือกลัวเราคนแปลกปลอม อีกหรือนี่

เราใช้เวลาที่มีด้วยกัน ห้องสีดำบอกเล่าว่า นี่คือสถานที่ ที่จะไม่มีดวงดาวทอแสง ห้องแห่งความมืดชั่วรัตติกาล หินที่สวยกลม นวลตาละมุนละไม คืองานของน้ำป่าในหน้าฝน ซึมไหลผ่าน เจ้าแห่งเวลาสร้างและกำหนดให้ทุกอย่างมารวมกัน
เธอเห็นรากของต้นไทรที่แหวกร่องหินจากยอดเขาลงมาในนี้ และตรงพื้นดินที่เธอเหยียบและรู้สึกได้ว่านุ่มเท้า แต่ดำคืออาหารของต้นไทร อาหารดินดำชุ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์ ค้างคาวบินไปมาบอกเราด้วยการส่งเสียงอุลตร้าซาวด์โซนิก ว่านั่นคือมูลค้างคาว เราคือผู้สร้างดินดีนี้


ถ้ำนี้ ไม่ใหญ่มากจนต้องกลัวหลง ไฟดวงแรกจะจุดตั้งไว้เป็นเป้าหมายทางออก เราเดินหาคำถามกับความสวยงาม มือของเราแตะทาบหิน หินเล่าความรู้สึกชื้นเย็นเป็นมิตรกลับมา หินงอกหินย้อยมีไม่มาก แต่เรากับหินงอกเล็กๆที่นี่ได้ร่วงสร้างเสียงเพลงด้วยกัน เสียงไพเราะให้ตัวเองได้ซึมซับ
เราคือธรรมชาติเช่นหินสีนวลเกิดจากน้ำป่า ไหลหยดรินทีละน้อย กลายเป็นหินปูนแสนเปราะบาง เรียงเป็นตัวโน๊ต แต่เราได้คำตอบ ถ้ามีนักท่องเที่ยว ช่วยเคาะ ช่วยเคาะ สร้างเสียงเพลงหินอ่อนแอเปาะนี้จะหักพังหรือเปล่า เราทำผิดอีกแล้วหรือนี่



จากห้องนี้ tws อาจารย์ปันยา เราอดไม่ได้ที่จะแวะไปหาแม้จะเลยเวลาของการเยี่ยมแล้ว สามทุ่มก่อนเข้ากรุงเทพ เราเลือกกลับไปทางราชบุรี เราอยากรู้จักห้องนี้เพิ่มขึ้น และงานหลากหลายที่ธรรมชาติ กำหนดให้อาจาจารย์สร้างคนรักธรรมชาติ หาสิ้นสุดไม่ ก่อนกลับอาจารย์สอนมารยาทในห้องนี้ และเราคิดว่ามีบางคำเน้นให้ทราบเป็นพิเศษ และเป็นเรื่องสำคัญจะละเลยเสียมิได้

















วันอังคาร, มกราคม 13, 2009

เสาน้ำเค็ม

ภาพธรรมชาติหญ้าทะเล กับนกชายเลน ทำให้นึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง คบกันมา23 ปี เราพึ่งได้ไปเที่ยวบ้านของเพื่อนเมื่อ2ปีที่แล้ว บ้านทรงไทย2หลังโทรมเก่าแบบหมดสภาพ สังกะสีบนหลังคา ตีเพยิบตามลม ข้างบ้านต้นโกงกางขึ้นหนาแน่นแช่น้ำเป็นผนังบังแสงอาทิตย์ตะวันตก และฝั่งตะวันออกก็เป็นเช่นกัน

พี่น้องของผมพากันไปเป็นชาวประมงมีครอบครัวอยู่ที่ชุมพร พอพ่อแม่ตายหมด ไม่มีใครอยู่ทิ้งรกร้างมา 5ปีแล้ว เรานั่งกันบนระเบียงผุ ฟังน้องเล่าว่าสมัยก่อนความอุดมสมบูรณ์ของอาหารทะเล และชี้ไปที่นกชายเลนเดินอยู่ไกลๆ แต่ไม่นาน นกก็ใกล้เข้ามา น้ำขึ้นพานกมาหาเรา หมายความว่าหากน้ำลงเมื่อใด นกตัวลายๆ รูปร่างคล้ายๆกันก็จะถูกน้ำพาเดินหายไปใช่ไหม

เราเดินไปก้าวไหนก็มีแต่หญ้าทะเลเต็มไปหมด ต้นอะไรนะ อ๋อ หญ้าทะเล นี่แหละตัวช่วยยึดดินดีนัก เราถอดรองเท้าแล้วเดินบนหญ้าทะเล อยากเอาไปปลูกที่บ้าน แต่เค้าเกิดที่นี่เป็นเลือดน้ำเค็ม







ข้างบ้านมีตุ่มน้ำฝนขนาดใหญ่ 20-30 ตุ่มเรียงเป็นแถว เราลองใช้2มือผลักฝาตุ่มหนักเพราะเป็นปูนค่อยๆลากผสมผลักออกไป น้ำฝนใสนิ่งสนิท น้ำฝนนี่อายุกี่ปีแล้ว ไม่ต่ำกว่า5ปี พอๆกับพ่อผมตาย เราอดใจไม่ไหวเอาแก้วตักน้ำขึ้นดื่ม น้ำฝนยังเป็นน้ำฝนเย็นชื่นใจ ตุ่มยืนเรียงมองหน้าเราทั้งหมด และนั่นทำให้เราเกิดคำถาม เอาตุ่มยักษ์พวกนี้มายังไง จ้างใครแบก

คำตอบแสนง่าย รอน้ำขึ้นแล้วเอาตุ่มลอยน้ำมา เรารักคำตอบนี้จัง




เสาไม้…พ่อของน้องชายเดินไปตัดจากป่าและปลูกเองกับมือ รวมอายุบ้านก็ไม่ต่ำกว่า50 -60 ปี เสาบ้านแช่น้ำทะเล ฝาบ้านผุแตก วันนี้เสาบ้านแช่น้ำทะเลเกือบขาดย้ายมาอยู่กับเราเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเรา


เพื่อนของเราคนนี้ไปอยู่ที่ไหน บางคนบอกว่า ลงภูเก็ต บางคนบอกว่าไปอยู่พังงา แต่เค้าพูดกับเราเสมอ อยากกลับบ้าน ……บ้านเก่าปากทะเล บ้านแหลม เพชรบุรี




วันเสาร์, มกราคม 19, 2008

wild child

เรื่อง ดีใจ จากด.ญ.เจนจิรา สุขภัดดี ป5


ความดีใจมีหลายอย่างมีทั้งดีใจเพราะมีความสุขและดีใจเพราะตื่นเต้น คนเราในโลกนี้ มีใครบ้างที่ไม่เคยดีใจ ทุกคนต้องดีใจหมด แล้วแต่ใครคนไหนจะดีใจด้วยเหตุผลใด วันนี้ฉันดีใจมากที่ได้ไปในที่ๆฉันไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งนั่นก็คือโรงเรียนเจริญศรีมณีผล

เมื่อฉันไปถึง เขาก็มีถุงผ้าแจกให้ใบหนึ่ง ข้างในมีข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง และให้เล่นเกมหลายชนิด ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับนกต่างๆ นานาพันธุ์




ตอนเที่ยงมีอาหารหลายอย่างให้ริ่มรสแต่อย่างไร ฉันก็รู้สึกอิ่ม และเมื่อฉันอิ่มเขาให้ฉันพักผ่อน ประมาณ 20 นาที เขาก็ให้ฉันขึ้นรถ



เพื่อจะไปปล่อยนกอินทรีที่มีชื่อว่า ปุก ซึ่งเป็นนกอินทรีเพศหญิง เมื่อไปถึงเขาก็เอานกอินทรีไปปล่อย นกอินทรีทำท่าตกใจกลัว แต่มันก็บินไปได้ด้วยดี
มันบินเกาะต้นมะขามเทศและเด็กก็ตามไปดู เมื่อมันบินเตี้ยลงมาที่น้ำ ทำให้เป็ดกลัว เมื่อตอนรถออก นกอินทรีตามมา และบินเกาะต้
นไม้
และเมื่อเรากลับบ้าน ป้ากุ้งให้เราไปเล่นน้ำทะเล เมื่อถึงเวลากินอาหารบางคนกินสองชาม และดีใจที่ได้กลับบ้าน
ขอขอบคุณป้ากุ้งและครอบครัวของป้าอ้วนมากค่ะ
จาก ดญ เจนจิรา สุขภักดี

common tailorbird




14/1/51 ฟ้าเริ่มสลัวมัวตา เสียงของหลานชาย มีนกกระจิบธรรมดา เกาะตรงกิ่งสาบเสือ เกาะนิ่งนานมาก ผิดกับนิสัยของเค้า เราถามต่ออยู่ตรงไหน อามองไม่เห็น จ๊อบชี้มือจากระเบียง ลงไปหน้าใต้ถุนเรือน จากสายตาไม่เกิน 2 เมตร




นกระจิบธรรมดา เห็นแต่ด้านหลังสีเขียวอมเหลืองตุ่นๆ กับหางยาว ยืนนิ่งสนิทนานและนาน ผิดวิสัยที่กระโดดไปมากินแมลงเรื่อยไป อะไรอีกเล่าก่อนวินาทีแสงตะวันลับลา อีกตัวก็บินเข้ามายืนแนบชิด ม้วนตัวซุกใต้ปีก กลมกลืนดั่งแค่ใบไม้เพียงช่อเท่านั้น ทั้งคู่หลับสนิทในทันทีที่ตะวันลับฟ้า


กล้องพร้อมแล้ว แต่เรากับหลานชายตกลงกันว่า จะยิงแฟลชกระจายรอบพื้นที่ก่อนจากไกลและค่อยใกล้เข้ามา สังเกตุนกไม่สะดุ้ง ตื่นผวา จนแน่ใจแล้วว่าไม่รบกวน เราสัญญากันว่า ไม่ต้องการภาพสวยที่สุด แค่ภาพแห่งการเรียนรู้และความทรงจำ









ก่อนนอนคืนนี้ ภาพติดตา อีกสองชีวิตที่นอนอยู่ใกล้ๆ เจ้ามาเพื่อบอกว่า นี่คือบ้านให้พวกเราอยู่ด้วยกัน



คนถ่ายภาพนก ไม่มีภาพไหนสวยที่สุด ภาพงดงามแห่งใจ คือภาพที่ตัวเองหยุดได้ และถอยเท้าก้าวออกมาอย่างสุภาพ หันหลังคืนชีวิตมีปีกตัวนั้นกลับสู่ธรรมชาติ
จาก คุณปลากระดี่ได้น้ำ














วันพฤหัสบดี, มกราคม 17, 2008

ต้นกล้า 2 ต้น ป่าแก่งกระจาน



ด.ช อ๊อด เรียงความเรื่อง ธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อม

ด.ช. อ๊อด เมื่อวาลวันพุธ ป้ากุ้งพาพวกผมไปเที่ยวผาน้ำหยด และเตรียมเสบียงอย่างละเอียดเช่นน้ำ 4ขวด เลย์ 3 ถุง และข้าว 5ห่อ ผัดซีอิ้ว ข้าวผัดกระเพรา


ด.ช. อ๊อด เวลากินอาหารอย่าทิ้งลงในป่า เพราะมันดูไม่สะอาด และพวกผม ป้ากุ้ง พี่จ๊อบ ออกเดินทางกัน 4โมงเช้า ป้ากุ้งบอกผมว่าให้ผมดูแลเสบียง พอขี่รถไป พี่จ๊อบถ่ายรูปนกเกาะบนเสาไฟ พอขี่ไปได้นาน แล้วก็ถึงบ้านโปร่งกระเพรา และทางนั้นขลุขละ




ด.ช. อ๊อด พอเมื่อนั้นมี 3 แยก ป้ากุ้งไม่รู้ว่าไปทางไหน ป้ากุ้งให้พี่จ๊อบถามทางผู้หญิงแก่ คนหนึ่ง แต่เขาไม่รู้ว่าผาน้ำหยดอยู่ที่ไหน พอสักครู่มีคนขี่รถเครื่องมาพี่จ๊อบก็ถามว่าผาน้ำหยดไปทางไหน และเขาก็บอกว่าไปทางขวา และก็ขี่ไปเรื่อยๆ จนถึงถนนราดยาง และก็เลี้ยวขวา และในที่สุด ก็ถึงป้าย ให้ไปทางขวา
และก็จอดรถ


ด.ช. อ๊อด มีผู้ชาย คนหนึ่งเขามาหาเห็ดและเขาก็บอกว่าเหนื่อยมาก ป้ากุ้งถามเขาว่าขายที่หรือเปล่าเขาบอกว่าไม่ขาย พอคุยไปเรื่อยๆ ซัก20นาที ได้




ด.ช. อ๊อด พอคุยเสร็จแล้วป้ากุ้งก็เดินป่า เขาบอกกับผมว่าให้เงียบๆด้วย ป้ากุ้งจะถ่ายรูปนก พอเดินไปป้ากุ้งบอกว่าให้เดินไปข้างหน้าก่อน ป้ากุ้งปวดเยี่ยว ผมกลับพี่จ๊อบและมอสก็เดินไปพี่จ๊อบบอกว่าพี่จะเยี่ยวก่อนอย่าเดินมาข้างหน้านะ



ด.ช. อ๊อด สักครู่ป้าก็เดินต่อไปมีน้ำไหลมากๆ และทางที่เดินไปซึ่งที่สูงมาก หินก็คมมากและหญ้าก็รกมาก และผมก็ได้ยิน เสียงน้ำตกกัน ผมก็เดินผมก็เดินในที่สุด ก็ถึงผาน้ำหยด




ด.ช. อ๊อด และพวกผมก็ลงเล่นน้ำ และพี่จ๊อบกลับก็ถ่ายรูปน้ำตก และพี่จ๊อบก็ลงมาเล่นด้วย และพวกผมดำน้ำ น้ำนั้นใสและเย็นมากด้วย ป้ากุ้งก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน และพวกผมว่ายน้ำไปที่ผาน้ำตก และก็ขึ้นไปและบอกป้ากุ้งให้ถ่ายรูป



ด.ช. อ๊อด อะไรหลายๆอย่างก็เล่นน้ำไปหลาชั่วโมงแล้วให้ขึ้นเขาไปและถ่ายจากหน้าไปถึงข้างล่าง ผมกลับขึ้นเขาไปก่อน ป้า บอกว่าขึ้นไม่ไหว แล้วก็ลงมาส่วนมอสลื่นไหลไปและก็กลับลงไปเล่นน้ำตก




ด.ช. อ๊อด พอเล่นเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากัน แต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางกลับบ้านกันและก็ถ่ายรูปนกในป่า และไปต่อป้ากุ้งบอกพี่จ๊อบว่า ป่าตรงสีกซ้าย ให้ถ่ายรูปเพราะนกตรงนี้ ค่อนข้างเยาะ





ด.ช. อ๊อด และผมก็เห็นขยะ ป้าบอกให้ผมเก็บจากป่าไม้ พอนั้นก็เดินมาถึงรถก็ขี่ไปกินน้ำที่ร้านอีก และกลับบ้านป้ากุ้งบอกว่าพี่จ๊อบนกตัวนี้หน่อยสิ สักครู่หนึ่งก็กลับบ้านไปจนถึงผาด่างและแยกย้ายกันกลับบ้าน

ด.ช. พงศกร โต๊ะทอง ป.6
บ้านด่านโง ต. ห้วยแม่เพรียง อ. แก่งกระจาน จวัดเพชรบุรี





ด.ช มอส สวัสดีครับ วันนี้ผมกำลังไปเที่ยวที่ผาน้ำหยด วันนี้ผมได้ออกเดินทางเวลา10.00น.

ด.ช. มอส ตอนไปผาน้ำหยดเส้นทางขุขระมาก เส้นทางประมาณ 25 กิโล แล้วพอไปถึงทางเข้าไปที่ผาน้ำหยด แล้วก็เดินเข้าไปในป่าอีก 2 กิโล




ด.ช. มอส พอไปถึงที่น้ำตกผมก็ไปเล่นน้ำ พอผมเล่นน้ำเสร็จ ผมก็ไปกินข้าวแล้ว พอผมกินข้าวอิ่ม



ด.ช. มอส ผมก็ไปปีนเขาแล้ว ป้ากุ้งบอกให้ลงมาแล้วผมก็ไปเล่นน้ำต่อ แล้วผมก็มาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็กลับบ้าน




ด.ช. มอส แล้วป้ากุ้งก็หยุดถ่ายรูปนก แล้วป้ากุ้งไปร้านค้าร้านหนึ่งไปกินขนม แล้วผมได้เห็นสิ่งผิดกฎหมาย เขาได้จับนกมาใส่ในกรง 2 ตัว แล้วผมกลับบ้าน






ด.ช. ธนพัฒน์ คุ้มจินดา ป.4 เลขที่ 4 บ้านด่าโง ต.ห้วยแม่เพรียง อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี

วันพุธ, มกราคม 16, 2008

รอยจำผาด่าง 9

นับแต่ก่อนปีใหม่ เสียงนกร้องเพลงในผาด่าง เริ้มแต่อรุณแสงเรืองรอง และเซ็งแซ่ตอนเกือบสาย ร้องจากตรงนั้นตรงนี้ ตรงซุ้มกอไผ่หลังโดม นก hill -blue flycatcher อกสีส้มหลังสีน้ำเงินสด ตากลมวาวแอบมองเรา พอเห็นเราจ้องก็กลับแอบบินต่ำๆไปทางต้นน้อยโหน่งที่กำลังออกลูกสุกเต็มต้น







นกโพระดกเป็นคู่เกาะนิ่ง และเริ่มบรรเลงร้องเพลงถ้อยทำนองเพราะกังวานก้องหุบเขาผาด่าง ให้คุณไถ่และคุณมด ถ่ายรูป ก่อนที่แสงตะวันสุดท้ายจะลับเลือน
และหมู่นกจาบคาหัวสีส้ม chesnut-headed bee-eater โผถลาโฉบจับผึ้งบนฟ้าและเกาะต้นโมกมันหน้าบ้านปีกไม้





นกอะไรเกาะอยู่ที่ต้นเตยหนามหน้าห้องน้ำฟ้าใส ขอให้เป็นเจ้าที่เราคุ้นเคย และเมื่อมองผ่านกล้องเห็นนกน้อยสีฟ้าอ่อนๆ ใส่หน้ากากสีดำ ตัวผอมยาว ใช่เพื่อนตัวน้อยๆที่เราคาดหวัง verditer flycatcher เมื่อเราขอขยับตัวเข้าไปใกล้ เจ้าก็ขยับตัวเช่นกัน เมื่อเรานิ่ง เจ้าก็ช่างใจดี สงบนิ่งเหมือนกัน และจากไปเมื่อมีเสียงคนแปลกหน้าเหยียบใบไม้แห้ง




ดอกมะม่วงบานเต็มผาด่าง นกมากหลายชนิด ร้องเรียกพวกกันและกัน และให้เราเป็นผู้ฟังและมองหาอย่างเพลิดเพลิน ทุกดอกทุกช่อกระเพื่อมน้อยๆ และอีกช่อไหวระริกเราจะมองช่อไหน ช่อนี้นกอะไร แต่ช่อนั้นไม่ไกลกลายเป็นอีกสายพันธุ์ นกตัวน้อยๆคอยกระโดด เข้าออก พร้อมอวดหนอนที่คาบไว้ และกระโดดออกไปอีกช่อ แม้แต่เจ้า puff-throated babbler ก็กระโดดออกมา เล่นแสงตะวันยามเช้า เมื่อมองเห็นเรา มอบความไว้ใจไม่ตกใจ ที่เห็นหน้าเราอีกแล้ว





black- naped monarch นกสีสวยตัวโปรดที่คอยสร้างความสดชื่นมีชีวิตชีวาแก่บ้านป่าผาด่าง เธอมาเป็นคู่ ในรอบเช้า และรอบบ่าย ต้นมะม่วงในผาด่างเราคิดว่าเธอคงรู้จักทุกกิ่งมากกว่าเรา เพราะพวกเธอ ทำให้เรารู้ว่า ปีนี้ดอกมะม่วงในผาด่างติดช่อมากเหลือเกิน






อาคารนอนรวม เรายึดเป็นที่นอนตั้งแต่ก่อนปีใหม่ pied fantail นกอีแพรด ไล่ต้อนกันส่งเสียงดังลั่น ปลุกเราตื่นนอนตอนกลางวัน เรามองตาม ตามเสียงที่พวกเจ้าคุยบอก หมุนตัวซ้ายขวา ก่อนกระโดดไปทางขวาและล่อนถลาโผบินไปอีกต้นมีพวกเจ้าคอยตามไล่ ทะเลาะอะไรกันจ๊ะ คิ้วขาวเล็กๆ เด่นชัด กางหางแพนเป็นพัด บอกว่าเจ้าเป็นใครให้เราจดจำร่วมเป็นสมาชิกของชาวผาด่าง




นกcommon morehen ปากสีแดงสด เดินเงียบๆข้างกอไผ่ตงห้วยก้านเหลืองและเมื่อมองไม่เห็นเรา ก็ค่อยๆลงน้ำว่ายไปมาเหมือนเป็ด และไม่นาน คู่ของเธอก็ว่ายเข้ามาสมทบแต่ไม่นานก็กลับแยกกันไปคนละทาง ปากสีแดงตัดกับขนสีดำทำให้เรามองอย่างเพลิดเพลินอารมณ์และท่าทีที่เธอสำราญในช่วงเวลานี้ ว่ายเข้าหาฝั่งหาอาหารและว่ายออกจากฝั่งใกล้เราเข้ามา จนเราไม่แน่ใจว่าจะทำให้เธอตกใจรึเปล่า แต่แล้วเธอก็ว่ายผ่านเราไป ต่างฝ่ายต่างมีความสุขท่ามกลางธรรมชาติเงียบสงบแห่งนี้





ก้านกิ่งสั้นๆแต่ยื่นไปในน้ำ และรออยู่ ไม่นานตัวน้อยๆอกสีส้มสนิม หลังสีฟ้า เรากระซิบบอกชายหนุ่มข้างๆเกี่ยวกับชื่อของเจ้า ชายหนุ่มเอ่ยปากชมว่านกตัวนี้สีสวย กริยาน่ารัก ปากยาวสีแดงสวยมากเลยครับ เสียงถามต่อว่า ผมเห็นอีกตัวแล้วครับ หางยาวมากและสีดำ มีขาวด้วย ปากสีเขียว แล้วชายหนุ่มก็ขยับตัว ก้าวเข้าไปเพื่อใกล้แต่นกตัวนั้นก็ขยับห่างออกไป เพื่อสอนการเรียนรู้มารยาทแห่งชีวิตธรรมชาติ ชายหนุ่มเองเริ่มเข้าใจ ปฎิบัติตัวอย่างเรียบร้อยและนุ่มนวลกว่าเดิม







ได้ยินเสียงตัวเราเองบอกชายหนุ่มว่าแสงตะวันลับลาแล้วนกบั้งรอกgreen-billed malkoha เป็นตัวสุดท้ายของวันนี้ หนุ่มคนนี้มากางเตนท์ที่ผาด่าง กับเพื่อนๆ เราทั้งคู่ต่างบอกลากันและกันว่าพรุ่งนี้ต้องออกจากผาด่างตั้งแต่ตี4 เราขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย และหวังว่าคงไม้ลืมนกตัวน้อยๆที่มาอวดความสวยงามให้ชื่นชมแม้เป็นช่วงเวลาที่สั้นๆก็ตาม






รุ่งเช้าตามนิสัยมีกล้องคล้องคอ แม้เป็นช่วงเวลาที่เราต้องจัดบ้านเตรียมรับแขกที่จองบ้านริมน้ำไว้ และต้องแปลกใจ ชายหนุ่มคนเดิม เดินตามหาเรา และเอ่ยปากขอยืมกล้องดูนก เกือบบ่ายแล้ว ชายหนุ่มเอากล้องมาส่งคืนให้ พร้อมกับคำขอบคุณ เราถามว่าเป็นอย่างไร พบนกหลายตัวหรือเปล่า และสีสวยมากไหม ชายหนุ่มบอกว่านกสวยมากเลย เรานึกเสียดายที่ไม่มีเวลาพาชมนกด้วยตนเอง แต่นกป่าในธรรมชาติ คงสะกดมอบความน่ารักให้ชายหนุ่มคนนี้ ลุ่มหลงเดินตาม เพื่อค้นหาชีวิตน้อยๆแสนสดใสที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ชายหนุ่มเองอย่างไม่รู้ตัว



นกกวัก white-breasted waterhen จากระเบียงบ้าน บนเปลผ้าใบ สายลมกับสายน้ำพัดเข้าหาบ้านหลังนี้ที่ยืนนิ่ง เสียงบางอย่างดังใกล้ตัว และเมื่อมองหาเป็นเจ้าที่ยืนข้างเสาบ้านด้านตะวันออก เราทำเสียงดังไปหน่อยพาลให้เจ้าตกใจโผลงน้ำว่ายวิ่งอ้อมโค้งผ่านหน้าไปทางซ้ายมือ

เกาะกิ่งไม้บางที่ลอยแช่น้ำ มุมมองนี้เจ้าคงไม่เห็นเรา แต่เรากลับพบเจ้าชัดกว่าเดิม ยืนอย่างสบายอารมณ์ และเริ่มทำความสะอาดตัว ซุกไซร้ขนปีกทั้งซ้ายและขวา ก้มลงจิกใต้กลุ่มขนจนแน่ใจว่าสะอาดพอแล้วก็หมุนหันหน้า

ให้เรามองให้ชัดกว่าเดิม และเดินใกล้เราเข้ามาอีก ใกล้อีก แต่มุดเข้าไปใต้กลุ่มใบพืชน้ำ เจ้าใกล้ชิดเรามากขึ้น แต่กอใบไม้หนาปกปิดเจ้าจากสายตา เพียงใบไม้กระเพื่อม ไหวๆว่าเจ้ายังอยู่กับเราเท่านั้นเอง

บนกิ่งแห้งๆยอดสูงเหนือน้ำ common kingfisher เสียงกระเต็นน้อยธรรมดาร้องบอกว่าเรามาแล้ว ตามองตามเสียงคงเป็นกิ่งโปรดอีกกิ่งที่เจ้าชอบยืน คราวนี้ยืนหันหน้าหาน้ำ เราเป็นคนเฝ้าชม เจ้าโผจับปลาซิว คลื่นน้ำเป็นเงาสะท้อนแสงแวววาว และวิ่งเบาๆเข้าฝั่ง ธรรมชาติช่างส่งเพื่อนให้เป็นเจ้ามาเยือนข้างกาย ยามเราเขียนหนังสือรอยจำผาด่าง เราไม่ได้เลือกกาลเวลาที่สวยงามอย่างนี้ แต่เรารู้ว่า ธรรมชาติคอยมอบเวลาพิเศษอีกครั้งเพื่อให้เราเป็นผู้จดบันทึกรอยจำ



และซ้ำๆกับห้วงเวลา ที่ตัวหนังสือกำลังพรั่งพรูจากเรื่องราวธรรมดาของธรรมชาติ แต่งแต้มตังละครตัวเก่าแต่เวลาใหม่ โดยเจ้า black-capped kingfisher เจ้ากระเต็นหัวดำบินพรืดเข้ามาเกาะตอไม้หน้าบ้าน แต่เจ้าผู้ไม่ยอมคลายตระหนก หากเห็นเราเมื่อไร เจ้าก็พร้อมปากยาวสีแดงแปร๊ด แผดเสียงร้องก้องแสบหู หันหัวสีดำเข้ม สะบัดปีกหลังสีม่วงสด ผละจากเกาะตอไม้ประจำตัว บินกระเจิดกระเจิงไปทางบ้านนกร่าเริง แต่ครั้งนี้พานกกระเต็นน้อยหายไปทางเดียวกัน

ไกลจากมุมจิบกาแฟมุมใหม่ของปีนี้ นกฝูงใหญ่สีน้ำตาลใบไม้แห้งทะยอยเข้าหาต้นมะม่วง คงเป็นนกกระรางฝูงเดิม แห่งผาด่าง และค่อยๆบินเข้ามาใกล้ต้นมะม่วงอีกต้นแต่ใกล้เรา และอีกนิดกับการทะยอยกระโดดบ้าง บินต่ำๆบ้างและไม่นานกับความใจดีของธรรมชาติ



นกกระรางสร้อยคอใหญ่ ก็ร่อนลงพื้นดิน วนหากินตามพื้นหญ้าแห้ง กระโดดใกล้ตัวเรา ที่ยอมนั่งนิ่งเป็นหุ่น แลกกับการชื่นชมพวกเจ้าผ่านกล้องอย่างชิดใกล้



เส้นคิ้วเล็กเรียวสีดำตีวงโค้งยาววนรอบคอแบ่งแก้มเป็นก้อนแต้มขาว มองตามเจ้ากระโดดหายไปในพุ่ม แต่พอมองตามกลายเป็นอีกตัว พวกเจ้าพากันจากไปด้วยการบินละเลียด ยั่วเย้ายั่วหายกันไปทางต้นชมพู่กับต้นขนุน เราอีกแล้วที่เสียดายชะเง้อตาม

เสียงดังตูมในน้ำ อะไรบางอย่างดังขนาดนี้และไม่ถึงอึดใจ นกเหยี่ยวโผขึ้นจากน้ำที่แตกกระจายโผขึ้นฟ้า บินวนเป็นวงกว้างและโผดิ่งลงน้ำในจุดเดิม เสียงน้ำดังตูมอีกแล้ว เหมือนเป็นภาพแห่งเวลาซ้ำและย้อนกลับ


เรายกกล้องมองเห็นความชัดเจน ไม่มีเหยื่อในอุ้งตีน และคราวนี้บินวนวงรอบฟ้าเป็นวงกว้าง ก่อนทิ้งตัวอีกครั้งแต่เป็นฉากกลางอ่างน้ำผาด่าง ในครั้งนี้เจ้าดิ่งตัวหัวปักตั้งฉากลงพื้นน้ำที่รออย่างสงบ เสียงตูมสนั่น สรรพชีวิตหยุดเคลื่อนไหว

เวลายอมหยุดนิ่งพร้อมกับร่างเหยี่ยวหายไปในน้ำและไม่ถึงอึดลมหายใจ มีแต่เจ้าแห่งลมเท่านั้นที่รอคอยช่วยยกพยุงปีกให้เจ้าเหยี่ยวตัวนี้ทะยานจากน้ำเข้าหาฟ้าสีแดงส้มของตะวันยามเย็น เหยี่ยวยังบินร่อนเป็นวงกลมใกล้เรามากกว่าที่คิด และร่อนหายไปทางทิศเหนือหน้าผาผาด่าง ทิ้งความเงียบและความหวาดผวากลัวไว้เบื้องหลังและเบื้องล่าง เราพบใจต้วเองตื่นเต้นกับการแสดงสด ปฎิบัติการล่าโหด โดยมีหน้าผาสูงตั้งฟ้าและท้องน้ำหน้าบ้านของเราเป็นเวทีชีวิต





Brown shrikeนกอีเสือสีน้ำตาล ตัวสีน้ำตาลอ่อน ใส่แว่นตาสีดำ พบกันคราวนี้ เจ้าย้ายไม้เกาะไปเรื่อย บางครั้งเราพบกันลานหญ้า แต่บางทีเจ้าบินมาเกาะกิ่งต่ำต้นขนุน ในปีที่ผ่านมานี้ เรากับเจ้ามักไม่พบกันบ่อนนัก ทั้งที่ปีก่อนๆ มักพบเจอตัวกันเสมอ แทบทุกครั้งที่เดินผ่านซุ้มกอไผ่ เหมือนกันกับพวก soothy- headed bulbul ที่เรามักไม่เห็นมาเกือบ2-3 เดือนมาแล้ว เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าจากหายไปไหนกัน



มาถึงเรื่องที่เราไม่อยากเขียน แต่เป็นอีกชีวิตที่เลือกมาอาศัยให้ที่นี่เป็นบ้าน ร่วมร้อยบันทึกเจ้าเพื่อต้อนรับการเป็นสมาชิกใหม่แห่งบ้านป่าผาด่าง

นกแก๊ก ตัวผู้ ผู้หลงบ้านมาจากไหน คู่ของเจ้ารอการกลับไปของเจ้าอยู่ที่แห่งใด ผู้เลี้ยงดูเจ้า หรือที่มนุษย์ใช้เรียกความเป็นเจ้าของชีวิตสัตว์โลกด้วยกันว่า เจ้าของ เค้าคือใคร ทำไมเลี้ยงให้เจ้าพิการหากินเองไม่เป็น แม้วิธีเกาะกิ่งไม้เจ้ายังอ่อนหัด ด้อยประสบการณ์
เราไม่อยากใช้คำว่าเลี้ยงดู เพราะคำนี้มันยิ่งใหญ่มาก ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบหนึ่งชีวิตไปทั้งชีวิต ทั้งเป็นชีวิตที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน หรือแม้แต่ภาษาท่าทาง การกิน หลายๆอย่างล้วนเป็นอุปสรรคหนักใจ




เจ้าทองเหลืองหมาเกเร ยังเคยไล่กัด แววตาของแมวในผาด่างที่คอยจดจ้อง เจ้าคือเหยื่อ เราคอยบอกชาวผาด่าง ให้นกตัวนี้เรียนรู้ภัยจากแมวด้วยตัวเอง หากพวกเราคอยปกป้อง คงช่วยไม่ได้ทุกครั้ง เป็นเรื่องที่เค้าต้องพบภัย และเรียนรู้ว่าหลบหนีด้วยตนเอง

ควรให้เค้าได้เรียนรู้วิธีหากิน วางอาหารไว้ให้ บินมาเกาะใกล้ตัว เข้ามาขอกิน ขณะที่เราหรือนักท่องเที่ยวกำลังกินทุกที กินก็นิดเดียว อิ่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ ควรกินอะไร ปริมาณต่อวันต่อมื้อ จะเริ่มฝึกสอนกันอย่างไร

หนึ่งชีวิตร่วมผูกพันธุ์ รับผิดชอบ ทรมาณทั้งตัวนก และตัวเราผู้ค้นหาหนทาง หน้าที่คือบอกสอนเจ้านกหลงถิ่นยังชีพ ดูแลคุ้มครองตัวเอง เพื่ออยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชาวผาด่าง

ชีวิตนกตัวนี้ ไม่ใช่แค่เพียงเฝ้ามองอีกแล้ว
 
รอยจำผาด่าง14

15 /2/51 พี่หน่อย และเพื่อนคนอื่นๆเริ่มเดินทางมาถึงผาด่างแล้ว พี่เปี๊ยกขับรถไปซื้อตั๋วล่วงหน้า เข้าเขตอุทยานให้เพื่อนเข้าโป่งลึก ตามหานิยามของสายน้ำเพชรบุรี เราสาระวนกับการตกแต่งสถาน ที่เพื่อนๆชมรมยิงธนู thailand outdoor จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กบ้านป่าเป็นพิเศษ


พี่หน่อยใช้ GPS สำรวจพื้นที่เพื่อติดตั้งสัญญาณ wireless อีกไม่นาน ผาด่างบ้านป่าแก่งกระจาน จะมีอินเตอร์เนทบริการให้ลูกค้า ไชโย…..

เสียงพูดคุยสะท้อนลอยตามน้ำและภูผาปลุกเรากลางดึก เป็นสัญญาณว่าเพื่อนอีกกลุ่มมาถึงผาด่างแล้ว ก่อนเราหลับไปอีกครั้งและตื่นเลยหลังหกโมงเช้าเล็กน้อย

16 /2/51 เพื่อนใหม่และเก่าเข้ามาทักทาย ด้วยความดีใจ ที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง เสียงคุยและหัวเราะเริงร่า พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับผาด่างทั้งนั้น ต่างชิงกันพูดบอก ผาด่างเปลี่ยนไป…จากเดิมมากมาย สวยกว่าแต่ก่อนมาก สวยจนจำไม่ได้ เมื่อก่อนที่เคยมามีแค่ต้นไม้ ต้นเล็กๆที่เพิ่งปลูก ต้นไม้เล็กหายไปไหนหมดแล้ว...

ทุกคนบอกฝากให้ตื้นตันใจ….ยินดีที่จะกลับมาเยือนอีกแน่นอน เราหันไปยิ้มให้กับแสงตะวันและต้นไม้ ไม่ว่าจะ คนหรือสัตว์ต่างๆ หรือไม้ป่าในผาด่าง ต่างช่วยกันประคับประคอง อดทน รอคอย จนผ่านชะตากรรมที่ยากจะก้าวพ้นผ่านในอดีต วันนี้ธรรมชาติและสรรพชีวิตที่อาศัยแผ่นดินผาด่าง ต่างทำหน้าที่สร้างความสดใส สดชื่นประทับใจแก่ผู้มาเยือนอีกครั้ง

เด็กน้อยมาถึงกันแล้ว 150 คนพร้อมกับคุณครูด้วย เด็กบ้านป่านั่งเงียบเรียบร้อยในเต๊นท์ผ้าใบสีฟ้าลายทางเหลือง ลุง ป้า น้า อา พี่ๆชาวเมือง เริ่มเข้ามาสาทิตวิธียิงธนู เรื่องใหม่สุดพิเศษในชีวิตเด็กน้อยบ้านป่าได้เริ่มขึ้นแล้ว อีกครั้งที่ผาด่าง

การเข้าแถวชะเง้อดูเพื่อนที่ถึงคิวได้ยิงธนูก่อนและรออย่างมีความหวังใกล้ได้จับคันธนูแล้ว จากแถวตรงกลายเป็นแถวโค้งวงเหมือนคันธนูที่ถูกดึงจนโก่ง และวนเวียนเข้าต่อแถวซ้ำๆ เพื่อหวังจับลูกศรเล็งเป้าหมายวงกลมแดงสดข้างหน้า ส่งใจและลูกศรไปที่เดียวกัน

มุมไอติม เด็กวนเวียนคนละหลายๆรอบ ปากละเลียดกินไอติม และหันมองรอบๆผาด่าง มองพี่ๆจากกรุงเทพที่แต่งตัวกันสวยๆ แววตาบริสุทธิ์จดจ้องมองชุดสวยของเด็กในเมือง หนูน้อยคงอยากใส่อยากได้อย่างคนกรุงหรือเปล่า

ของฝากจากเพื่อนๆในเมือง สิ่งที่เราร้องขอ เสื้อผ้ารองเท้าเก่า ของที่เลิกใช้ เด็กป่าได้เสื้อแจก ก็เอาพาดบ่ากลับบ้าน ได้ตุ๊กตาก็อุ้มกอดอวดกันไปมาให้เพื่อนดู เสื้อตัวโตที่ได้ไปในมือเด็กน้อย หนูใส่ไม้ได้ แต่จะเอาไปให้แม่ ของเราจะเอาไปให้พี่ ให้พ่อ ของเธอแลกกับเราได้หรือเปล่า เธอได้กระติกน้ำด้วย แต่เธอได้ตุ๊กตาสีแดง สวยจัง ……


บ่ายโมงกว่าแล้ว เด็กๆทยอยกันกลับไปหมดแล้ว เพื่อนๆขับรถร่วมเกือบ10 คัน เข้าป่าไปเที่ยวโป่งลึก เรามองสนามหญ้าที่ร้างผู้คน ไม่นานมานี่ ผู้คนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชายหญิงและเด็กๆต่างวิ่งเล่น เดินกันไปมาทั่วลานหญ้าแห่งนี้ แต่เวลานี้ กลับมีแต่ผ้าสีขาวนวลผืนใหญ่ผูกไว้บนยอดไม้สูงปลิวหยอกเย้ากับสายลมเท่านั้นที่ไหว สะบัดโบก พะเยิบไปมาเท่านั้น

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 3, 2008

BUTTERFLY เรากับดอกไม้แห่งสวรรค์



29/1/51 เส้นทางสู่บ้านกร่าง ในรถที่เรานั่งกันมา วันนี้มีมิสซิส แอลลี่ กับมิสเตอร์แพ สามีภรรยาชาว สวีเดนนั่งมาด้วย ตามทางใบไม้โทนน้ำตาลร่วงเกลื่อนทับถมเต็มข้างพื้นถนน วันนี้มีความแตกต่างจากวันก่อนๆที่ใบไม้แห้งปลิวว่อนเปลี่ยนเป็นใบเปื่อยเปียกชื้นทับเกยซ้อนติดกัน บางแห่งแฉะฉ่ำแอ่งตื้นๆในหลุม บอมน้ำฝนสีแดงข้นขังค้างเป็นหย่อมๆ

ในป่าใหญ่ ฝนได้ชะโลมมอบความหวังต่อชีวิตที่อดอยากน้ำมานาน กว่า3 เดือนแล้ว ความชุ่มชื้นปรากฎให้เราเห็นทั่วป่าพื้นดินและต้นไม้ต่างเปล่งประกายความมีชีวิตกลับคืนอีกหน กิ่งไม้สูงที่ต่างทิ้งใบจนเหลือแต่ก้าน และกิ่งฝอย วันนี้มีปุ่มอ่อนๆรีบเร่งผลิติ่งตูมขึ้นมานิดๆ นี่แค่เพียงฝนแรกเท่านั้นเอง

เมื่อวานฝนในป่านี้ส่งสัญญาณบอกเรา เสียงฟ้าร้องและอากาศอบอ้าวในผาด่าง ฟ้าแล๊ปเป็นทางฝั่งป่าใหญ่ตะวันตก ให้ความหวังแก่ชาวผาด่าง อีกไม่นาน ฝนจากที่นี้จะเดินทางถึงชายขอบป่าบ้านของเรา ให้พวกเราจงอดทนรอต่อไป





ฝนแรกของปีนี้ได้เริ่มขึ้นและจบลงไปแล้ว เพื่อให้หมู่เหล่าผีเสื้อที่เราเห็นข้างหน้า ผีเสื้อพวกนั้นยอมบินตามกันและกันเป็นสายสั้นๆสูงๆต่ำๆเป็นเส้นลอนโค้งขนานกับพื้นดิน
สีเหลืองนวลละออที่เห็นเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ออกบินตามกันตามสัญชาตญานธรรมชาติ ผสมเกษรดอกไม้ป่า หรือรอนแรมตามหาคู่ กระจายเผ่าพันธุ์
ข้างทางอีกหมู่เหล่าผีเสื้อปีกงามล่อนเตี้ยๆ อวดขยับปีกละอองสีฝุ่น บินชิมและเพลิดเพลินชมดอกไม้ สวยงามกับภาพแสงอาทิตย์คอยส่องป่าให้เปิดสว่างนำทางพวกเจ้าเดินทาง



ผีเสื้อร่อนเป็นสายอยู่ข้างหน้า เมื่อลองหมุนตัวหันมองข้างหลังก็มีอีกกลุ่มบินอวดปีกบางสีเหลืองอ่อนร่อน ตามเราหรือตามกลุ่มผีเสื้อข้างหน้ากัน ชะเง้อมองไปไกลอีกนิดก็พบอีกและอีกกลุ่มบินพับปีกรอสายตาอยู่ พวกเธอคือใคร ผีเสื้อหนอนคูน หรือผีเสื้อเจ้าเณร

บ่ายแล้ว ยืนชะเง้อคอตั้ง มองเรือนยอดพุ่มใบสูงแผ่เป็นกลุ่มหนา สายลมกำลังทำงาน ช่วยโยกไหวพุ่มไม้สูงให้เอนไปเอนมา แสงแดดระยิบระยับรอคอยจดจ้องส่องแสงลงพื้นดิน เพื่อมอบแสงแดดอ่อนๆให้เหล่ากล้าไม้น้อยๆด้านล่าง สายลมอีกเหมือนกันคอยประคองโยกต้นน้อยๆหัดอ้าใบโตรับแสงสีทอง แดงอมส้ม ลงมาเต้นรำบนใบสีเขียวสลับเงา






ลำธารในยามบ่าย เส้นทางกลับสู่ผาด่าง กลางลำธารที่เราข้ามมาในตอนเช้า ผีเสื้อมหาศาลมารวมตัวกัน บินดักรอเราที่ลำธาร พวกเธอ มาเล่นแสงแดด มากินอาหารโปรดข้างลำธาร เจ้าแห่งเวลาส่งเราเป็นแขกรับเชิญให้ชมมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติอีกครั้ง เราฝันเอาเอง ผีเสื้อหรืออีกร่างของดอกไม้สวรรค์ เราได้เป็นชีวิตหนึ่งยืนร่วมกับเพื่อนผีเสื้อป่า




ไม่นานเจ้าแห่งเวลาพาผีเสื้อแสนสวยกลับไปหมดแล้ว ไปเก็บไว้ที่ใด ป่านี้กว้างใหญ่เราจะได้พบกันอีกเมื่อไร หลังฝนทุกครั้ง หรือ เมื่อใบไม้อาหารของพวกเธอแตกยอดอ่อนเต็มป่า




ผีเสื้อปลายปีกส้มเล็ก , ปลายปีกส้มใหญ่ , หนอนจรกา ,หนอนจำปี, หางพริ้ว ,หนอนพุทรา , ผีเสื้อหางติ่งปารีส, และสีของท้องฟ้าผีเสื้อสะพายฟ้า ,แต่เป็นผีเสื้อหนอนใบรักธรรมดานั่นเอง , ผีเสื้อฟ้าพุ่มตัวน้อยนิดเดียวแต่ล่อนลงร่วมกับผีเสื้อตัวใหญ่ ,เหลืองสยามลายขีด

ขอขอบคุณ คุณเกรียงไกร สุวรรณภักดิ์ ที่เรียบเรียงข้อมูลหนังสือชีวิตผีเสื้อให้ได้ค้นคว้าชีวิตปลายปีกบางเบาราวฝุ่นเหล่านี้




วันพฤหัสบดี, มกราคม 31, 2008

ค่ายเด็กด่านโงครั้งที่ 4

ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เด็กป่าจากโรงเรียนด่านโง ตามสัญญาให้เด็กน้อยทุกคนได้เข้าป่าแก่งกระจาน ขึ้นเขาพะเนินทุ่งชมทะเลหมอก ตามหาความหมายพบความยิ่งใหญ่ของผืนป่าแก่งกระจาน ป่าคือบ้านที่แท้จริงของพวกเขาทั้งหมดแล้ว นี่ไม่ใช้ครั้งสุดท้าย เสียงร่ำร้องอยากขอกลับมาบ้านแห่งนี้อีกหน จากปากของเด็กป่าตัวน้อยๆ







วันนี้ วันที่30 มกราคม 2551 เราได้มาที่เขาพะเนินทุ่ง เพื่อเรียนรู้บ้านใหญ่ของเรา เราได้พบสิ่งใหม่ๆ คือ นกเงือก นกแมลงปีกดำ เหยี่ยวรุ้ง นกเงือกมีปากใหญ่ มีโหนกแข็งที่โขนปาก ขนตายาวเป็นแผง บินเสียงดัง ร้องเสียงดัง




เรื่องบ้านของเราที่ป่าใหญ่

เราได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ มากมายเลยค่ะ เช่นนกพญาไฟสีแดง นกคัดคูมรกต นกแก้ว เมื่อตอนเช้าหนูได้เห็นทะเลหมอก เป็นส่วนหนึ่งของเรา ถ้าเราไปทำลายมัน มันก็จะไม่ให้เราเห็นอีกเลย



ด.ช. กริชน ทองทับ

เขาก็พาไปดูนก ผมได้เห็นนกที่สวยคือนกเขียวก้านตอง เป็นนกขนาดเล็ก หรือปานกลาง สีออกเขียว ขนฟูนุ่มปากสั้นมีใต้ลำคอสีดำ กินลูกไม้และน้ำหวานจากดอกไม้


ข้าพเจ้าเด็กหญิง สุพัตตรา ผ่องแก้ว มีความยินดีมากที่ได้มาเขาพะเนินทุ่ง ข้าพเจ้าเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยได้มา วันนี้มีโอกาสที่ได้มาก็ต้องขอขอบคุณแม่พี่โป๊ด และพ่อพี่โป๊ดที่ให้โอกาสพวกเรา นักเรียนด่านโง ได้รู้จกเฟริน เกาะไม้ นกคัดคูมรกตตัวเมีย และพญาไฟสีแดงตัวผู้ และนกโพระดกคอสีฟ้า

สรุป วันนี้ข้าพเจ้ามีความสุขมาก และถ้ามีโอกาสข้าพเจ้าจะมาเยี่ยมบ้านของเราใหม่นะค่ะ


เรื่องบ้านของเรา

ระหว่างทางได้เจอค่างแว่น ที่เกาะอยู่บนต้นไม้ ข้างทาง และเมื่อขับรถมาเรื่อยๆ ก็ได้เจอต้นผึ้ง และต้นเฟรินที่เกาะอยู่บนต้นไม้ และกล้วยไม้ป่าอีกหลายชนิด และขึ้นไปดูทะเลหมอก และดูนก พบนกหกเล็ก นกโพระดกคอสีฟ้า นกแว่นสีเทา เหยี่ยวรุ้ง

ด.ญ. เบญจรัตน์ หล่ำค้าขาย




เรื่องบ้านของฉันในป่าใหญ่



ด.ญ.กชมน ขำทอง

หนูไม่เคยได้เห็นอย่างนี้มาก่อน หนูดีใจมากที่ได้มาเที่ยว หนูได้เห็นนกเงือก มันตัวใหญ่มาก หนูได้เห็นปลาในลำธาร ตอนเช้าหนูได้เห็นทะเลหมอกด้วย หนูจะกลับไปบอกแม่ว่า วันนี้หนูได้ดูนกมากมายหลายชนิดค่ะ

สรุปว่า ถ้าเรามาเที่ยวป่า เราควรใส่ชุดที่เราควรไปเที่ยวป่า




บ้านของฉันชื่อป่าใหญ่

วันนี้เราได้ไปที่บ้านป่าใหญ่ อยู่ที่เขาพะเนินทุ่ง มาเพื่อดูสัตว์เช่นนกเงือก นกเหยี่ยว ค่างแว่น นกขุนแผน มักเกาะนิ่งเป็นเวลานานๆ ในระดับกลางต้น ขี้อาย นกเขียวก้านตอง

เรียงความเรื่องบ้านของฉัน การดูนกคือต้องไม่ส่งเสียงดัง ได้เห็นนกกำลังทำรัง เห็นนกหัวขวานแคระ อกเทาขนาดเล็ก หางสั้น ลำตัวสีเทาเข้มเกือบดำ

ด.ช. รุ่ง ป6 บรรเจิด วันเสือ


บ้านของเราที่ป่าใหญ่

เรามาที่เขาพะเนินทุ่งเพื่อมารู้จักบ้านของเรา....นกคัดคูมรกต มีลายเป็นขีดใต้ท้อง ไม่ทำรังเอง แต่วางไข่ไว้ในรังนกชนิดอื่น เพื่อให้เลี้ยงลูกแทน

ด.ญ. เสาวรส พันธ์ดี


เรียงความ เรื่อง บ้านของฉัน

การที่ธรรมชาติงดงามได้ เกิดจาการรักถิ่นฐานของตนเอง คือการดูแลรักษาป่า ป่าเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของเรา

คำว่าเรานั้นก็คือมนุษย์ซึ่งถ้าตนเองไม่รักไม่ดูแลบ้านของเราแล้ว ใครจะดูแล ถ้าเกิดการตัดไม้ทำลายป่าธรรมชาติก็จะไม่งอกงาม

นักเรียนโรงเรียนบ้านด่านโงขอขอบคุณคุณอมรที่ทำให้เราได้รักธรรมชาติที่งดงาม




รอยจำผาด่าง11

หนองน้ำดำ ห้วยไผ่ เวิ้งน้ำสีเข้มดำกว้างสุดสายตา แผ่นผืนน้ำโอบล้อมอ้อมขุนเขา มองคะเนหาความลึก พบแต่ความมืดมิดปกปิดซ่อนความลึกล้ำของหนองน้ำ เพียงชื่อเท่านั้นที่บอกเล่าเรื่องราวผืนป่าและหนองน้ำเท่านั้นเอง
ลานดอกจอกลอยแน่นเต็มข้างชายท่าฝั่งตรงข้าม เห็นวิตสีน้ำตาลเคลื่อนไหวนิดๆ ยกกล้องมองตาม นกbronze-winged jakana เดินเกลื่อนไปทั่วดอกจอกสีเขียวตุ่นๆ ขาที่เหมือนงุ่มง่ามเก้งก้างสีเขียวกลมกลืนกับหญ้าน้ำที่เหยียบย่ำ ทำหน้าที่ช่วย ให้ท่าทางก้มๆเงยๆหากิน น่าจดจำ น่าเอ็นดู และมีบางตัวเริ่มโต สีที่คอเริ่มเป็นสีส้มเข้มๆ จากสีน้ำตาลอ่อนเปรียบเทียบกับอีกตัวที่อ่อนวัยยืนข้างๆ และตัวพ่อสีสันหล่อเข้ม ปีกมันเลื่อมสะท้อนแสงเป็นสีทองแดงวาวเงาคอยเดินระวังภัยใกล้ๆไม่ห่างกันและกัน


common moorhen ตัวสีเกือบดำเข้ม แต่ปากแต่งแต้มด้วยสีแดงสด เดินปนเปร่วมกันกับพวกเจ้าbronze-wing jakana มีขาสีเขียวนิ้วยาวเก้งก้าวเดินหากินเงียบๆไกลจากที่เรายืนเฝ้ามองกับ แอลลี่ และมิสเตอร์แพ





ในวันนี้ไม่ว่าจะหมุนกล้องไปทางไหนของหนองน้ำดำก็พบแต่พวกเจ้ายืน และย่ำตีนเก้งก้างเดินไปทั่วหาดดอกจอก และมีเจ้า little grebe ว่ายออกมาและอวดวิธีหากินให้เราชม ท่าที่ก้มจมหัวตัวเองหาปลาเหลือแต่ตัวกลมๆเหมือนลูกบอลลูกเล็กๆ ลอยกระเพื่อมตามคลื่นน้ำ ทำให้เราหัวเราะขำเจ้าเป็ดผีเล็กตัวนี้


เหนือน้ำตอไม้แห้งผุ ยืนแช่น้ำตาย นกตัวใหม่ของเรา มิสเตอร์แพชี้ให้เราดู และบอกว่ามีนกเกาะ2ตัวมองไปคล้ายๆนกเอี้ยง เมื่อยกกล้องดู หัวและอกสีนวลเหลืองอ่อนๆปนม่วงอมเทา เรารีบจำลักษณะเด่นที่ชัดตาและจดจำ ข้างปีกด้านล่างแลบขาวเล็กน้อย
ไม่นานพอที่ประทับใจ เจ้าทั้งคู่ก็พากันบินไปในทิศที่เจ้าหันหน้าหาฟากฟ้าที่เปิดกว้าง ในหนังสือมีรูปและชื่อให้เราเรียกขาน vinous-breasted staring


มือยกกล้องคอยมองหา กระเต็นน้อยธรรมดา นกกระเต็นหัวดำ กระเต็นอกขาว นกยางgreat eget ในพุ่มกอกกตรงโคนต้น ยืนนิ่งสนิท เราบอกต่อเพื่อนๆว่าเห็นนกตัวหนึ่ง
ในมุมที่เจ้าเลือกยืนและมีความนิ่งเป็นการพรางกาย ให้กอกกที่คอยไหวเอนเป็นบังไพร ทำให้การหาเจ้าลำบากในช่วงแรก
ความโชคดียังอยู่ เจ้าไม่ย้ายตัว ยืนนิ่งนานจนทุกคน ค้นพบนกตัวสีเหลืองยืนกางขาใช้เท้าเกี่ยวต้นกกไว้ขาข้างละต้น
ภาพนกยางยืนกางขาเล่นกายกรรมในหนองบึงแห่งนี้ กับดวงอาทิตย์สีส้มกลมๆยามเย็น พวกเรา4คนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ มีความสบายใจ ผ่อนคลายโอบล้อมพร้อมกับสายลม ชื่อที่ให้เราจดจำ yellow bittern

วันอาทิตย์, มกราคม 27, 2008

รอยจำผาด่าง 10




22/1/51 เรามองออกนอกหน้าต่างรถ ฝนที่จากป่าไปนานมากแล้ว ป่าข้างทางเปลี่ยนตัวเองเป็นสีน้ำตาลกันหมด ดอกหญ้าแห้งข้างทางโบกลู่ปลิวโอนเอน แสงแดดจัดจ้านเริ่มเบาบางตาพอให้เรากล้ามองไปไกลๆ




เสียงจ๊อบเอ่ยขึ้นว่ามีควันไฟป่า อยู่ไม่ไกล และน่าจะมาจากทางผาด่าง คำพูดมาพร้อมกับผาด่างด้านหลังเริ่มปรากฎ เมื่อรถของเราวิ่งเข้าไปใกล้




แสงตะวันของวันนี้กำลังหมดไป ควันไฟเรามองไม่เห็นมากนัก แต่กลับได้เห็นสีส้มแดงฉานของเปลวไฟที่ลุกลามเลียเผาป่าลุกโชนสูงขึ้นเป็นบางครั้ง และแต่ละครั้งก็ส่งเสียงเคี้ยวกลืนทุกอย่าง




เสียงใบไม้ที่ยอมแพ้ เสียงไฟป่าเดินหน้าเผาสลายทุกอย่างและมีเจ้าแห่งลมนำพาไป จากตรงที่เรายืนและมองอยู่ เราไม่ได้รับรู้ความร้อนของเปลวไฟเลย แต่เรากลับยำเกรงและประหวั่นลึกๆ

วงจันทร์กำลังมา อีกไม่นาน ไม่ไกลจากเปลวไฟที่รออยู่ตรงตีนผาด่าง น้ำในอ่างน้ำผาด่างกับทิศตะวันออกของขอบน้ำ ทำให้ดวงจันทร์ที่นี่เกิดเป็น 2 ดวง


เมื่อเรายืนรอตรงนี้ ดวงจันทร์ก็จะมาตรงนี้ทุกๆวัน เราเริ่มมองเห็นดวงจันทร์ดวงเดิม แต่วันนี้เรารู้ว่า จะมีความแตกต่างกับทุกวันในผาด่าง


ดวงจันทร์เริ่มทอแสงเปล่งประกายสีแดงส้มแสดสด ช่างเป็นสีเดียวกับเปลวไฟป่า ดวงจันทร์ไม่ได้ช่วยให้ไฟป่าหยุดลงหรือช่วยซ้ำกระหน่ำเหมือนสายลม เพียงแต่ยืนมองอยู่ข้างๆ

เมื่อไฟป่าเริ่มเดินไต่เขาสูงขึ้นไปดวงจันทร์ก็ทำเหมือนกัน กำลังลอยเลื่อนสูงขึ้นจากท้องน้ำ เข้าหาท้องฟ้า เมื่อเราเข้านอน เสียงของไฟเบาอ่อนแรงแล้ว กลายเป็นเสียงกระซิบไกลๆและแผ่วเบา เจ้าพระจันทร์แสงงามประดับฟ้าได้ลอยอยู่เหนือหลังคาบ้านแล้ว


วันเสาร์, มกราคม 19, 2008

wild child

ความหมายของวันนี้คืออะไร บางอย่างที่แตกต่างออกไปไม่เหมือนทุกครั้งที่เคยเข้ามา บนรถกะบะ2 คันปุเรงๆ บรรทุกเด็กป่าตัวน้อยๆเข้าป่ามาด้วย






เป็นเด็กชาญหญิงเกิดรายรอบชายขอบป่าแห่งนี้ ทุกคน มีพ่อเป็นชาวบ้านทำไร่ แต่พ่อบางคนเป็นพรานล่าสัตว์ ลุงเป็นคนตัดไม้ มีน้ามีอาเป็นคนมีอิทธิพล



เด็กป่ากับป่าของพวกเขา ยามวิ่งเล่น กินนอนบนต้นไม้ วิ่งเข้าป่าตามพ่อ อาหารได้จากป่า ดินดีเกิดจากป่า เสาบ้านฝาบ้าน พื้นกระดานลากออกมาจากป่า และบางทีรื้อฝาเรือนออกขายเพื่อเข้าไปตัดชักลากออกมาใหม่เวียนวนอย่างนี้ พ่อยิงสัตว์ใหญ่แลกเป็นเงินตรา ลูกยิงสัตว์เล็กเพื่อเดินตามรอยเท้าของพ่อ



ป่าคือสิ่งสำคัญในหนังสือเรียนบอกไว้ คุณครูสอนไว้อย่างนั้นเหมือนกัน เด็กที่เกิดจากป่าแต่รักป่าจากหนังสือ

จะทำอย่างไรให้เด็กรู้ว่า ป่านั่นเองยืนรอพวกเขาอยู่ ตั้งแต่วันที่พวกเขาเกิดมา และป่ารักพวกเขาทุกคน ต้นไม้ทุกต้นใบทุกใบ เกิดมาเพื่อให้ไม่เปลี่ยนแปลง แค่ขอเพียงพยายามเข้าใจหน้าที่ของป่าเท่านั้นเอง



คำสัญญาที่เรามีให้เด็กน้อย คราวหน้าเมื่อเราพบกัน เราจะพากันเข้าไปชมภาพของพวกเขาและอ่านเรียงความที่เขียนกันกลางป่าแห่งนี้ จากอินเตอร์เนทเหมือนกับคนในเมือง ดวงตาของเด็กป่าต่างตื่นเต้น ดีใจที่จะมีเรื่องราวของเค้าในอินเตอร์เนท



ทำไมเราต้องทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดขึ้น โลกของอินเตอร์เนทมีประโยชน์มหาศาล เรารู้ดี และเราขอใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เนท ขออนุญาตใช้ห้องนี้เป็นทางลัด โลกคนเมืองเชื่อมกับโลกของคนบ้านป่า

ให้คนเมืองช่วยกันอ่านและทำเรื่องธรรมดานี้เป็นเรื่องพิเศษต่อเติมความหมายดี ๆ เมื่อเด็กน้อยชายหญิงได้อ่านทุกตัวอักษร พบสารที่ส่งมอบจากคนเมือง ในหัวใจเด็กเหล่านั้น คงเข้าใจ และพบเห็นตัวเองมีหน้าที่ กางแขนโอบปกป้องดูแลป่าของพวกเขาด้วยจิตรักป่าด้วยตัวเอง











วันเสาร์, มีนาคม 8, 2008

รอยจำผาด่าง 15




March 5, 2008 ในห้องกาแฟ ชาวบ้านและชาวผาด่างจับกลุ่มคุยเรื่องเสียงฝูงหมาป่าหอนเมื่อคืน บางคนบอกว่า ฝูงนี้ลงมาจากป่าชุมชน เห็นวิ่งไปมาบนถนนหน้าผาด่างและหอนเห่าเกือบทั้งคืน

เสียงเก้งเห่าตอบรับไกลๆ เป็นสัญญาณเตือนภัย ว่ามีการไล่ล่าเกิดขึ้นด้วย ชาวบ้านต้องระวังสัตว์เลี้ยง และนำเรื่องหมาป่าลงหมู่บ้านเข้าห้องประชุมชาวบ้านในวันนี้ด้วย


ชาวผาด่างก็ประชุมเหมือนกันแต่เป็นการวางแผนเรื่องงานนับนก ที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติจัดนับนกแก่งกระจานขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า


ผาด่างบ้านป่าถูกเลือกเป็นที่พักและรับประทานอาหาร และเป็นที่จัดเสวนาในหัวข้อเกี่ยวกับป่าแก่งกระจานอีกด้วย





ชาวผาด่างถูกแบ่งให้กระจายการรับผิดชอบ บางคนเรื่องลานกางเตนท์ หลายคนรับผิดชอบประจำเรื่องครัว เครื่องดื่ม ประจำห้องขายของที่ระลึก เราประชุมกันหลายรอบ ยิ่งประชุมเราก็พบลายละเอียดของเนื้องานเพิ่มขึ้นแต่นั่นคือสิ่งดีที่เราพอใจอย่างยิ่ง



March 5, 2008 นกต่างๆในผาด่างครั้งนี้กลับเงียบเหงา มีแต่เสียงนก collared scrop owl ส่งเสียงร้องฝ่าความมืดในยามค่ำคืน นกกระเต็นน้อยธรรมดา ไม่ส่งเสียงกระซิบบอกเล่าว่าอยู่ตรงนี้ตรงไหนบ้างเลย หรือว่า….ถึงเวลาที่เราต้องจากกันแล้ว เป็นประจำอย่างนี้ทุกปี


เราพบเบสตอนเย็น บอกกับเบสว่า ตอนนี้เบสมี่เงินที่เพื่อนป้ากุ้งบริจาคไว้ให้ ฝากไว้กับพี่เก๋ เป็นจำนวนเงิน 1,700 บาท และให้เบสมาเบิกเป็นค่าขนมไปกินที่โรงเรียนทุกวันจันทร์นะ





เบสบอกว่าตอนนี้ย่าของเบสบอกว่าอยากย้ายกลับไปอยู่ระยอง เพราะย่าไม่มีเสื้อหนาวใส่ ทนความหนาวตอนกลางคืนไม่ไหว






เรามองเห็นภาพความทุกข์ ความทรมานจากเสื้อหนาวบางเก่าตัวนั้น และบ้านของเบส บ้านที่ไม่มีฝา มีแต่หลังคาจาก















วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 28, 2008

ทุ่งใหญ่นเรศวร







ใบไม้ตกที่ทิคอง 21/2/51

เส้นทางเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเราลืมตาขึ้นในรถที่พาเราเดินทาง ภูเขาหินปูนเรียงยาวเป็นกำแพงยาวกั้นปิดบางอย่างไว้ด้านหลัง ไอหมอกหนาและบางลอยคลุมกำแพงเขาที่อยู่ข้างหน้าเป็นการบอกว่า เรามาถึงทองผาภูมิแล้วจริงๆ

ถนนทางลูกรังและฝุ่นสีแดง ฟุ้งตามล้อหลังและสะบัดจนกระจาย ผ่านหมู่บ้านทุ่งเสือโทน ป่าที่เราจากไปเสียนานจะปรากฏ ให้เห็นกันอีกครั้ง







ป่าข้างทางใบไม้สีเขียวเข้มตลอด สองข้างทาง สลับป่าที่เต็งรังเต็มไปด้วยกิ่งก้านแต่ไร้ใบ และเมื่อมาถึงป้ายทุ่งใหญ่ ป้ายอันใหม่และใหญ่มาก ป้ายหนังสือตัวโตนอนแนวสูงขวางถนนให้รถเราลอดผ่าน





นกป่าแห่งทินวยส่งเสียงคุยกันสนั่น หลายตัววนเวียนลงมาเกาะใกล้ๆมองเรา และบินเลียดต่ำๆ จากไปลงดินข้างหน้า หลอกเราให้หลงเดินเข้าไปหา เพื่อบินจากครั้งสุดท้ายไปไกลสูงสุดยอดไม้ นกปรอดดำ ปากแดง ขาแดงแจ๊ดแจ๋ นกปรอดสีเขม่าก้นแดงไม่เหมือนผาด่างบ้านเราที่เจ้านกชนิดนี้ก้นจะเป็นสีเหลือง





ลำธารทิคองเป็นสายน้ำไหลเล็กๆ ที่ชอบร้องเพลง นกนกเด้าลมหลังเทาลงเกาะหินเปียกและเย็นตรงหน้า ใกล้ๆ งดงามกับผีเสื้อสวยกลุ่มใหญ่ แสงแดดเองยังชอบแวะเวียนลงมาแตะฟังลำธารร้องเพลงด้วยเหมือนกัน

ความทรงจำในอดีต มีภาพนกกางเขนน้ำร้องเสียงเคาะแก้ว และวิ่งตัดหน้าเรา คราวนี้ไม่มีภาพและเสียงเรียกอย่างเดิม แต่เราไม่เคยเลิกหวัง แม้แต่เมื่อรถหมุน ล้อเลื่อนออกจากทิคองแล้วก็ตาม







นกอะไร ย้ายจากต้นงิ้วสูงลิ่วย้อนแสง ลงมาให้เห็นพวกเจ้าใกล้ๆ บนกิ่งไม้ไร้ใบที่เตี้ยกว่า มีแต่ดอกไม้ดอกเล็กๆสีทองเป็นแค่ช่อบางๆ ตัวนกสีเขียวใบไม้สดเท้าเกาะเกี่ยวห้อยหัว ปากโค้งงุ้มสีแดงสด ชื่อนกหกเล็ก นกกินปลีอกสีเพลิง นกแว่นตาขาว




นกขมิ้นหัวดำ ทิคองพาเจ้านกสวยสีเหลืองพิลาศตัวนี้ลงใกล้ตัวเราเพื่อจับหนอนอ้วนตัวนั้น และเราก็เหมือนจะเอื้อมจับเธอได้

และพาเราเดินตามจนพบรังรักของพวกเธอกับลูกนกตัวน้อยๆ



22/2/51 เช้าแล้ว บนเทลเดินป่าเขื่อนน้ำโจน เก้งลงกินโป่ง และตระหนกเตลิดเข้าป่าไป เรารอจนเจ้ากลับมาอีกครั้ง แต่เราต้องมีความสุภาพต่อเจ้ามากขึ้นกว่าเดิม

ในป่าที่สวยงามเรากลับเป็นฝ่ายจากมามีเจ้าเพลิดเพลินกินอาหารเช้าไว้เบื้องหลัง





นกแก๊กบินข้ามฟ้าให้พวกเราเหลียวคอมองหา ดอกไม้ป่าร่วงลงพื้น และมีบ้างสวยจนเราก้มลงเก็บจากพื้น และเดินตามเก็บอีกดอก และอีกดอกที่ล่วงเลยหน้าเราไป ผ่านมาไม่กี่ก้าว ดอกไม้ป่าอีกสีก็กลาดเกลื่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกเล็กขาวนวลๆ เกลื่อนบนทางเดินลูกรัง และเกลื่อนข้างทางในพงหญ้าแห้ง




เราแหงนหน้ามองต้นแม่ เห็นไม้ป่าเต็งรังหลายต้นหลายชนิดยืนปนในหมู่กลุ่มใกล้กัน ต่างมีสีที่แตกต่างแต่เป็นสีออกคลุมโทนส้ม น้ำตาล เหลือง และสีทอง งดงามเกินจะจากเดินไปเฉยๆ

ก่อนจะจากเทลห้วยน้ำโจน นก common hoopoe 2-3 ตัวกระโดดแตะกิ่งไม้ย้ายตัว ขยับรวมกลุ่มไปมาใกล้ๆกัน นกเองมองมาที่มนุษย์อย่างเรา เห็นภาพคนยืนและเดินย้ายตามตัวกัน เพื่อหามุมมองใกล้ๆนกกลุ่มนี้ ทั้งคนและนกต่างทำอย่างเดียวกันในป่าทุ่งใหญ่นี้

ป่าไผ่ ที่ซ้งไท้

ซ้งไท้ถูกเลือกเป็นคืนสุดท้ายเพื่อระลึกซ้อนเก็บเป็นความทรงจำ เตือนครั้งนี้เรานอนที่ไหนบ้างในป่าทุ่งใหญ่


ลำธารตรงหน้าเรา มองทางขวา น้ำวิ่งเลี้ยวไหลละเลียดมาจากโค้งซ้าย และไหลผ่านข้อเท้าเราไป เพียงชะโงกหน้ามองตามน้ำใสที่เลยผ่านไป เห็นลำน้ำลิ่ววิ่งเข้าโค้งซ้ายมือ เราตามใจอีกแล้วเดินตามสายน้ำที่ชักชวนเราด้วยเงาน้ำสีขาวราวกระจก เมื่อก้าวมาถึงเพื่อหยุด พบอีกโค้งของลำธารสวยก็ยั่วเราอีกแล้ว จะมีอะไรรอเราอยู่และจะสวยงามเหมือนที่เพิ่งก้าวย่ำมาหรือเปล่า





เราก้าวตามหาโค้งน้ำสวยระยิบระยับลึกเกินข้อเท้า เลิกขากางเกงม้วนขึ้นก้าวย่ำวางเท้าบนก้อนหินละเอียด จิกปลายเท้าในหมู่หินลื่นใต้น้ำ จนมั่นใจจึงก้าวขยับไปอย่างช้าๆ บางจุดมีกิ่งไม้ป่าที่ละเลียดผิวน้ำ มีบางกิ่งให้เราเกาะเหนี่ยว สายตาเรามองสายน้ำที่เดินทาง บางช่วงสายน้ำก็หัวเราะกับก้อนหินก้อนโต








อะไรบางอย่างขยับยืนแช่ในลำธารไม่ไกล และเราสบตากัน กวางสีดำเทาตัวใหญ่ ทั้งคู่ต่างนิ่งไม่กล้าขยับตัว กวางมองเรา เรามองกวาง ความพิเศษซึมซับลงตรงหัวใจ เรากับกวางป่า แค่สองชีวิตได้ยืนอยู่ด้วยกัน และทำได้แค่มองกันและกัน






ยามเย็นเราเดินชมป่าซ้งไท้ มีนกป่า white- bellied woodpecker ,white - rumped woodpecker ให้เราชมสลับชมไม้ป่าแห่งราศีกุม อาทิตย์ที่ส่องแสงให้ฟ้าฝั่งเดียวกันเป็นสีส้มใกล้จะลับป่าไผ่แล้ว เส้นทางของลำห้วยแห้งข้างหน้า คงเป็นที่สายน้ำเคยเดินทางผ่านมาทางนี้







วันนี้เมื่อการเดินทางของสายน้ำจบลง พร้อมกับการสิ้นสุดของฤดูวสันต์ ลำธารของสายน้ำกลายเป็นลำธารของใบไผ่ สายลมช่วยละบัดหมู่ใบไผ่ที่รอร่วงจากต้นและคว้างปลิวตามแต่ลมจะพัดพาลงและไหลนอนกองทับถมจนไม่เห็นผิวดิน ลำธารใบไผ่ข้างหน้าเราเป็นสีน้ำตาลทองอ่อนๆ เมื่อเราเดินเหยียบย่ำก้าวแต่ละก้าว ใบไผ่ใต้เท้าก็ส่งเสียง เสียงนั้นคล้ายกระดาษที่ถูกบิดให้เราฟัง





23/2/51 นกป่ามากมายพากันบินให้เราได้พบกันตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามา และเกือบสุดท้ายของแสงตะวันของวันนี้ นกไต่ไม้ เจ้าคือผู้มาล่ำลา เราอยู่เพียงดิน เจ้าเกาะเดินข้างไม้เต็งสูง และโผไปหาอีกต้นหายลับไปในพุ่มใบหนา

เมื่อเกือบสุดท้ายของแสงเรืองๆ เหมือนบอกว่า หากตะวันหมดแสงลง การจากกันจะมาแทนที่การมองหาเพื่อนนกทุกตัวแล้ว





ยามเย็นมาถึงแล้ว เราละเลียดในป่าทุ่งใหญ่อีกไม่ได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่เราจะอ้างได้ เจ้าแห่งเวลาพาพวกเรากลับมาถึงปลายปากทาง ส่งเราหันหลังออกจากป่าแห่งนี้อีกครั้งนี้




…. ไม่มีความจำเป็นที่จะมองย้อนหันหลังกลับไปมอง เราให้เหตุผลได้ว่า เมื่อมาถึงประตูแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร เราเฝ้าจมตัวเองฝังร่างเข้าป่าทุ่งใหญ่ ตั้งแต่วินาทีที่เห็นป้ายเข้าเขตทุ่งใหญ่ เราสูดกลิ่นใบไม้ทุกใบ เรามองต้นไม้ทุกตันที่มองเห็น มองหากล้วยไม้ป่าสีใดช่อไหนจะเป็นช่อแรกของการพบเห็น และสัญญาว่าจะมองทุกช่อเพื่อจดจำช่อใดจะเป็นช่อสุดท้ายให้กล่าวลา


กาลเวลากำหนดตัวเราเพื่อกลับมาอยู่กับป่าทุ่งใหญ่อีกครั้ง แต่มีความแตกต่างออกไป เราสามารถมีตัวหนังสือเป็นเพื่อนเชื่อมร้อยเรียงเรื่องของป่าทุ่งใหญ่กับตัวเรา เพื่อนตัวหนังสือสามารถทวนความรักของเราได้ไม่รู้จบ



รอยจำผาด่าง14


รอยจำผาด่าง14

27/2/51 แผ่นปูนก่อนก้าวขึ้นบันไดบ้านริมน้ำ เสียงก๊อบแก๊บของกิ่งไม้แห้งกระทบกัน และเงาไหว อะไรบางอย่างเคลื่อนไหว มีทั้งขยับย้าย กับ กระจายตัว มีนกอะไรให้เราหยุดนิ่งเพื่อจ้องหาแต่เช้า และมีเพียงหนึ่งร้องไม่ยอมหยุด อีกตัวขยับเข้าไปหาคอยยืนอยู่ใกล้ๆ






นกกระรางสร้อยคอใหญ่ป้อนเหยื่อให้ลูกที่คอยแต่อ้อนร้องเรียกพ่อแม่ ในวันนี้ตอนสายหน้าบ้านนกเงือก ในตอนบ่ายต้นมะม่วงลานต้นสน เสียงเจ้าลูกน้อยของกระรางสร้อยคอใหญ่ ทำให้เราได้พบพวกพี่น้องของเจ้าเคลื่อนกายไปมารอบผาด่างตลอดทั้งวัน







ทางเดินเข้าบ้านนกเงือก เกือบสามทุ่มแล้ว จ๊อบเรียกเราเบาๆ เสียงแบบนี้ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งแน่นอน ในความมืดแสงจากไฟฉายบางๆ นกตัวนี้เกาะอยู่บนกิ่งไม้ไม่สูงมาก collared scrop owl หมุนคอไปมา360 องศาบางช่วงก็เหมือนกับจ้องเขม็งมาทางเรา มนุษย์สองคน

นกร้อง บู้วววว และเงียบไปสักพักนานกว่าอึดใจ และซ้ำเสียงเดิม บู้วววว นกตัวนี้เราเดินตามหาในผาด่างมาเกือบเดือนแล้ว หลายครั้งเมื่อส่องไฟตามหาเธอก็โผหายไปในความมืด แต่ยามราตรี เสียงนี้มักร้องขับขาน รอบๆผาด่าง บางครั้งแว่วจากที่ไกล แต่บางครั้งก็แค่ข้างหัวนอน





ดอกไม้ดอกนี้ต้นเล็กๆแต่คอยออกดอกสีขาวระย้าอวดให้เราได้มองอย่งชื่นใจเสมอ เราเลือกมาหนึ่งช่อเสียบแจกัน และเด็ดดอกเล็กๆ สีขาววางไว้ในจานให้ลูกค้าคณะ royal & sun ที่เข้ามาดูสถานที่จัดค่ายเยาวชนในผาด่าง คุณเอ่ยปากชมธรรมชาติที่นี่และพวกเราที่นำเอกลักษ์ความสวยงามของผาด่างออกมาให้เห็นและจัดวางอย่างลงตัว






28/2/51 จ๊อบเล่าให้ฟังว่าเห็นชาวบ้าน2คน ขับรถเครื่องผ่านไป เห็นมีกรงนกต่อ ถืออยู่ในมือคนซ้อนท้ายด้วย จ๊อบให้ความเห็นว่า คงไปต่อนกแน่ๆ เรารับฟังเรื่องหนักใจนี้ด้วยความเงียบ






บ่าย 2โมง ในห้องอาหาร ลูกค้าเข้ามาสั่งต้มจืดข้างรั้ว เราส่งไผ่ไปช่วยเก็บใบตำลึงที่แตกยอดอ่อน ข้างบ่อแห้ง ไผ่เดินไปสวนกับลูกค้าชาวบ้านเข้ามาขอโทรศัพท์ และยืนพูดคุยหน้าร้านผาด่าง เป็นเรื่องค้านกป่า เรื่องที่ลือกันในหมู่ชาวบ้าน วันนี้เรื่องนี้เป็นความจริงที่เราได้สดับรับรู้ เราจะช่วยนกป่าเหล่านั้นได้อย่างไร







วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 25, 2008

เยือนอินทนนท์ กับbcst กุมภาพันธ์ 2551







เยือนอินทนนท์ กับbcst

บนรถตู้ที่มุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์ คือเวลาของการเริ่มต้นเดินทางไปหานกเหนือ มีคุณกวิน ชุติมา นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และคุณ วิชา นรังสี เป็นbird leader




นกที่ด่านสองคือจุดแรก ของการเริ่มร้อยโซ่มิตรภาพให้เกิดขึ้นระหว่างพวกเรา ทุกคนต่างต้องเดินตามคนข้างหน้า สอดสายตามองหานกอะไรก็ได้ ตัวใหญ่ หรือตัวน้อยๆ เรือนยอดไม้สูง


แค่ให้เห็นใบไม้ไหว ก็คาดไว้เจ้านกน้อยสีสวยตัวใดทำใบไม้แกว่งไกว หรือเหนือยอดหญ้าพุ่มเตี้ยรกเลียดดินต่อหน้าต่อตาเรา นกกระโดดออกมาให้เห็นเพียงวินาทีแสนสั้น

กว่าจะทันได้บอกเพื่อนข้างๆ เจ้านกน่ารักแกล้งกระโดดหลบหายไป เจ้าตัวใหม่ออกมาล่อให้พวกเราตื่นเต้น จ้องตามเจ้าขนปุยๆตาแป๋ว



ตรงหลังครัวเก่าศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว คุณวิชาส่งภาษามือ ให้พวกเรา ผมเห็น blue wistering thrush รอกันตรงนี้นะ





คงออกมาเพราะมีเศษอาหาร ไม่นานเกินรอ blue whistling thrush ตัวนั้นก็กระโดดออกมาและใกล้เข้ามา นกสีน้ำเงินเข้มลายดำพรางในตัว เจ้าสามสี่ตัวนี้ black-throated laughingthrush ก็เริงร่าตามออกมา



เดินหากินไปทางขวา เดินเข้าใกล้เราอีกนิดและเขยิบออกซ้ายไปอีกหน่อย วนเวียนอยู่ข้างหน้าต่อหน้าต่อใจ เวลาของความเพลิดเพลินเนิ่นนานจบสิ้นลง




เมื่อนกอิ่มและค่อยๆกระโดดย้องแย้งออกไปไกล ทีละนิด ทีละนิด เข้าไปในป่าที่มีความมืดสลัวรออยู่และห่มพรางพวกเจ้าไว้ทุกตัว





ทางลงบันไดปูนไม่กี่ก้าว ข้างๆเท้าที่ก้าวเดิน หลายตัวกระโดดให้ก้มจดจ้องชิดติดใกล้ ในใจเราตะโกนถามเจ้านกสวยและหล่อ ไม่กลัวเราเหรอ หรือว่าเรากลัวเจ้าไปเอง อีกหลายๆตัวยั่วยวนว่าตรงนี้







ตรงนี้เราอยู่ตรงนี้ จะมองสีสวยปีกวาวของเราไหม นกสองวงษ์ สามวงษ์ สีน้ำตาลคอลาย หรือ สีสดสว่างเจิดจ้า ห้อยตัวกินแมลงจากใยแมงมุม และก้มหัวผลุบโผล่จุ่มหัวกินน้ำหวานจากดอกแดงโตอาบน้ำค้างฉ่ำชื้น




สะพานไม้ท่อน กว้างไม่มาก ถูกสร้างต่อเรียงยาวผ่าป่าดึกดำบรรพ์ นกตัวเล็กๆคิ้วสีขาวหลังน้ำเงินอมเทากระโดดออกมากับชีวิตคู่ที่ต่างสีกันออกไป พวกเรายืนข้างบนราวสะพานไม้ บางคนก้มหน้าข้ามระเบียง บางคนนั่งลงและยื่นหัวออกนอกราวระเบียง เพื่อหาอะไร ตามเสียงคุณวิชา นกsnowy-browed flycatcher นกคู่ตัวน้อยนิดน่ารักอยู่ข้างล่าง

แสงแดดตรงนี้เป็นสีเทาดำสลัวคลุมผืนดินฟองน้ำ สีของเจ้าตัวเล็กช่างกลมกลืนกับแสงแดดคล้ำและผืนดินเซิบน้ำให้ทุกอย่างข้างหน้าเราเป็นสีเดียวกัน




ไม่ยากที่จะมองหา หากต้องมีใจเพียงเท่านั้นที่พาให้พบเจ้าเกาะอยู่หลังกอพุ่มไม้บางเตี้ย ตรงแสงแดดบางๆลอดผ่านลงมา และเหมือนหายไปเมื่อลมแรงพัดเงาไม้ใหญ่เรือนยอดไหวโยก ปิดสีของเจ้าจนกลืนกับความสลัว เห็นอีกครั้งคือคิ้วขาวจิ๋วยามเจ้าขยับเอี้ยวคอนิดๆ




น้ำตกห้วยทรายเหลือง อีกจุดของบ้านพักอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์




บ้านพักยามเย็น ทะเบียนทุกคันรถเป็นชาวเชียงใหม่ แขกกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้รวมผองเพื่อนพี่น้องลูกหลาน จัดสังสรรค์กันกลางป่าใหญ่ ลำโพงถูก ตั้งเรียง ไมค์โครโฟนถูกทดลองเสียง กลิ่นปิ้งย่างของอาหารทะเล บรรยากาศถูกจัดแต่งเหมือนบ่งบอกอภิสิทธิ์เหนือกฎอุทยาน เจ้าหน้าที่อุทยานใครคือผู้อนุญาติให้ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ย่ำยีกฎระเบียบอุทยาน
ให้มนุษย์กลุ่มนี้เข้ายึดใช้ธรรมชาติอินทนนท์ร้องคาราโอเกะออกไมค์ ทำลายความเงียบสงบของป่าไพร แม้ยามหลับนอน รบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เพื่อความเพลิดเพลิน เมาสุรา อาหารกลิ่นปิ้งย่าง กลุ่มเรา และนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นคือผู้พลัดหลงแปลกปลอมของสถานที่นี้หรือ คุณวิชาสำทับเจ้าหน้าที่อุทยานที่เข้าเวรในเรื่องนี้ ทั้งรอบเย็น และต้องย้ำเตือนอีกครั้งในรอบดึก จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความกล้านำกฎระเบียบของอุทยานไปแจ้งกลุ่มนี้ ให้ระงับการใช้เครื่องเสียง

คุณกวินและคุณวิชา พูดคุยเรื่องกลุ่มคาราโอเกะเมื่อคืน ที่ยอมสงบลง และกล่าวชื่นชมพวกนั้น ที่ เก็บขยะ ทำความสะอาดลานกางเต๊นท์ได้ดีมาก





สวนท้อ ใต้กลุ่มต้นท้อที่กำลังผลิลูกท้อเต็มต้น มีมากมายล่วงเกลื่อน เราเด็จลูกท้อกัดชิม รสชาดฝาดขมน้อยๆอมเปรี้ยวแต่ไม่นานรสขมก็กลายเป็นหวานนานชุ่มคอเหลือเกิน





คุณวิชาพาพวกเรามาที่นี่ ให้มาพบกับ 2 ตัวนกหลังสีส้มสนิม daurian redstart นาทีที่พวกเราได้รู้จัก ได้ยลโฉมนกน้อยแกล้งอีกแล้ว คอยกระโดดเข้าใกล้แล้วเปลี่ยนใจ








บินหายแว๊บไปหลังต้นท้อหนาใหญ่ จนยากที่ให้หลจะสอดสายตามองหา แต่ไม่นานก็กลับใจ ออกมาให้เราตื่นเต้น คราวนี้เราประหม่ากลัวเจ้านกหล่อ นกสวยจะแกล้งงชะเง้อหาตามกิ่งไม้ว่างเปล่า

สายฟองสีขาวของน้ำตกวชิรธาร คุณวิชาเดินนำหน้าไป ไม่นานก็กลับมาเรียกพวกเรา plumbeous redstart นกเพศเมียตัวนี้ยืนรอพวกเราตรงโขดหิน



กลางลำธารมีกิ่งใบไม้ยื่นไปหาโขดหินบังเจ้านกอกกลมลายๆ เราได้เห็นท่าทีของนกตกใจ แต่ไม่นานหลังคลายความตื่นกลัวก็ยอมให้เราเก็บภาพสาวสวยเป็นที่ระลึก


พวกเรามีแต่รอยยิ้ม กับคำที่พูดออกมา ขอบคุณค่ะ ตอบแทนเธอผู้นี้ เพื่อหันหลังจากมา

และตัวนี้ธรรมชาติส่งนกรูปหล่อแต่งชุดแต่งงานเพื่อคุณวิชา คุณวิชาให้ความละเอียดสาระสำคัญกับนกตัวนี้เป็นพิเศษ จนพวกเราตื่นตูมตาม
จ้องดูนกตามเสียงบอกสอนให้สังเกตุจุดที่คอของนกที่เปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม ตามฤดูกาลของการผสมพันธุ์ กล้องในมือ ถูกส่งให้คุณวิชาได้เก็บภาพนกในชุดผสมพันธุ์ ภาพนกกระโดดเล่นฟองฝอยกระเซ็นของน้ำในลำธารและมีคุณวิชาเดินตามเก็บภาพนกตัวนี้ เดินไปอีกมุม และย้อนเดินกลับไปอีกมุม


เสียงบางเสียงยังแว่วในใจเรา คำถามบางคำถาม คุณวิชาเป็นนักถ่ายภาพนก ทำไมมาอินทนนท์คราวนี้ไม่มีกล้องมาด้วย คำตอบธรรมดา ผมมาทำหน้าที่เป็น bird leader หน้าที่ช่างภาพผมเอามาด้วยไม่ได้ คือคำตอบที่เราเรียนรู้บนเส้นทางกลับบ้าน

วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 23, 2008

นกตีทอง (Coppersmith Barbet )


นกตีทอง (Coppersmith Barbet )นกตีทองมีความยาวจากปลายปากจดปลายหาง 16 ซม. เป็นนกในวงศ์นกโพระดกที่เล็กที่สุด ในจำนวนนกโพระดกทั้งสิ้น 13 ชนิด ที่พบในไทย (ทั่วโลกมี 27 ชนิด ) ลักษณะเด่น ที่จำได้ง่าย ลำตัวค่อนข้างป้อม เทอะทะ แต่แข็งแรง คอสั้นมาก หัวโต จนดูเหมือนนกไม่มีคอ ปากหนา และ แข็งแรง ซึ่งจะกว้างมากตอนโคนปาก และ ปลายปากแหลม สันปากบนโค้งลง เล็ก น้อย รอบโคนปากและคาง มีขนแข็งๆยาวๆ คล้ายหนวด และ รอบโคน ปากก็มี ขน เส้นแข็งๆ ยาว ออกมาจนดูคล้ายหนวด เป็นสาเหตุให้นักปักษีวิทยาชาวฝรั่งเศส ชื่อ บริชชัน ( Brisson ) เรียกมันว่า Barbu ซึ่งในภาษาฝรั่งเศส แปล ว่า "ผู้มีหนวดยาว " ต่อมาก็เพี้ยนเป็น Barbet ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน นกในวงศ์นี้ มีปีกสั้น หางสั้น ขาของนกในวงศ์นี้ก็ สั้น แต่เท้าใหญ่ นิ้วเท้ายื่นไป ข้าง หน้า 2 นิ้ว และ ยื่นไปข้าง หลัง 2 นิ้ว เช่นเดียวกับนกหัวขวาน หรือ นกแก้ว , เล็บโค้งแหลม (จากเว็บ zyworld ) จากคุณ : hd2003 (helpdesk2003)

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 18, 2008

รอยจำผาด่าง13





รอยจำผาด่าง13

13/2/51 เสียงคุณกลอฟ์ ผมเห็นแล้วครับ บินหลบบินขยับอยู่ตรงพุ่มไม้ใหญ่ข้างหน้า หลายตัวอยู่นะครับพี่กุ้ง เรากระซิบด้วยสัญญาณมือ ฝูงนกหลายชนิดบินเวียนเข้าออกที่ต้นไทร ชวนหนุ่มส่องกล้องสองตามองฝ่าพุ่มไม้หนาตาตามมือเรา นกป่าบินให้เห็นไหวๆหลังใบไม้สีเขียวพุ่มโต หรือแค่ให้กำลังใจแก่พวกเราจดจ้องมองตาม

แต่อะไรอีกเล่าที่ทำให้เราละสายตาหาเจ้านกป่า ดอกไม้ป่าสีขาวสดใสบอบบางเป็นแส้เส้นบางๆ ควงสว่านหมุนๆ….แล้วก็หมุนๆ….หมุนตั้งฉากดอกบานตรงชี้ฟ้า ไม่เหมือนดอกไม้อื่นคว่ำหน้าหรือตะแคงสู่ดิน ก่อนลงแตะพื้นเบาๆ เจ้าแห่งสายลมคอยแกล้งยั่วเรา จับดอกไม้ป่าอีกดอก หลุดจากขั้ว แล้วจับหมุนๆ…วนๆรอบตัวเอง หมุนกลางฟ้า กลางป่า ใจเรามองตามจนดอกแตะพื้นดิน อีกดอกแล้ว…กลางฟ้า ยั่วยวนให้มองตาม เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไป ดอกไม้สีขาวฝอยๆเจ้าร่วงเพื่อเต้นรำ ระบำ กลางฟ้า จะละสายตาจากดอกไม้ที่คอยอวดดอกฟูฝอย หรือมองหานกดี




นกขุนทองมาเป็นฝูงแล้วจากไป และไม่นานก็พาพวกพี่น้องบินกลับมาให้เราเพลิดเพลินตลอดทางไปและกลับผาด่าง นกโพระดกหูเขียวและโพระดกคอฟ้าแข่งกันสลับร้อง ให้เราแหงนคอมองหาเพื่อจดจำและเรียนรู้ว่าจำได้หรือเปล่า นกแก๊กมาหาเรามากมายแต่ไม่ยอมให้เรามองจนเบื่อตา มีบางตัวเท่านั้นที่ยืนเกาะกิ่งแห้งสูงไร้ใบ มองเราเพียงแว๊บเดียวและหันไปทอดสายตาปล่อยอารมณ์มองฟ้าและป่ากว้าง นกกกหรือกาฮัง greater hornbill บินขยับเข้าหาลูกไทร จากกิ่งนี้ ไปกิ่งโน้น ฤดูแห่งการทำรังได้เริ่มขึ้น วันนี้คู่ชีวิตเจ้าอยู่ในโพรงที่ไหนในป่าแห่งนี้







ทางเดินป่าจากต้นกร่างประมาณ 500 เมตร นกสีน้ำตาลข้างทางเธอทำให้เรายกกล้องมองหา และทำให้หัวใจเรายิ้ม นกอะไร สีน้ำตาลเข้มจนเหมือนเม็ดมะขาม แต่ปากเล็กๆสีส้มแปร๊ด วงรอบตาสีแดง ท้องเป็นลายบาร์ ต้องเป็นนกคัคคูตัวไหน ในหนังสือ violet cuckoo ตัวผู้ แต่ทำไมเราไม่เห็นเป็นสีม่วงตามในหนังสือ เราคงต้องตามหาคำตอบ









ใกล้ป้ายดงเสือดาว ลิงตัวนี้มองสบตากับเราผ่านกล้องสองตา ใช่ลิงๆแน่ๆ แต่เราไม่เคยเห็นลิงในบ้านกร่างมาก่อน เรื่องนี้ค้างคาใจเราอีกแล้ว นกหัวขวาน greater fameback ,grey- headed woodpecker สองคู่สี่ตัวสองชายสองหญิง บนต้นสะเรียงใหญ่ยืนเกาะขยับขึ้นไปกิ่งซ้าย อีกคู่เกาะกิ่งขวาสูงยืนนิ่งนาน ให้เราเรียนรู้แยกเผ่าวงษ์และจากไปเมื่อบทเรียนจบสิ้นลง

นกหลายหลากสกุล คอยขยับตัวโผไปที่ต้นโน้น ต้นนี้ให้ ร้องขับขาน แตกต่างทั้งทำนองและโทนเสียง เราไม่เบื่อ…รอ…เพื่อมองหา ไม่ว่าจะเป็นตัวซ้ำๆ เพียงหวังพบนกตัวใหม่ เจ้ายืนเกาะกิ่งไม้ไม่ไกล ตัวอ้วนสีดำแต่งแดงข้างปีกนิดๆ หันหน้ามาให้มองเห็น…..ปาก สีฟ้าของเทอคอยซ์ หันมาอีกแล้วเพื่อย้ำชัดๆ ให้เราตื่นตะลึงอ้าปากค้าง กับนกตัวดำมืดตัดแดงเข้ม แต่ปากแบนกว้างใหญ่ ของเธอ สีฟ้าใสสว่างไม่เข้ากับสีบนเรือนร่าง เสนห์ของนกตัวนี้คือปากแบนๆสีฟ้าสดนี่เอง เจ้ามาให้เราได้พบกันเป็นครั้งแรก ได้เห็นเต็มตา ไม่ใช่แค่ดูรูปในหนังสืออีกแล้ว เจ้าบินจากไป เพื่อบินกลับมาเกาะกิ่งเดิม ให้เราเป็นฝ่ายเก็บเวลาของเจ้ากับเราไว้ฝ่ายเดียว

ขอขอบคุณนกป่าทุกตัว ที่คอยสร้างความหมายให้กำลังใจ เดินค้นหาตามปีกสวย ป่าแก่งกระจานดินแดนแห่งนกร้องเพลง บนกิ่งข้างร่องห้วยแห้ง blue- breaded bee-eater กิ่งไม้สูงข้างทาง black-tigh falconet ตลอดสองฝากถนนแดงcreasted serpent eagle และเป็นฝูงใหญ่ที่พร้อมใจกันบินส่งเสียงพลังปีก hill myna, thick-billed green pigeon เหล่าพี่น้อง chestnut- bellied malkoha ,green-billed malkoha, และ great slaty woodpecker วงษ์ oriole และสุดสวยตัวนี้มาให้ชื่นชมตอนทานข้าวกลางวันข้างลำห้วย ruby-cheaked sunbird, greater necklace laughing-thrush , lesser- necklace laughing-thrush ,white-rump shama .

ห้วยขาแข้ง



ห้วยขาแข้ง

เจี๊ยบแนะนำให้เรารู้จักและทักทายเพื่อนใหม่ คุณแก๋งและคุณแอ๊ด (สมาชิกนักนิยมธรรมชาติ) ก่อนที่รถจะเริ่มเคลื่อนออกสู่การเดินทาง

เมื่อเราล้มตัวนอนเกร็งตัวแข็งแถวตรง เต๊นท์หลังเดียวเบียดสี่คน เราเครียดจัง จะได้หลับหรือเปล่าคืนนี้ ลำธารส่งเสียงบอกการเดินทางของสายน้ำอยู่ไม่ไกลด้านหัวนอน และไม่นาน เราหลับทิ้งตัวไม่ฝันหรืออึดอัดทรมานกับสภาพคับแคบของที่นอน


ทุกคนตื่นกันแต่รุ่งสาง เสียงคุณอรกับเจี๊ยบบ่นว่านอนไม่หลับ เราพยายามหลับอีก และหลับอีกครั้ง แต่เสียงคนคุยตอบรับเริ่มมากคนขึ้น จนเราละอายที่จะนอนต่อไป






หน้าบ้าน เรามองป่าสูงที่อยู่ตรงหน้าและทอดตาไปสู่ป่าเบื้องล่าง ต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่นเบียดเป็นป่ากว้างผืนใหญ่ บดบังสายธารที่นอนยาวขดไปมา เราพยายามก้มๆเงยๆ ชะโงกซ้ายและขวา หามุมเหลี่ยมค้นหาลำธารที่มาของเสียงน้ำขับกล่อมเราจนหลับไหล




นกเริ่มออกบินร้องทักทายสวัสดีรับตะวัน และโบกปีกอำลาแสงจันทร์ที่กำลังลาขอบฟ้า ยามนี้มีนกน้อย กับกาแฟร้อนๆอากาศสะอาดเย็น สายหมอกอ่อนบางๆลอยเบาๆ และอาหารเช้าเป็นความเพลิดเพลิน ณ ป่าห้วยขาแข้งครั้งแรกในชีวิตของเรา และเมื่อสิ้นสุดอาหารเช้า เป็นการเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่งานรำลึกถึงคุณสืบ ตอนล้อหมุนวิ่งห่างจากที่พักค้างแรม เราหันมองกระต๊อบเก่าโทรมหลังคาใบจากมีรูโตๆหลานรูอีกครั้ง พร้อมขอบคุณเจ้าป่าที่เปิดป่ากลางดึกรอรับให้ที่พักกับพวกเรา






บนสะพานเข้าใกล้อาณาจักรของคุณสืบคืบเข้ามาทุกอย่างก้าว เราเห็นผู้คนนั่งประนมมือล้อมเป็นวงรอบอัฒจรรย์ เสียงพระสวดมนต์ดังตามหลังเรามา และแผ่วจนเหลือแต่เสียงคนคุยกันเดินสวนผ่านเราไป เรากำลังเดินช้าๆตามทางแผ่นปูนที่ปูทอดไปสู่ตัวบ้านหลังนั้น






บ้านแห่งความเศร้ายืนโดดเดี่ยวมีเสียงลมพัดบางๆไปทางทิศตะวันออก ที่ตีนบันไดบ้าน เรามองอย่างรำลึกพยายามส่งความรู้สึกถึงคุณสืบและเรื่องราวสะท้านใจฝังลึกของป่าห้วยขาแข้ง




มองรองเท้าเก่าๆที่เรียงรายขาดเจ้าของ รูปภาพและของใช้ ความรู้สึกเข้มข้นแรงจนหัวใจเราเต็มไปด้วยความสงสาร สิ่งที่คุณสืบได้กระทำลงไป หากมองทางธรรมแล้ว การจบชีวิตในวิถีที่คุณสืบเลือก มีแต่นรกที่สุดหยั่งกี่ร้อยกี่กัลป์ชาติ จึงจะพ้นหลุดจากขุมบ่วงกรรม





มือเราที่ลูบไปตามไม้เย็นๆราวระเบียง และหยุดนิ่งเกาะระเบียงมองไปข้างหน้าที่เป็นป่าใหญ่สุดหูสุดตา ตรงนี้คุณสืบคงเคยทำอย่างนี้เหมือนกันหรือเปล่า นั่งลงเกือบบันไดขั้นสุดท้าย เราใส่และถอดรองเท้า คุณสืบเคยเหยียบขึ้นลงบันไดขั้นนี้กี่ร้อยหน




ทุกปี ณ ลานแห่งนี้ใจกลางป่าห้วยขาแข้ง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลวันที่คุณ สืบเลือกจบชีวิตตัวเองเพื่อความเชื่อศรัทธา เหตุผลและหวังผลกับเหตุการณ์ สะท้อนกลับ ต้องมีชื่อคุณสืบเป็นวาจากล่าวอฐิษฐานให้ทุกครั้งไป และครั้งนี้ ประนมมือ ก้มหน้า ระลึก ตั้งจิต สมาธิ ฟัง เสียงพระสวดบังสกุล ดังขึ้น ดังขึ้นก้องกังวานเป็นรัศมีคลื่นเสียงโอบล้อมคนในวงอัฒจรรย์ เสียงสวดเข้มหนักแน่น ขอส่งพลังบุญกุศล อุทิศให้คุณสืบได้รับกุศลบุญจากพระสงฆ์




วันอาทิตย์, เมษายน 27, 2008

นกพญาไฟ small minivet




28/4/51 บ้านเยาวพรรณ

ต้นมะม่วงข้างโต๊ะคอม มีเสียงที่ทำให้เราหันไปมอง นกหนึ่งคู่ ตาของเรา...ใจของเรา...เบิกโตด้วยความตื่นเต้น


นกพญาไฟขนาดเล็ก สองตัว ตัวผู้สีส้มเหลือง กับอีกตัวสีเทาๆ เห็นแค่ด้านหลีงเพียงแว๊ปเดียว นกปรอดสวนตัวโตกลับไล่ตีจนนกคู่สีแดงไฟแตกกระเจิง จ๊อบคว้ากล้องส่องหาตามต้นลูกหว้า ตามต้นกระท้อน หรือต้นมะขาม กลับไม่พบแม้เงา หรือเสียงร้องกระซิบ

วันจันทร์, เมษายน 21, 2008

Dance of the wings wind. รอยจำผาด่าง17


ชอบนกตอนพองตัวฟูขนบาน

แต่อีกที หลงรักนกตาดำแป๋วแหวว

เพลิดเพลินกับลีลาเดียงสา

แต่บางครั้งทำท่าเหมือนงอนปนโกรธนิดๆ



22/4/51
เก๋เล่าให้ฟังว่าเห็นแต้วแล้วธรรมดา ยอดเสริมว่า เห็นเดินและบินแถวลานกางเตนท์ ตัวเราเองและจ๊อบก็ได้ยินเสียง ความดีใจแผ่ลึก บ้านผาด่างทำให้เธอเลือกกลับมาวางไข่ พร้อมกับชีวิตคู่อีกหน
23/4/51เมื่อเราเดินเข้าทางเดินปูนเล็ก ต้นไม้เริ่มเป็นสีเขียวคลื้ม ฝนสร้างชีวิตให้ต้นไม้ในผาด่าง เสียงทักทายที่ได้ยินไม่บ่อยนัก แต่ทำให้เราหยุดก้าวเดิน เราหันถามจ๊อบว่า เสียงนกอะไร จ๊อบบอกว่า นกกางเขนดง จริงอย่างที่เราคาดไว้แต่ไม่แน่ใจ
24/4/51 เสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดที่เราเคยได้ยิน เมื่อมองตามตัวผู้แค่แกล้งแอบ แต่ไม่ทั้งหมด เธอต้องการให้เราได้พบด้วย พลางให้ตัวเมียซ่อนลึกกว่า และวันนี้เธอทั้งคู่บินผ่านระเบียงไปมา มีเราเป็นเพื่อนเจ้าในบ้านเดียวกัน
ตกบ่าย เราพบยอด ยอดเสริมว่า นกกางเขนดงชอบอยู่ตรงต้นมะขามเทศต้นหวาน
ตรงต้นประดู่กิ่งอ่อนวัยเด็ก มีผึ้งคอยวนเวียน ทุกคนที่เดินผ่านมักพบเจ้าผึ้งไล่ตอม นึกไปนึกมา พวกเราเองเป็นฝ่ายกวนเจ้าผึ้งน้อยก่อนทุกที

วันอาทิตย์, เมษายน 20, 2008

สัณญานภาพและเสียง


เราถูกกำหนดเดินและทำอย่างนี้กับชีวิตน้อยปลายปีก

นกมาหาเราหรือเรามาตามหานก

ทุกที่ทุกก้าว มีสัณญาณรอเราค้นพบ
เราคิดว่า....ตรงกิ่งนั้นของต้นที่มีผล....อาหารของนกน้อย

เราคิดว่า....แปลงหญ้าน้ำชุ่มที่มีไส้เดือน

เราคิดว่า....หรือตรงแอ่งน้ำตื้น และแสงแดด

หรือเหล่านี้คือสัณญาณจากธรรมชาติคอยส่งเตือนเราใช่ไหม

เราเหล่าผู้ทำงานให้ธรรมชาติ

คือผู้มีหน้าที่รับสารและแปลให้ออกเพื่องานอารักขาไม่มีวันสิ้นสุด

วันศุกร์, เมษายน 18, 2008

Angle's calling me.



ทุกค่ำคืนฉันรอให้ผ่านไป ใจรู้ว่าเมื่อใดแสงตะวันขึ้นทาบฟ้า
ฉันจะเดินออกไป.....หา...เธอ...นกน้อย
นกทุกตัวที่จะมาปรากฎตัวให้เราพบกันอย่างนี้ตลอดไป
เมื่อใดแสงตะวันขึ้นทาบฟ้า....
เมื่อใดแสงตะวันขึ้นทาบฟ้า...
นกทุกตัวที่จะมาปรากฎตัวให้เราพบกันอย่างนี้ตลอดไป
march 27,2008. จ๊อบพูดเบา นกพญาปากกว้าง ตัวนี้โฉบเกาะต้นไม้ใกล้ๆตาให้ยืนชมเชย นกมองเรา นกไม่รู้ว่าเรายิ้มให้เค้าด้วย นกไม่มียิ้มตอบให้เรา แต่เมื่อนึกพิจารณา นกมอบความสวยงามที่ลึกล้ำค่า แต่งแต้มหัวใจเราอบอวลด้วยความสุข และความสุขนั้นกลายเป็นรอยยิ้มตอบแทนกลับคืน นี่เราเป็นมนุษย์ ที่รอรับอีกแล้วหรือจึงคืนให้
2008,26,march เย็นมากแล้ว ถ้าตะวันพาแสงสว่างจากไป เราคงต้องพาทุกชีวิตออกจากป่านี้ พากันกลับคืนผาด่าง แล้วเจ้าก็ปรากฎกายยืนเด่นยอดไม้สูง กล้องและมุมที่เรายืน ช่างย้อนแสง แต่เมื่อเป็นการพบกัน ความรักเจ้าทำให้เราตกลงไปในวังวน คุยกับนกป่าสวยตัวนี้ด้วยสายตา และหัวใจ
ทุกปีที่ป่าแห่งนี้ ป่าแก่งกระจาน เธอยังคงทำหน้าที่เพื่อนแสนดี มอบความรู้สึกพิเศษทุกครั้งยามพาร่างโบยบินข้ามฟ้า ข้ามป่า มากับพี่น้องและคู่ชีวิตให้ราได้พบกันและกัน ขอบใจและขอบคุณ
วันนี้เราย้อนลำรึกถึงวันพิเศษ ครั้งแรกของพวกเจ้ากับเรา กลางป่าลึกอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประจวบคิรีขันต์ บนโขดหินก้อนใหญ่ กลางลำธาร เรานอนบนหินเย็นก้อนนั้น นอนดูพวกเจ้าช่วยกันคาบเศษใบไม้ใบหญ้าช่วยกันสานสร้างรัง ยกมือขึ้นนับก็เป็นสิบปีที่ผ่านไป แต่พบว่าหัวใจเรายังมีความรักให้เจ้าไม่เสื่อมน้อยลดลงเลย

วันอังคาร, เมษายน 15, 2008

นกตาฝาง

ห่างด่านไม่ถึง1 กิโล จุดขายตั๋วอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บนถนนเรียบร่มรื่น สองข้างทางของต้นไม้ยืนเอนส่งเทวภูตในร่างเงาไม้ใหญ่นอนทาบพื้นถนนยาวสุดโค้ง และต่อออกไปเรื่อยและเรื่อยไป รถของเราวิ่งทับเงาไม้

ในรถ….หน้าของเราเกือบแนบกระจก มองป่าข้างหน้ามุมสูงสุดไกล สายตาของเราโอบกอดป่าไว้อย่างรักและคิดถึง ต้นไม้สองข้างทางยืนสบายๆให้ลมบนวนโอบ และยอดใบสูงใกล้ตายืนนิ่ง ไม้พุ่มรกระดับต่ำกว่าลงมา มีนกปรอดเหลืองหัวจุกบินข้ามถนน ไปหนึ่งตัว ไปรออีกตัวที่กำลังบินตามไปสมทบ และอีกตัวเรานับในใจ… สาม…สี่




จอดรถทำไมเหรอ ผมเห็นนกตายครับอากุ้ง บนเกือบกลางถนนตามสายตา มีนกตบยุงนอนตาย สถานที่แห่งนี้คืออุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าตัวนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย มีชีวิตที่เกิดและอาศัยที่แห่งนี้เป็นบ้าน แต่…ต้องมาประสพชะตาถูกปลิดชีพในบ้านตัวเองโดยแขกผู้มาเยือน เมื่อมองใกล้ๆ นกเพิ่งตายไม่นาน รถขับชนนก หรือนกบินชนรถ ขนนกสีน้ำตาลลายปลิวไหวน้อยๆ แต่ลำตัวกลับนิ่มนิ่ง



ตัวนี้หรือเปล่าที่เรามักพบเจอกันบ่อยครั้ง ในบริเวณใกล้เคียงกันนี้ นกตบยุงเพื่อนแห่งกม 2 .ตายแล้ว นกตัวนี้ไม่ได้ทำท่าแกล้งหลับตา นกตายแล้วจริงๆ

ในอดีต เราเรียกความทรงจำออกมา นกแห่งดวงตาฝาง แสงตะวันไม่ทำให้ดวงตางดงาม แต่แสงจันทร์ต่างหาก ดวงตาจะเจิดจ้าเป็นประกายทอแสงเฉพาะกับความมืดและแสงแห่งดวงจันทร์และหมู่ดาว



บนถนนแห่งนี้ เมื่อเราพบกัน เจ้าตัวลายน้ำตาลใบไม้แห้ง กับสายตามัวแดด ตาฝ้าฝางทำให้เจ้าบินได้แค่เตี้ยๆ และไม่ไกลเท่าที่ใจเตลิดบินหนี เมื่อไรเจ้าหยุดนิ่งลงพื้น เราลำพองเป็นฝ่ายวิ่งตามเจ้าไป เมื่อเจ้าขยับหนีโผบินไปข้างหน้า เราผู้ใจร้าย เป็นฝ่ายยืนนิ่งเขม่นมอง ว่าเจ้าจะล่อนลงตรงที่ใด และสุดท้ายเจ้าหนีลับหายเข้าเงาป่าหนามข้างทาง

เรื่องราวของเจ้า... วันนี้ ....จบลงแล้ว...... แต่ทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจเรา






วันศุกร์, มีนาคม 28, 2008

นกแต้วแล้วท้องดำที่น่าสงสาร แห่งป่าเขานอผู้อ่อนแอ




21/3/51 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม

gurney’s pitta มีใครกันบ้างดั้นด้นเดินตามหานกอย่างฉัน….ในป่าสีดำสลัวมัว อย่างเบาและเงียบ ฉันกระโดดออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ มองที่พื้นใบไม้แห้งซิ เราทั้งคู่ยืนขุดคุ้ยหาหนอน แมลงเล็ก สีขนทุกเส้นเนรมิตเงาสะท้อนแสงแวววับสะกดสายตาจดจ้องของพวกเธอ ฉันรู้แน่ว่าเธอชอบสีน้ำเงินสดเจิดจ้าบนกระหม่อมหน้าผากของฉันมาก ฉันคือตัวผู้รูปหล่อ ตัวผู้เท่านั้นที่มีหน้าผากสีที่เธอโปรดปราน ลองมองที่ปลายหางจะเปลี่ยนเป็นฟ้าใส และสีเหลืองข้างท้องและอก พวกเธอทำไมต้องพบฉัน


ได้และใช่…คำตอบทั้งหมดหรือไม่ ฉันคือความสวยงาม หรือเพราะพวกเรามีน้อยคู่ที่เหลือดำรงเผ่าพันธุ์ ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่พวกเธอต้องรู้ พวกเราเหลืออาศัยเพียงที่ป่าเขานอแห่งนี้เท่านั้น พวกเธอสรุปว่า พวกเราคือนกแต้วแล้วท้องดำที่น่าสงสาร แห่งป่าเขานอผู้อ่อนแอ เธอพึงพอใจแล้วและพร้อมจากไปแล้วหรือ ใจเราร้องถามนกแต้วแล้วท้องดำ ป่าเขาบางประครามอ่อนแอ ทำไมเธอเชื่อเช่นนั้น เป็นไปได้อย่างไร ในสิ่งที่เราพบ มีแต่ต้นไม้ใหญ่ๆทั้งป่า ป่าจะอ่อนแอ อย่างไรกัน แต่นกไม่มีคำตอบให้เรา เวลาพาเราเดินจากนกแต้วแล้วคู่นั้นมา




Sky is green.
พวกเราเดินย่ำป่าบนดินสีแดงเข้มเพราะเปียกความชื้น มีใบไม้สีน้ำตาลหงิก ขาดทั้งเปื่อยใบใหญ่ร่วงทับถม ข้างทางเป็นเหล่าต้นไม้สูงยืนระเกระกะหนารก เมื่อแหงนคอตั้งสูง พบแต่พุ่มไม้ทึบเขียวเข้มคือท้องฟ้า ความเงียบตามเรามาอีกแล้ว นกป่าที่นี่คงไม่ชอบร้องเพลง ใบไม้แต่ละใบนิ่งสนิทไม่แกว่งไกว มีเพียงความหวังที่พาเรามองไล่หาทุกกิ่งไม้ และเถาวัลย์เกี่ยวห้อยระเลื้อย ระย้า บ้างเป็นเกลียวพันรอบพาตัวเองหาท้องฟ้าสีเขียวเบื้องบนยอดสูง นกจับแมลงปากสีเข้ม fulvous- chested flycatcher เธอบินโฉบไปมา ย้อนลงมาเกาะตรงขอนไม้ที่นอนอยู่ข้างทาง นานจนเรากลับไปตามเพื่อนๆ เมื่อกลับมาเธอเลือกจากไป







กลางป่า
นก gould’s frogmouth ตามเสียงของ birdleaderท้องถิ่น มีสองชีวิตบนกิ่งไม้ ชีวิตที่ให้กำเนิดนั่งทับซ่อนปกปิดอีกชีวิตซุกตัวเองโผล่เพียงปลายหาง สองชีวิตต่างวัยใช้ลายสีกิ่งไม้แห้งของตัวเองประกอบกับใช้ความนิ่งเงียบปกป้องตัวเองและลูกน้อยวัยเดียงสา








ยามค่ำที่น้ำตกร้อน
เสียงดังแห่งนก javan frogmouth กลางคืนคือมืดมิด เสียงร้องดังกลบป่าที่เงียบสงัด และสลับตำแหน่งร้องเคลื่อนไหว เสียงดังย้ายไปทางไหน ลำแสงจากหลอดไฟก็หมุนตามทางนั้น แสงไฟจากสปอต์ไลท์ พุ่งตรงสะกดไปที่นกสีใบไม้แห้งแตกลาย นกเกาะบนกิ่งไม้สูง เธอทำตาโตตลอดเวลา เด่นมากกับปากแบนกว้าง ขนนกที่หัวบางๆเป็นเส้นขาวนวลยามต้องแสงไฟ นกมีหน้าตาตลกให้เรามอง การส่องกล้องมองนกชนิดนี้ เราต้องยิ้มกว้างๆด้วย ทั้งตัวเราและนก ณ ตอนนี้ ที่แห่งนี้ ปากกว้างเหมือนๆกัน







22/3/51 เช้าแล้วล่องเรือดูนกที่ป่าโกงกางปากแม่น้ำกระบี่
ตอนเรือประมงออกจากท่า เพื่อตามหานกชายเลน อาจารย์อมรบอกเราว่า เราจะตามหานก ชื่อภาษาอังกฤษ nordmann’s greenshank







วันนี้มีเรื่องแปลกในชีวิตเราเกิดขึ้น การดูนกชายเลน ไม่เหมือนแต่ละครั้งที่ผ่านมา นกยืนบนชายหาดทรายแปลงน้อย พวกเรายืนแช่น้ำทะเลครึ่งแข้ง เสียงของอาจารย์อมรให้มองนกตัวนี้ตัวนั้น ทั้งบอกลักษณะเด่นที่ขา หรือปากแหลมยาวแอ่นขึ้น หรือโค้งลงนิดๆ ไม่นานชายหาดหดเล็กลง น้ำทะเลเข้ามาครอบครองชายหาดที่ๆนกยืนและเดินขุดขุ้ยหากิน black-tailed godwit ,bar-tail godwit, eurasian curlew, whimbrel, ruddy turnston

พวกเราลงจากเรือไม่นาน เพื่อกลับขึ้นเรืออีกครั้ง คนขับทำหน้าที่ตามหาชายเลน เหล่านกตามหาชายเลนเหมือนกัน เมื่อนกพบหาดทราย และโผลงพื้นเลน เรือหยุดลงแต่ต้องไม่ใกล้ตัวนกเกินไป นกไม่ชอบเรือ ไม่ชอบให้คนเข้าใกล้ เราและนกต่างรู้ดี และยอมรับกติกาที่นกกำหนดให้

ทั้งนกและคนต่างยอมแพ้ นี่คือเวลาของน้ำทะเลขึ้น ไม่นาน ชายเลนเริ่มเล็กลงอีกแล้ว นกเกือบไม่มีชายเลนให้ยืน นกชุดสุดท้ายยืนบนทรายที่เหลือเป็นหย่อมเดียว คลื่นน้ำทะเลมาอีกแล้วเข้ายึดชายหาด สีน้ำตาลเข้ม เหล่านกในห้องเรียนของพวกเราก็พากันบินหายกลืนไปกับท้องฟ้าสีเปลวแดด













หนีตะวันสีเพลิงเข้าป่าโกงกาง
เรือผ่านเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามป่าไม้ชายเลน มีเงาของพุ่มไม้ ใบโกงกางพาดทับมาบนเรือทั้งฝั่งซ้ายและขวา สายลมปากทะเลกระบี่คอยดูแลพัดพาความเย็นสบายให้พวกเรา เราลอบมองหน้าเพื่อนๆบนเรือ มีใบหน้าของความสุข สบายใจและใช้เรื่องนี้ สร้างความชุ่มชื่นใจต่อความหวังให้กับตัวเองมองหานกสักตัวที่เกาะกิ่ง เมื่อพบเงาบินผ่านทาบเรือ ก็ชะเง้อ ร้องรำพัน เกาะเถอะ และอีกครั้งภาวนา อีกสักตัว ขอนกใดก็ได้ ปรากฎอีกสักตัว






brown-winged kingfisher , ruddy kingfisher ยืนนิ่งตอนเรือวิ่งผ่าน พอเราขอเราจดจ้อง กลับถลาสะบัดปีกบินหนีอ้อมวกไปมาตามต้นโกงกางทิ้งไว้แต่เสียงร้องสนั่นพื้นน้ำ ป่าโกงกางเจ้าแห่งพืชแช่น้ำซ่อนพวกเจ้าอีกแล้ว

บนกิ่งไม้ใหญ่ยืนตาย เจ้า oriental hobby กินเหยื่อและมองพวกเราเฝ้าชมการฉีก ทึ้ง ลากไส้ จิกกินจนเสร็จสิ้นลง oriental hobby เป็นฝ่ายจากไปก่อน เราส่องกล้องบนกิ่งไม้ฉากมรณะ ไม่พบร่องรอยไม่มีสิ่งไรลงเหลือเป็นภาพให้เห็นหลักฐาน เปลวแดดสูบเลือดนกเหือดแห้ง ท่อนไม้ดื่มเลือดนกตัวนั้น ขนนกสีขาวอมเทา soothy-headed bulbul ปลิวฟุ้งลอยจากฟ้าแตะผิวน้ำเกลื่อน มีเรารอเอามือวักน้ำให้ขนนกเข้าสู่อุ้งมือ แต่สายลมกลับพาขนนกไร้ร่างลอยจากไป….ไปสู่ฝั่งตรงข้ามกับมือของเรา

Angle calls me.
เสียงนก mangrove pitta จำได้เสียงนี้คล้ายเสียงร้อง blue-winged pitta แห่งผาด่าง คนขับเรือพาเรือขับเลี้ยวคดโค้งทุกคุ้งน้ำตามหาตามเสียง นกใจดีสีสายรุ้งคอยร้องบอกที่เจ้ายืนอยู่ด้วย มีอีกตัวส่งเสียงตอบรับแกล้งให้สับสน เจ้าล้อเล่นแกล้งโฉบใกล้ๆก่อนหายไป กลางแสงตะวันลอดสาดอาบต้นไม้และพื้นน้ำ เจ้ายืนอวดความงามทุกเฉดสี กลางป่ากิ่งเตี้ยเสมอเรือ เวลาเฝ้าชมกลับจบลงอย่างสั้น ต่างจากช่วงเวลาตามหา เราต้องจากไปแล้ว เสียงของเราร้องกล่าวกับนกสวยสายรุ้ง มีเสียงหนึ่งแว่วมา เธอจะกลับมาอีกหรือเปล่า นกถามเราหรือเราถามตัวเองกันเล่า


Rufous-callared kingfisher ตรงไหนค่ะ เสียงนกร้องชัดมาก และไม่ยอมหยุด เรายกกล้องตามเสียงที่คอยบอก ตรงกิ่งไม้แนวนอน กลางป่าเขานอ นกคอสีส้มปากสีแดงส้ม ร้องเพลงเก่ง คอโป่งแล้วโป่งอีก หมุนคอไปซ้าย หมุนคอไปทางขวาอีกแล้ว ร้องเสียงดังไม่ยอมหยุด หาเจ้าง่ายจัง แค่มองตามเสียงใสร้องลั่นป่า







เสียงบางคน ผมเห็นนกเขียวปากงุ้ม Green broadbill เราละจากเจ้า Rufous-callared kingfisher ยกกล้องสู่ยอดไม้สูงบ้าง บนเกือบยอด เธอมาเป็นคู่ ใจร้องตะโกนบอก ดีใจมากนะ เราตามพบเจ้าแล้ว นี่คือครั้งแรกของเรากับเธอ เสียงนกตอบร้องลั่นในใจเรา เราทั้งคู่แค่ผ่านมา พรุ่งนี้เราจะเจอกันใหม่ ก่อนพลางตัวหายเข้าไปในป่าแห่งไม้ใบ

Wait…wait…
พวกเรานั่งนิ่ง มองสายน้ำเล็กๆด้วยความสุภาพ เรียบร้อย มีความสลัวเป็นผู้ส่องแสงกลางป่า ตาจดจ้องเถาวัลย์สีคลื้ม และกิ่งไม้ดำผุเล็กๆหัก นอนแช่น้ำ ตื้นๆ ขังเป็นหย่อมมืด ตรงข้ามเป็นพุ่มไม้รกๆ ในเงาแห่งความสงบมีเพียง ใบไม้พูดกับดินยามร่วงลงแตะพื้น สายลมพาเสียงนกร้องคุยกันมาแต่ไกลและดังใกล้เข้ามา







สิ่งมหัศจรรย์แห่งเขานอกำลังเริ่มขึ้น นกมากับคู่ชีวิต มากับครอบครัว นกมากับเพื่อนๆร่วมสกุล และต่างสกุล สลับกันลงบ่อนั้นบ้าง บ่อนี้บ้าง ตอนแรก นกสนใจพวกเรา แต่แล้วก็เลิกสนใจ นกสนใจกันเองและพะวงกับการอาบน้ำคลายร้อน มีบ้างที่ตกใจยกเลิกการเล่นน้ำ บินจากไป แต่พบว่าพวกนกใต้ต่างเปลี่ยนใจย้อนลงเล่นน้ำอีกครั้ง นกปรอดตาสีแดง นกกินแมลง …

Time’s of wonder
asian paradise flycatcher เราครางเบาๆบอกเพื่อน นกแซวสวรรค์ตัวเมียค่ะ มหากาพย์ความตราตรึง เริ่มต้นอีกครั้ง ทั้งสามเฟส ตัวเมียหางสั้นคือตัวแรกที่ทำให้ผู้เฝ้าชมตื่นตะลึง ก่อนจะเป็นตัวผู้หางยาวสีน้ำตาลส้ม เราเองถูกสะกดให้จ้องตามทุกเงาไม้ที่กระเพื่อมไหว อาจารย์อมรร้องเบากว่ากระซิบ พบเจ้าเฟสขาว เสียงของชาวขอบบ่อ ก็ได้แต่ร้องถาม ตรงไหน กิ่งไหน ที่เตือนกันไว้ให้มีความเงียบแทบจะสลายไป





นกเฟสขาวตัวผู้เริ่มลงเล่นน้ำ พาพวกเราหลุดเข้าไปในห้วงเวลามหัศจรรย์ จมตัวเองสอดส่องมองหาเพียงแต่เจ้า ทุกครั้งที่นกแซวสวรรค์หางยาวสายริบบิ้นสีขาวโบกพริ้ว กระโดดจากกิ่งลงน้ำ และรีบถลาขึ้นเกาะกิ่งมุมเงามืด แกล้งชม้ายชำเลืองขอบตาโตยาวรีสีฟ้าสดมาทางพวกเรา บางครั้งเอี้ยวตัวหันหลังให้ ย้ำท่าสะบัดปีทั้งคู่ ก่อนจะกรีดปีก รีดน้ำทีละข้างยั่วยวนสายตาของพวกเรา






Green broadbill นกเขียวปากงุ้มอยู่บนกิ่งไม้สูง กว่าพวกเราจะพบนกตัวนี้ก็ต้องช่วยอธิบายกันนาน เพราะนกคู่สีใบไม้ตัวเล็กแสนน่ารักธรรมชาติแต่งแต้มให้ กลมกลืนกับสีเขียวของใบทุกใบ เค้าหายไปแล้ว ก่อนความเสียดายจะจืดจาง เสียงของนก green broadbill ใกล้ลำธารน้ำ เธอลดมุมสูงไกลเพื่อบินมาใกล้พวกเรา นกเขียวปากงุ้มจะลงเล่นน้ำ พวกเราทุกคนรวบรวมสร้างความเงียบกลางป่าสีมัวอีกครั้ง เธอกับคู่รัก ลงเล่นน้ำสลับกันชายและหญิง ความเพลิดเพลินกำลังมาถึงตอนจบแล้ว แสงเงาเริ่มมืดลงกว่าเดิม เตือนเราและนกป่าแห่งเขาบางประครามต้องอำลาจากแอ่งน้ำสวรรค์ของคนและนกร่วมกัน

นกปากสีฟ้า asian paradise flycatcher นกตัวสีเขียว green broadbill และเหล่านกใต้แห่งป่าเขาบางประคราม abbot’s babbler, striped tit-babbler,cream-vented bulbul, buff-vented bulbul hairy-backed bulbul, red-eyed bulbul. พวกเจ้ารู้ว่าพวกเราอยู่ตรงนั้น แต่ยอมสร้างเรื่องทรงจำสวยงามแห่งธรรมชาติให้แก่พวกเราทุกคน เหล่านกแสนดีทำเรื่องอย่างนี้ทำไม ฉันยังคงหาคำตอบแห่งความสุขนี้ ทุกก่อนหลับและตื่น





23/3/51 บนรถเส้นทางกลับกรงเทพ

เสียงพูดคุยกันค่อนข้างดัง เป็นเรื่องความสุขที่ผ่านไป และทุกเรื่องเป็นเรื่องราวของนกทุกตัวในทริปนี้กับbcst อาจารย์อมรขอให้ช่วยคิดเพิ่มเติมชนิดของนกชุดสุดท้ายที่พบก่อนขึ้นรถ และรวมกับยอดนกที่เช็คลิสต์ล่าสุด พวกเราช่วยกันย้อนคิดและได้ตัวเลข ทั้งหมด 93 ชนิด
อีกครั้งกับเสียงอาจารย์อมร ให้บอกนกที่ประทับใจที่สุดของแต่ละคน เสียงเซ็งแซ่ของความสุขกระจายอบอวลไปทั่วรถ ต่างชิงเล่าเรื่องนก และสาเหตุของความประทับใจ

มีแต่เราที่นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม แต่ใจของเราทบทวนเกี่ยวกับป่าอ่อนแอ…ป่าที่ไม่มีความสูงของภูเขาเป็นเครื่องปกป้องตัวเอง ถูกเรียกขานคือป่าต่ำ ทุกอย่างง่ายเหลือเกินแก่การหักร้างถางพงเข้ายึดป่าเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำกิน บ้านของนกแต้วแล้วต้องจากหายสาบสูญ ไม่มีพื้นดินให้ซุกอาศัย ออกลูกออกหลาน ตรงกันข้าม บ้านผู้คนถากถางกลับมีเพิ่มขึ้น เสียง….นกแต้วแล้วท้องดำบอกเล่าเริ่มอีกครั้งในใจเรา
























วันพุธ, มีนาคม 19, 2008

รอยจำผาด่าง 16


March 13, 2008

เครื่องตัดหญ้า แว่วมาจากลานกางเตนท์ เราเดินตามเสียง พบยอด ผู้จัดการผาด่าง กำลังขะมักเขม้น ก้มหน้าตัดหญ้า เราเดินเข้าไปใกล้จนพอระยะปลอดภัย หาหินก้อนเล็กๆ ทอยโยนให้โดนชายหนุ่มพอรู้สึกตัว และทำสัญญาณมือให้เบาเครื่องตัดหญ้าที่ส่งเสียงดังคำราม เมื่อเครื่องเงียบแล้ว เราบอกว่าถ้าตัดหญ้า ให้เหลือกลุ่มดอกหญ้าสีขาวไว้บ้าง เวลาสายลมพัดมา เราชอบมองดอกหญ้ากอเล็กๆเอนไปเอนมาน่ารักดีๆและต้องกลางลานหญ้าโล่งๆ



ใต้ต้นตะขบ ม่อนขับรถเครื่องเข้ามาจอด มีหนุ่มไผ่นั่งซ้อนท้ายอุ้มกอดลูกมะพร้าวแห้งมาด้วย4-5 ลูก เราถามว่าไปเอาที่ไหนมา เสียงม่อนตอบว่า ไปขอซื้อจากชาวบ้านในด่านมา ของเราทางนี้มีไม่พอ พูดยังไม่ทันจบ ยอดก็ขับรถมาจอดข้างๆ มีถุงพริกขี้หนูถุงใหญ่อยู่ในตะแกรงหน้ารถ มองไปทางซ้ายมือ มีพี่หวัดกับลูกชายกำลังจัดแต่งสวนอาหาร เพื่อต้อนรับและเป็นที่รับประทานอาหาร ของสมาคมอนุรักษ์นกที่จัดนับนกแก่งกระจานในวันที่15-16


March 14, 2008

จากที่ยืนเรามองไปทางบ้านฟ้าสดฟ้าใส เห็นหมอน ที่นอน ถูกนำมาตากแดดวางบนสะพานไม้ แดดแรงของตะวันตอนเที่ยง หมอนทุกใบคงอาบแดดไล่กลิ่นอับชื้น เราเดินไปหาหมอนร้อนๆ และจับตบๆทุกใบ

เสียงนกกระเต็นน้อยธรรมดาร้องขับขานกับสายน้ำ รับรู้ว่าวันนี้เจ้ายังอยู่ที่ผาด่าง กระต๊อบเอียงเอน บ้านหลังแรกของเรากับผาด่าง ได้นอนหลับกลางวันที่กระต๊อบโย้เย้ ความรู้สึกหวาดหวั่น บ้านหลังคาใบจาก จะล้มลงหรือเปล่า เมื่อล้มตัวลงนอน มองเห็นแสงตะวันรอดลงมาตามรูหลังคาผุและโหว่ ก่อนจะหลับไปเพราะลมคอยพาความเย็นสบายมาให้

ชาวผาด่างเดินตามหลังเข้าบ้านนกร่าเริง และบ้านหลังอื่นๆตามลำดับ บางคนถือกระป๋อง บางคนแบกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ช่วยกันจัดที่นอน ปูที่นอนใส่ปลอกหมอน เก็บลายละเอียดเล็กๆน้อยเกี่ยวกับดอกไม้ ความใสของแก้วน้ำ หม้อใส่ยากันยุง และผ้าม่าน ลมสบายๆหยอกล้อกับผ้าม่านสีขาวโยกไปมา บางครั้งแรงจนได้ยินเสียงคล้ายว่า สะบัด สะบัด


เกือบเย็นแล้วหน้าห้องครัว เราถามว่ายุงไปไหนเหรอ ไปเอากล้วย กับหัวปลี และใบตองจ๊ะ มีน้องมดไปช่วยกัน
เพราะ หนักมาก เอามาคนเดียวไม่ได้ เสียงแม่ครัวชื่อแก้มบอกให้เราเข้าใจ มองเข้าไปในครัวทุกคนต่างกระตือลือล้น เกี่ยวกับวันพรุ่งนี้

เจ้าหน้าที่สมาคมมาถึงแล้ว มีน้องผึ้ง น้องไก่ น้องโน๊ต และน้องทิพย์ เราทำหน้าที่พาน้องๆเดินชมผาด่างและบ้านที่ชาวผาด่างตระเตรียมไว้ต้อนรับเพื่อนชาวดูนก








พี่วัชระ ขับรถมาจอดหน้าผาด่าง เกือบ 4 ทุ่มแล้ว มากับลูกเกตุ ภรรยา และมีรถอีกคันเข้ามาจอดตามหลัง เป็นคุณพินิจ และภรรยา เราใช้ไฟฉายคอยส่องทางเดินฝ่าความมืด พาคุณทั้งหมดเดินเข้าบ้านริมน้ำ ชื่อบ้านนกเงือก




March 15, 2008

เมื่อเราเดินถึงห้องอาหาร พี่ปัญญา พี่วัชระ พี่หน่อย พี่พินิจ ทุกคนต่างมาเป็นคู่ นั่งทานกาแฟ และพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คุณพินิจมอบกล้องสโคปตัวเก่าให้เรา และย้ำว่ากล้องตัวนี้เป็นกล้องที่นำพี่วัชระมาพบกันด้วยอุบัติเหตุ และให้กล้องสองตากับเราอีกตัว ทั้งสองตัวนี้ คุณให้เราเอาไว้สอนเด็กบ้านป่า กับโครงการที่เราทำอยู่ น้ำใจและความปราณีของคุณพินิจ ทำเอาเราอั้นในอก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่กล่าวคำว่าขอบคุณ



เกือบเย็นแล้วกลุ่มแต่ละกลุ่มเริ่มเข้ามาในผาด่าง ชุลมุนนิดๆตรงโต๊ะลงทะเบียน ทุกคนร่วมลงชื่อ แลกเปลี่ยนรอยยิ้มทักทายที่ได้เจอกันอีกครั้ง วันนี้ความดีใจของเราคงเป็นการได้พบอาจารย์อมร ครั้งสุดท้ายที่โทรคุยกัน อาจารย์บอกว่า คงมาไม่ได้เพราะติดธุระ เมื่อไม่คาดหวัง การได้พบจึงกลายเป็นเรื่องแห่งความสุขเสมอ

อีกคนคือคุณป๋องและครอบครัว คุณนำขนมมาฝากเพื่อนๆชาวดูนกมากมายหลายถุง เรื่องดีๆหลายเรื่องที่คุณแนะนำให้เราปรับปรุงผาด่างอย่างตรงไปตรงมา และเมื่อยามค่ำคืนในห้องเสวนา บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความราบรื่น เป็นกันเอง แต่เวลาทีมีจำกัด และถูกใช้อย่างขาดทักษะทำให้เวลาของผู้ที่จะคุยเรื่องแก่งกระจานในอดีตกลับต้องถูกลบออกไป



อีกเรื่องที่เป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างคนดูนก กับกฎระเบียบของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เริ่มร้อนขึ้น การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลายเป็นประเด็นที่ต่างมีเหตุผลคนละด้าน คุณปลากระดี่พยายามนำเหตุผลขึ้นชี้แจง ร่วมกับคุณเรวดีและคุณหมอต้อ



แต่ในเวลา และสถานะการณ์ที่เกือบเหมือนจะตึง เครียด อาจารย์อมรจึงให้ยุติเสียก่อน และจะหาทางออกที่ดีทั้งสองฝ่าย คือกลุ่มคนดูนก และทางกฎระเบียบของอุทยาน เพื่อสรุปแนวการแก้ปัญหาเข้าที่ประชุมของสมาคมในวันที่ 29 มีนาคมนี้



March 16, 2008

ทุกกลุ่ม คนดูนก เริ่มออกเดินทางหานกป่าแห่งแก่งกระจานตั้งแต่แสงจันทร์จับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก และอรุณแรกของตะวันกำลังเกิดขึ้นในทิศฝั่งตรงข้ามกับดวงจันทร์ รถแต่ละคันเคลื่อนออกจากผาด่าง มุ่งหน้าหาป่าใหญ่ คันแล้วคันเล่า ทิ้งไฟท้ายให้เรามองตามหลัง ตะวันสว่างแล้ว ชาวผาด่างเริ่มตามปิดไฟทาง เป็นเวลาเดียวกับเราพบคุณปลากระดี่ ดวงตาอิดโรย หน้าตาเศร้าหมอง เรื่องเมื่อคืนหรือ หน้าตาชายหนุ่มบอกเรามากกว่าคำพูด คุณหยุดนิ่งนานอึดใจ ก่อนบอกว่า คุณรับปากเพื่อนในห้องดูนกพันทิพแล้ว ว่าจะนำเรื่องเข้าประชุม แต่กลับทำอะไรได้ คุณกังวลว่าเพื่อนๆในห้องจะไม่เข้าใจ เราแค่เอ่ย ปัญหาของเพื่อนๆ ทำไมต้องเอามาแบกไว้เล่า เราและคนอื่นในห้องเสวนา เห็นทุกอย่างที่คุณกระทำเมื่อคืน คุณมุ่งมั่นสุดกำลังความสามารถแล้ว และมันสมควรต้องจบลงในขณะนั้น เพื่ออะไร



เราเองก็พิจารณาเหตุผลหลายอย่างที่คนดูนกร้องขอกับหัวหน้าอุทยาน หลายเรื่องไม่ใช่เรื่องยากที่จะร่วมกันแก้ไข แต่กลับมีเรื่องเดียวเท่านั้นที่เป็นประเด็นใหญ่และถูกผูกเกี่ยวปนกับเรื่องศักดิ์ศรีในการนำเสนอ เหตุผลกติกาหัวหน้าอุทยานจัดให้ หากคนดูนกไม่ยอมรับกฎระเบียบที่ร้องขอไป คนดูนกกลับพบตัวเองต่างหากเล่าที่เห็นแก่ตัว และหากยอมรับก็เท่ากับเป็นผู้ทำลายธรรมชาติ ทำร้ายย่ำยีธรรมชาติเสียเอง ทุกอย่างถูกผลักกลับมาที่คนดูนก หากยังดึงดันกับเหตุผลที่หัวหน้าอุทยานย้ำ….ปิดทางเดินทางความคิดและการกระทำ ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องกว่า แต่เรากลับรู้สึกว่าขาดความยุติธรรม ความยุติธรรมในความหมายของเรา คือความกรุณา ( จอร์จ แมกโดนัลด์ กล่าวไว้ในหนังสือ ยามเมื่อลมพัดหวน)



เมื่อยามเย็นมาถึง หลายกลุ่มเริ่มทยอยส่งผลการนับนก ทุกคนต่างเล่าเรื่องของนกป่าตัวน้อยๆ ที่ออกมาให้ทุกคนได้ขานชื่อ จดบันทึก บางตัวออกมาเพียงวับแวม แต่บางตัวใจดีพากันออกมาให้ชื่นชมหลายๆรอบ มีเรารอที่ผาด่างเป็นผู้รับฟังเรื่องความสุขของแต่ละคน และที่พิเศษที่รับรู้ได้ ความสุขของเพื่อนๆช่างมากมายเสียเหลือเกิน ก่อนที่ตะวันจะจบลง เพื่อนดูนกก็เคลื่อนถอยรถคันสุดท้ายออกไป ผ่านป้ายที่เขียนว่า

 

วันอาทิตย์, กันยายน 14, 2008

รอยจำผาด่าง 19



September 3, 2008 เราถามยุง เป็นคำแรกเมื่อมาถึงผาด่าง ฝนตกบ้างหรือเปล่า ยุงบอกว่า ตกตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่พี่กุ้งไปกรุงเทพ ตกตั้งแต่บ่ายพรำๆ แต่กลางคืนฝนตกหนัก ตั้งแต่วันนั้นฝนยังไม่ตกเลย และก็นั่งตำน้ำพริกมะขามต่อไป บนทางเดินไปบ้าน เรามองดินไปตลอด ดินสีเข้มไม่มีฝุ่น ดอกไม้ ต้นไม้ทุกต้นกำลังแทงยอดอ่อนออกมาอย่างร่าเริง ป่าต้องการฝนเสมอ และตัวเราร่ำร้องหาฝนทุกวัน ความดีใจมาเยือนและดีใจกับเราอย่างนาน

September 4, 2008 เช้ามากๆแล้ว เจ้าภูเขากับต้นน้ำอายุ 4 เดือน หยอกล้อเล่นกันตลอดทางเดินไปห้องอาหาร พันแข้งพันขา กัด คำราม เรารู้ว่านี่เป็นการแย่งชิงความเป็นผู้นำฝูง บางทีก็งับขาเราเข้าไปด้วย เจ้าต้นน้ำขนวัยเด็กกำลังหลุดไปทีละนิด ขนสีดำบนหลังแทรกขึ้นแทนขนเก่าอย่างช้าๆ ขนใหม่นี้ ยาวดำมัน ลื่นและขดเป็นหยักโสก





ในห้องกาแฟ ชาวผาด่างกำลังจับกลุ่ม คุยเรื่อง astv เรื่องราวของการขับไล่รัฐบาล นายกสมัคร กำลังเข้มข้น ชาวบ้านเล่าเรื่องและถามไถ่ว่าเราไปชุมนุมกันบ้างไหม ตกบ่าย เราเริ่มทยอยขนเครื่องเรือนเข้าบ้านหลังใหม่ นกblack – napped monarch บินมาทักทายเราใกล้ๆ เรานอนมองนกตัวนี้และคิดว่านกเองก็มองเรา



เชือกเส้นยาวจากฝั่งสู่ตอไม้กลางน้ำ เจ้ากระเต็นน้อยธรรมดาเกาะนิ่งหันหลังให้เรา บ้านของเจ้า อาณาจักรผาด่าง ลมแกว่งเชือกไหวเบามากและตอนนี้เชือกเปลี่ยนเป็นชิงช้าให้นกกระเต็นน้อยธรรมดายืนเกาะร้องเพลงของเธอ ผิวน้ำกับสายลมสบายๆร่วมกันเต้นรำ



September 5, 2008 จ๊อบยืนมองไปบนต้นมะขามและทำสัญญาณให้เราค่อยๆย่องเข้าไป เสียงที่ค่อยๆบอก นกกาฝากท้องส้ม และมีหลายตัวมากด้วยครับ เราชะเง้อคอมองหา นกตัวเล็กๆหลายตัวกำลังกระโดดไปมาบนกิ่งมะขาม ท้องสีส้มแจ๊ด สะดุดตา แต่เจ้านกนิสัยไม่อยู่นิ่งการจ้องหาจึงทำได้แค่ช่วงสั้นๆ และไม่นานเราและนกฝูงนั้นก็แยกบินไปออกันอีกต้นที่ทัดไป แต่ไกลจากสายตาเราเสียแล้ว




September 9, 2008 เจ้าภูเขา เจ้าต้นน้ำ วิ่งมาหาเรา กับอาการของความดีใจ เมื่อเรากลับถึงผาด่าง เราสวมกอดสองชีวิต กอดกันและกอดกันอย่างแน่นๆสมกับความคิดถึง เพื่อบอกว่า รักนะ กอดนี้คือความรักนะ
บนเรือนหลังใหม่กับชื่อบ้าน ที่ยังไม่มีชื่อ ยอดกับพี่หวัด กำลังตอกกิ๊บเดินสายไฟ เราตั้งคำถามเดิมๆ ฝนตกบ้างไหม ยอดบอกว่า ตกตอนเย็นเมื่อวานจน 2 ทุ่ม เสียงพี่หวัดเอ่ยตาม น้ำในอ่างขึ้นมาเกือบคืบแล้วน้ำป่าที่นอนนิ่งในอ่างน้ำเบื้องหน้า แค่น้ำฝนสูงขึ้นมาคืบเดียวชาวบ้านป่ายังมองออกและใส่ใจ เราอดกังวลต่ออนาคตอีกไม่นานนี้ ฤดูฝนมีให้อีกแค่สองเดือนเต็ม แต่น้ำในอ่างเพิ่งขึ้นมาแค่คืบเดียว





September 10, 2008 แต่เช้า ห้องกาแฟ รสชาดของกาแฟ กับข่าวของอัญชลี astv เด็กหญิงนกน้อยกำลังแต่งตัวไปโรงเรียน มีตาโมน ตาแท้ๆ จัดแจงแต่งตัวให้หลาน เก๋แม่ครัวให้สตางค์5 บาท ใส่ลงกระเป๋ากระโปรงและเอาหนังยางมัด กันการสูญหายอย่างแน่นหนา ชุดนักเรียนที่สวยที่สุดในใจเราของเด็กน้อยตาแป๋ว (พ่อและแม่แยกทางกัน ตาและยายต่างแยกทางกันตั้งแต่ยังไม่สองขวบ) อาศัยกับเราร่วมเป็นชาวผาด่าง เรื่องราวของเด็กน้อย คุณอ้วนยินดีให้เรานำเงินจากกองทุนจัดซื้อชุดนักเรียนให้เด็กหญิงคนนี้ด้วย








นกปรอดหัวจุกยืนกินลูกตะขบ นกกาฝากท้องสีส้มบีบน้ำหวานจากลูกตะขบอีกกิ่ง เสียงจ๊อบดังเบาๆ บนกิ่งประดู่นกเขียวก้านตองหน้าผากสีส้ม ภาพชีวิตแสนธรรมดา แต่ชื่นใจเกิดอย่างนี้ให้กับผาด่างทุกวัน ตกเย็นตาโมนเอาไม้ยาวหุ้มผ้าเป็นปมใหญ่ ชุบน้ำมัน เราถามว่าจะทำอะไร ตาโมนบอกว่า มีรังต่อหัวเสือตรงห้องอาหาร จะรมเผาทิ้ง หากปล่อยไว้นานรังจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ


September 11, 2008 ในห้องครัวยามเช้า ไอ้ยุงนั่งกบพื้นหันหลังให้เรา กำลังทำอะไร ไอ้ยุงตอบเสียงสดใส แกะตัวอ่อนในรังต่อจ๊ะพี่กุ้ง เราบอกว่าไม่เอาดีกว่าเคยกินแล้วรสชาดอร่อยดี คล้ายๆกินนมผึ้ง แต่พี่กุ้ง แพ้ตัวต่อกินแล้วมีอาการคันปาก คันในลำคอ






สายแล้วบนบ้านไม่มีชื่อ นกป่าสีสวยไม่มาหาไม่ยอมร้องเรียก ท้องฟ้าสีหม่น หมู่เมฆสีหมอกลอยเคลื่อนต่ำลงอีกไม่นานคงเปลี่ยนตัวเองเป็นสายฝน และพรมลงมาอีกแล้ว เราก้มหลังมือกำผ้าขี้ริ้วถูบ้านด้วยมือจากซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย ถูทีละแผ่น ความเย็นชื้นจับพื้นไม้ทุกกระดานเรียบ จากระเบียงมุมนี้ไปมุมโน้น เรื่องถูบ้านเราไม่ชอบเลย แต่ชอบตอนถูเสร็จแล้ว การได้เอามือลูบแผ่นไม้กระดาน ตอนที่กระดานหมาดแต่ไม่แห้งเสียทีเดียว มือรับรู้ความเย็นในเนื้อไม้และช่างเนียนสะอาดลื่นมือ


บ้านไม่มีชื่อ ความระเริงสดชื่นในตัวเรา เกิดจากบ้านหลังนี้ ขอนั่งมองป่ามุมนั้น ย้ายลุกไปนั่งอีกมุม เพื่อมองดูวิวป่าที่เปลี่ยนไป ระเบียงยาวลดหลั่นตามโค้งน้ำทั้งซ้ายขวา ให้นั่งนอนพักผ่อนได้ทั้งวัน บ้านไม่มีชื่อไม่ใช่แค่มีระเบียงที่ยื่นหาสายน้ำ แต่ยังวงโอบต้นไม้ใหญ่ผิวเปลือกเกลี้ยงเกลาให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เราพบว่าต้นไม้ ส่งสัญญาณ…. เหมือนเตือนว่าต้นไม้ใหญ่ต้องทำหน้าที่เผื่อแผ่ให้พืชเล็กๆเช่นกล้วยไม้ได้อิงอาศัยด้วย และกล้วยไม้ป่าที่ขึ้นเองในผาด่างมีมากมาย เราควรจับแยกมาเพื่อกระจายเผ่าพันธุ์

ภูเขาสีเขียวชุ่มสด แสดงตัวตนความเป็นป่าใหญ่ยืนเรียงทอดยาวเป็นแนวสุดสายตา ท้องน้ำใหญ่กำลังรองรับละอองฝนเล็กๆหยิมๆหลังจากฝนใหญ่เพิ่งซาหมาดไป เราสูดดมความสดชื่นของไอดินไอฝนที่มีกลิ่นสะอาด


มาแล้ว การเฝ้ารอคอย ความวิเศษกำลังมา และจะต้องเกิดตามมาทีหลังเมื่อฝนหนักหมดไป มายามหัศจรรย์กำลังก่อเกิด หมอกสีขาวบางๆปรากฎขึ้นจากชายขอบป่า มาจากที่ไหนไม่มีใครรู้ หมอกขาวบางลอยไหลจากต่ำค่อยๆสูงขึ้น หมอกค่อยๆรวมเปลี่ยนตัวเองเป็นหนาขึ้น และค่อยๆฟูพองใหญ่โตขึ้นทุกที ตอนนี้พวกหมอกมีมากกว่าภูเขาป่าเบื้องหน้าหมอกเข้าหาไหลลามครอบคลุมโอบกอดปิดภูเขาเบื้องหน้าทั้งหมด เทือกเขาทั้งหลายหายไปจากสายตา นานมาก คลื่นหมอกหนาก็ค่อยๆคลายรัดภูเขา เทือกเขาแนวยาวค่อยๆกลับคืนปรากฎภาพให้เห็นทีละนิด ส่วนพวกหมอกสีขาวกำลังเดินทางจากไปทางป่าขวามือ ไปรวมสีเดียวกันกับท้องฟ้า

บ้านของเรามีชื่อแล้ว ภูสีหมอก เรารักชื่อนี้ เพราะชื่อนี้เกิดจากความจริง และความจริงนี้เป็นความงดงามและเกิดให้พบเห็นสม่ำเสมอทุกปีในราศีวสันต์ฤดู


รอยจำผาด่าง18



July 1,2008 เมฆฝนสีเทาเข้มกำลังทยอยเดินขบวนมาจากทิศทางป่าใหญ่ ลมฝนป่าเย็นสัมผัสผิวหน้าเรา ลมพัดแรงช่วยพาเมฆ หลายขนาด หลายก้อน ลมวิ่งไปในก้อนฝนเหล่านั้นกระชากเบาๆหมุนพัดเปลี่ยนรูปร่างก้อนเมฆให้ไม่เหมือนกัน แต่เลือกเป็นสีเดียวกัน ลมหอบลอยเลื่อนต่ำมาทางทิศที่เราอยู่ แต่บางอย่างเปลี่ยนไป ลมเปลี่ยนตัวเองให้แรงขึ้น แรงมากขึ้น ความเข้มแข็งของลมคำรามเสียงดังน่ากลัวจนเราสัมผัสความหวาดกลัวของตัวเอง ไม่หยุดแค่นั้นลมจับต้นไม้โยกอย่างแรง กิ่งไม้สะบัดกลับไปกลับมา ลมใหญ่แสดงพลังหอบใบไม้จากบนต้นไม้และกอบใบไม้จากพื้นดินผสมปนกับฝุ่นสีแดงฟุ้ง ฝุ่นกับใบไม้ต่างหมุนวนคว้างรอบตัวเองและกระจายเกลื่อนรอบแล้วรอบเล่า ใจของเราเริ่มมั่นใจ จ้าวแห่งลมประสงค์หอบฝนใหญ่เลยผ่านผาด่างไป





July 3,2008 จ้าวแห่งลมป่าร่วมกับพญาเมฆฝนกระทำอย่างนี้เกือบจะทุกวัน ทุกครั้งที่เมฆแห่งฝนพากันมาใกล้ผาด่าง เป็นความหวังตามด้วยความล่มสลายเปลี่ยนไป เปิดฟ้าใสสว่างคือความหมายไม่มีฝนเกิดขึ้นในวันนี้แน่นอน ลมใหญ่รุนแรงหอบเมฆสีเทาต่ำก้อนใหญ่เลยผ่านไปทางทิศตะวันออก เมฆฉ่ำน้ำฝนจากไปอีกแล้ว ต้นไม้ต่างยืนรอฝนเก้อพร้อมกับเรา ต้นไม้บอกเล่าด้วยสัญญาณของความหิวโหย เราบอกต้นไม้ว่า เจ้าต้องอดทนนะ เราจะสูบน้ำให้เจ้าบ่อยๆไม่ได้ น้ำมันลิตรละ40บาท หนึ่งวัน10 ลิตร ค่าแรงคนงานลากสายลดน้ำต้นไม้อีก ขอให้อดทน ต้นไหนจะปลิดใบร่วงจำศีลก็จงทำ


July 8 ,2008 เวลานี้คือเวลาป่าสร้างฝนหมุนกลับมา น้ำฝนจากฟากฟ้าลงสู่ป่า ต้นไม้ในป่ารู้หน้าที่และรีบทำหน้าที่ของตัวเองอมความชื้น .ให้มากที่สุดและร่วมกันปล่อยความชื้น สร้างเมฆฝนขึ้นสู่ท้องฟ้าให้โปรยปรายวนเวียนเป็นบทเรียนวัฎจักร และไม่เพียงเท่านั้นป่ายังสร้างสายธารให้น้ำฝนได้ไหลรินทยอยลำเรียงหยดน้ำให้ไหลตามเส้นทางของชายขอบภูเขาก่อนรินลงนอนขังในอ่างหรือฝายเก็บน้ำ





แต่เดือนนี้ช่างแตกต่างจากเดือนเดียวกันของปีก่อน ต้นไม้หลายต้นทิ้งใบรักษาชีวิตของตัวเอง บางต้นเปลี่ยนสีใบเป็นสีส้ม สีเหลือง แต่บางต้นใบลีบเหี่ยวคาต้น สัตว์ป่าลงมาออกันตรงที่เป็นน้ำขังหรือลำห้วยที่เกือบเหือดแห้ง คนชายป่าแก่งกระจานเรียนรู้และจำยอมรับเงื่อนไขที่ธรรมชาติสอนเป็นบทเรียนปีแล้วปีเล่า น้ำฝนก่อเกิดจากป่า และในปีหนึ่งเวลาจะเป็นผู้พาน้ำฝนแก่ชาวป่าเพียงแค่3 เดือนท่านั้น


July 10 ,2008 ธรรมชาติคือจ้าวแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่… วิธีอธิบาย… เหตุต้นตอมนุษย์ลื้อทำลายวิถีสมดุลย์ของกฎธรรมชาติ บทลงโทษได้เวลากลับมาพร้อมกับ นำความโหดร้ายลึก บันดาลความแร้นแค้นประทุทุกหย่อมหญ้า เรื่องสำคัญที่สุด น้ำปัจจัยจำเป็นต่อทุกชีวิต จะมีให้…. แต่น้อยมากและเว้นช่วงนาน มากมายหลายวิธี อย่างจงใจมอบความ ทุกข์ยาก ระทมแสนสาหัส ลำบากต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด ธรรมชาติไม่สามารถยุติเรื่องการทำลายนี้ได้เลย สมดุลย์ถูกมนุษย์เปลี่ยนไปใช่หรือไม่ ฝน ลม ไฟ ความสว่าง ความมืด ร้อนหรือหนาวทั้งหมดคือความก้าวร้าว แตกหักรุนแรง

ธรรมชาติบอกแจ้งอย่างแท้จริง และบอกย้ำอีกว่า ธรรมชาติแสนสุภาพอ่อนโยนเป็นผู้ให้เหมือนแต่ก่อนจบลงไปแล้ว และจากไปนานมากแล้วเช่นกัน







July 15 ,2008 หลายต่อหลายครั้งเราแหงนหน้ามองฟ้า อ้อนวอนร้องขอกับจ้าวป่า มอบน้ำฝนสู่ผืนดินสีแดงแห้งแห่งนี้ด้วยเถิด เครื่องบินทำฝนเทียม มาทุกวันบางวันมาหลายรอยรอบ ในหลวงของแผ่นดินท่านทราบได้อย่างไรว่าป่าใหญ่แก่งกระจานปีนี้ไม่มีฝน เมื่อเครื่องบินจากไป บางครั้งมีฝนแต่เป็นฝนเทียมที่แสนบางเบา หน้าไม่เปียกฝน สองมือแบรองรับเม็ดฝนนับเม็ดได้ ฝนตกและหยุดอย่างรวดเร็ว ฝนแห้งเหือดหายไปในพื้นดินฝุ่นสีแดง ใบไม้ไม่มีเม็ดฝนเกาะแพรวพราว ทุ่งหญ้าร้อนจนเป็นสีเหลืองน้ำตาล น้ำฝนแตะแล้วเหือดแห้งหายไปทันทีทันใด ทุกวันในผาด่างรอบตัวป่าเป็นสีของฤดูแล้ง ฤดูฝนหรือฤดูแห่งชีวิตใหม่กำลังเคลื่อนผ่านไป การรอคอยน้ำฝนของชาวบ้านป่าร่วมอยู่ในวันที่กำลังจากไปเหล่านั้นด้วย


July 16 ,2008 หลายครั้งที่เรานั่งรถกลับผาด่าง บนถนนรถวิ่งผ่านไป เมฆและฝนตกชุ่มมากมายเหลือเกิน หลายต่อหลายครั้งถนนที่เปียกน้ำฝน ใบไม้ย้อยหนักอมน้ำก้มหน้า ดินข้างถนน อมน้ำเป็นสีดำเข้ม บอกเราว่าที่นี่มีฝนและเพิ่งจากไปไม่นาน แต่เมื่อเข้าเขตผาด่างร่องรอยฝนจางหายไป ฝนมีแต่ไม่ที่นี่ ฝนมาแต่ไม่ใช่ที่แห่งนี้ ฝนจากป่าแค่เดินทางผ่านผาด่างไป ตามเวลาวันของฤดูวสันต์ เป็นอย่างนี้หลายครั้งหลายหน ปลาที่ตากแดด ไม่ต้องเก็บ ผ้าที่ราวเรียงไว้ ไม่ต้องวิ่งเก็บ รู้แล้วว่า ฝนจะไม่ตกหรอก ชาชินจนใจร้าว ท้อแท้เต็มอก หลายหนที่ตั้งใจเหม่อจ้องท้องฟ้า ร้องขอภาวนากับเทพแห่งฝน จงกรุณา ให้ฝนปราณีกับผืนดินผาด่างด้วย











July 28 ,2008 เสียงชาวบ้านเปรยในร้านขายของให้เราได้ยินหลายต่อหลายครั้งที่แวะเวียนมาซื้อของที่ผาด่าง ปีนี้ฝนแล้งจังเลย ฤทธิ์ของฟ้าแล้งฝนผลสะท้อนความยากลำบากข้ามไปชัดเจนต้นปีหน้า ปีหน้าจะได้ปลูกผักกันหรือเปล่า น้ำในเขื่อนเริ่มแห้งลงและเปลี่ยนสี ตอไม้ที่เคยจมน้ำ





วันนี้ขอนไม้มะค่า ขอนไม้ใหญ่ที่เราชอบยึดเป็นที่นอน ดูสายน้ำ และท้องฟ้า ร่างต้นมะค่าหายไปจากการมองหานานเกือบปีแล้ว ในหน้าน้ำ ฝนหลากปีก่อนน้ำมากท่วมเจ้าจมอยู่ใต้บาดาลนอนนิ่งแต่สร้างประโยชน์เป็นบ้านหลบลี้ภัยของสัตว์น้ำต่างๆ ร่างของเจ้ามะค่ะถูกโค่นลง เพื่อเลื่อยขาย ทำไมเจ้ายังนอนแข็งอยู่ทั้งต้น เพราะอะไร ร่างถึงไม่ถูกตัดแยกขาย ทุกคนช่วยกันบอกเล่า ร่างเจ้าเป็นโพรงกรวง สิ้นไร้ราคา ตัดเจ้าให้ตาย จนร่างล้มคลืนลง แล้วทิ้งเจ้านอนกลวงนิ่งตากแดดในหน้าแล้ง จมน้ำในหน้าฝน ปีแล้วปีเล่า

บางคนเสนอว่า ตอไม้สวยนี้ ทำไมไม่ยกไปไว้หน้าผาด่าง เอาไปตกแต่งให้ผาด่างดูสวยงาม คำตอบในใจของเรา เจ้าสวยและมีค่าเมื่อได้นอนตายตรงที่เจ้าเกิดมา และเป็นประวัติศาสตร์หนังสือชีวิตจริง เรียนรู้วิถีของป่าแก่งกระจานผืนนี้ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้เข้าใจและจดจำ






เจ้าแห่งเวลาบันทึกเรื่องตอมะค่าถูกเลื่อยยนต์ฆ่า และ เรื่องนี้ผ่านมานานร่วม20 ปี ต่อจากนี้ต่อไปตราบเท่าที่มีเรากับผาด่าง หน้าบ้านฟ้าสด บ้านฟ้าใส และบ้านที่ยังไม่มีชื่อ ทุกคนจะมองเห็นเจ้ามะค่ากลวงอย่างเต็มตา และเราภูมิใจที่มีเจ้าร่วมอยู่ในผืนดินเดียวกัน


July 29 ,2008 เก๋เดินทางไปจ่ายของที่ตลาดท่ายาง เพราะว่าพรุ่งนี้จะมีนักศึกษา จำนวน60 กว่าคน จากนครปฐุม มาเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม แล้งฝนและเด็กเข้าค่าย วนเวียนให้ครุ่นคิด ปีนี้เข้ากลางฝนแล้ว เรายังไม่ได้รองน้ำฝนกันเลย ตุ่มน้ำหลายตุ่มน้ำเริ่มแห้งขอด ตุ่มน้ำตั้งอยู่แต่ว่างเปล่า ตุ่มยืนเรียงใต้ชายคารอการเติมเต็มจากฝนบนฟากฟ้า





พี่หวัดกับทีมลูกน้อง ช่วยกันกางเตนท์หลังใหญ่และหลังเล็ก เต็มลานหญ้า แต่ละเตนท์นำฟรายชีทคลุมกันฝนด้วย เมฆฝนก่อตัวลอยมาจากทางทิศตะวันออก หลายครั้งที่หมู่เมฆฝนมาจากทิศตะวันตกของป่าใหญ่ และครั้งนี้แตกต่างไป ขอให้เกิดฝนด้วยเถิด เราภาวนา พร้อมกับร้องบอกพี่หวัด อย่านำเอาเครื่องนอนใส่ไว้ในเต๊นท์ ไม่นานสายฝนใหญ่ก็ลงมาอาบพื้นดิน ฝน ฝน ฝนมาแล้วเรายืนใต้ชายคามองสายฝนมี่โปรยกระหน่ำ ใบไม้ทุกใบเปียกโชกชุ่มและพากันขยับเหยียดลู่ลงให้สายฝนผ่านตามร่องสู่ปลายใบและไหลรินไปหาพื้นดิน




July 30 ,2008 ชาวผาด่างต่างขะมักเขม้นทำอาหารกันแต่เช้า เมื่อใกล้ถึงกำหนดการ ทุกอย่างที่เตรียมพร้อมก็เสร็จลงก่อนกำหนดเวลา แต่ นักศึกษายังไม่มา มื้อแรกคือข้าวห่อใบไม้ผาด่าง คุณทอมหัวหน้าทีมมีกำหนดการนำคณะนักศึกษาพากันเข้าป่าบ้านกร่างและกินข้าวห่อกันที่นั่น ตอนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานทำหน้าที่วิทยากรมารอรับนักศึกษาที่ผาด่างแล้ว คุณหน่อยกับพี่บัติเข้ามาเยี่ยมเยือนเรา ชวนเราเข้าไปดูนกด้วยกัน เราจำต้องกล่าวปฏิเสธไป ด้วยห่วงงานที่รออยู่ข้างหน้า เราแหงนหน้ามองท้องฟ้า และถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า วันนี้ฝนจะตกหรือไม่ เสียงตอบหนักแน่นชัดเจน ตกแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ครับพี่กุ้ง



ถามและตอบตัวเองในใจ ถ้าวันนี้ฝนตก กิจกรรมเข้าค่ายจะยุ่งและวุ่นวายมากแค่ไหน เตนท์นอนหากเปียกเด็กๆจะย้ายไปนอนที่ไหน เด็กๆจะเล่นกิจกรรมกองไฟได้หรือเปล่า การทานอาหารมื้อเย็นที่ห้องอาหารคงต้องเปลี่ยน โยกย้ายหม้อกับข้าวและจานมาทานในหอประชุมและกิจกรรมกลางแจ้งก็ต้องยกเลิกมาทำกิจกรรมมาทำในห้องประชุมแทน ถ้าให้เลือกไม่มีฝนกับกิจกรรมแสนยุ่งวุ่นวายจะบังเกิดขึ้น ใจของเราขอเลือกข้างธรรมชาติแทน เราทนเห็นความแห้งแล้งไม่ไหวแล้ว เพราะกับปัญหาคือการแก้ไข และนั่นทำให้เราเข้มแข็งขึ้น




ตกบ่ายสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาเรื่อยๆ ฝนตกอยู่นาน และฝนไม่ได้แสดงทีท่าว่าพอแล้ว ดินที่อุ้มน้ำเมื่อวานและวันนี้มีซ้ำอีกครั้งและนานต่อเนื่อง พื้นดินกลายเป็นเฉอะแฉะ เราเดินตากฝนพาน้องๆผู้หญิงขึ้นบนเรือนหลังใหญ่ แทนการนอนเตนท์ เด็กสาวต่างตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ เดินขวักไขว่เปิดห้องนี้ ห้องนั้น จากนั้นเราเดินยิ้มตากฝนที่กระหน่ำหนักนำหน้ารถผู้อำนวยการเข้าพักบ้านนกเงือก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเรากลับเข้าไปในห้องเตรียมเสริพอาหารทุกอย่างดูชุลมุนแต่เรากลับมีความสุข เพราะค้นพบว่า ฝนคอยสร้างอุปสรรคให้มากมาย แต่การคิดแก้ไข ถูกเตรียมไว้อย่างดีแก้วิกฤต ได้ทุกอย่าง เด็กหนุ่มและสาว รวมทั้งอาจารย์ และเจ้าหน้าที่อุทยาน ต่างยิ้มแย้มแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างสดชื่น และรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนนอนคืนนี้เรานอนฟังเสียงฝนเปาะแปะกับหลังคาและหลับลงพร้อมกับความสุข




July 30 ,2008 ในห้องอาหารสว่างไสว อากาศสดชื่นแจ่มใส เด็กๆทยอยเข้ามารับประทานอาหาร อาจารย์หญิงเดินเข้ามาหาเรา พร้อมยื่นทองเป็นสร้อยข้อมือ เล่าให้ฟังว่าเด็กนักศึกษาเก็บได้ ไม่ทราบว่าเป็นของใคร เรารับมาดูและคิดว่าน่าจะเป็นของท่าน ผ.อ ก่อนจะยื่นคืนไป ให้อาจารย์ลองโทรถามท่านผ.อ. ที่รีบกลับไปแต่เช้า หากไม่ใช่ก็ให้นำไปทำบุญ จะดีกว่าค่ะ หลังจากนั้นไม่นานเด็กๆทยอยขึ้นรถเข้าไปปลูกป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และจะกลับมารับอาหารกลางวัน ไปทานกันบนรถ และจะอำลาจากผาด่างก่อนเที่ยงวัน


August 5 ,2008 ข่าวคราวของบ่อน้ำมหัศจรรย์ที่รีสรอท์ไม้มะค่า ไม่ไกลจากผาด่างมากนัก รูปนกป่าในเวปไซด์พันทิปนกป่าหลากหลายชีวิตร่วมลงอาบน้ำ ฟ้าแล้งฝนอย่างนี้ทั่วถ้วนกันไปหมด ลำธารน้อยทุกบ่อ ทุกแอ่ง ทุกอ่าง เราคอยสังเกตุน้ำป่าไหลบางๆแคบ ยิ่งกว่านั้นน้ำที่ไหลไม่มีแรงร้องหัวเราะกับก้อนหิน น้ำอ่อนแรงไหลอย่างเบาเงียบเบาเหมือนเสียงกระซิบ บางแอ่งเหือดแห้ง เหล่าเพื่อนนกหมุนเวียนกันลงอาบน้ำคลายร้อน ต่างจากทุกปี ในเดือนฝนนี้นกมีแต่ต้องตื่นแต่เช้า พึ่งปีกให้แห้งหลังฝนอาบร่างชุ่มเปียก ฝนตกข้ามหลายวัน ข้ามหลายคืน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝนกุ่ม หมายถึงฝนตกติดต่อกันหลายๆวัน ปริมาณฝนไม่หนักไม่มีลมมีแต่เม็ดฝนพรำสม่ำเสมอ ชาวบ้านเรียกร้องขอฝนใหญ่ …..ให้น้ำฝนสร้างน้ำไหลเต็มลำห้วยด้วยเถิด




August 6 ,2008 นกอพยพหลายชีวิตต่างทยอยอพยพกลับมาผาด่างเร็วกว่าปีก่อน และมีหลายชีวิต อาศัยใกล้ลำธาร นกจาบคาเคราน้ำเงิน หงุดหงิดที่ลงเล่นน้ำไม่ได้ เพราะเราหลงมาในเวลาเดียวกับเจ้าจะร่อนลงอ่างน้ำ


นกจาบคาคอฟ้ายืนเกาะกิ่งกระถินแห้งตาย เป็นครั้งแรกของเจ้านกสวยสง่ากับตัวเราบนบ้านใหม่ที่ไม่มีชื่อ บ้านของเราในผาด่างเกือบใกล้เสร็จแล้ว ทุกเช้าหน้าระเบียงนกทุกตัวออกหากิน กระโดดจากกิ่งโน้น กิ่งนี้ จากไกลมาใกล้ และบางครั้งยอดสูงมากิ่งต่ำ ยืนร้องเพลงของเธอให้เราฟังใกล้ๆ การรู้ว่าเรามีชีวิตตรงนี้กับเพื่อนนก ความสุขอยู่ และวนรอบๆตัวเราและเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นความลับ ทุกคนที่มาเยือนต่างรู้สึกและสัมผัสกับความสุขอย่างเดียวกับเรา




August 7 ,2008 นก blue wing pitta 2ตัวยืนไม่ไกลสีสีสดเด่นไม่อาจปิดซ่อนจากสายตาเรา เรื่องตื่นเต้นในใจเราออกมาโลดแล่นอีกแล้ว แต่ที่อ่างน้ำเจ้ามาเพียงลำพังตัวเดียว เงียบ เบา เจ้าจ่อมตัวลงในลำธารตื้น ย่อตัวลงอมน้ำและยืนยืดสะบัดขนและทำอย่างเดิมอีกรอบและหลายรอบผ่านไป เมื่อเจ้า blue wing pitta จากไป เสียงนกร้องบนศีรษะใกล้เราจัง แค่เงยคอ ก็พบพวกเจ้า นกกินปลีแก้มสีทับทิม ทั้งตัวผู้และตัวเมีย นกอยู่นานมากแต่ตำแหน่งที่มองเจ้า อาการเมื่อยคอมากๆตามมา








August 9 ,2008 นก scaly-breasted munia รวมฝูงนับสิบตัวทะยอยบินมาเกาะกิ่งรอบๆลำห้วย และค่อยๆบินถลาลงเข้าอ่างน้ำ เราพบว่านกพวกนี้เป็นนกขี้ร้อน ชอบอาบน้ำเล่นน้ำวันละหลายรอบ อาบน้ำเล่นน้ำ วนเวียนบินหนีหายไปด้านหลังพงหญ้า ไม่นานพวกเจ้าก็อดหวนกลับมาอาบน้ำกันอีก นกกาแวนมาร่วมด้วย 2 ตัว แต่ไม่นาน นกกาแวนปฏิเสธการมีเรานั่งมอง นกปรอดทอง นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดคอลาย นกปรอดสวน ตระกูลปรอดสีเขม่า และก่อนหันหลังลาจากมา นกกางเขนดงตัวเมีย นกแซงแซวเล็กเหลือบ หางบ่วงใหญ่ และเจ้า pied - fantail





เฝ้ามองนกเล่นน้ำ ฟังเสียงเครื่องบินทำฝนเทียมบินมาอีกแล้ว แดดสีแดงหายไปทันทีและมีลมพรูพัดเข้าหาเรา ลมหมุนตัวเล่นกับใบมะม่วงชวนกันแก่วงกันไปมา และขับเสียงให้เราฟัง เตือนเราว่า ลมกำลังพาฝนมาแล้ว ผิวกายสัมผัสไอเย็นของลมป่าที่มีฝน หรือว่าฝนตกสักแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากผาด่าง


August 12 ,2008 เราเขียนมาถึงตอนความจำอันสำคัญแล้ว นกฝูงนี้silver-breasted boardbill นกแสนรัก แสนสวย ด้วยความอยากพบมากกว่าแค่พบเห็นตามรูปภาพ เกิดตำนานเราร่วมกันกับนกชนิดนี้ ป่าแก่งกระจานมีร่องรอยเท้าของเราบนเส้นทางเดินหลายต่อหลายรอบ แต่วันนี้ จากลำธารน้ำใสตื้นๆป่าดิบชื้นบ้านกร่าง เหล่าชีวิตนกแสนรัก มิติใหม่เกิดแล้ว

ฝูงนกเจ้าของปีกสีเงินกำลังบินเข้ามาใกล้ เสียงนกพญาปากกว้างอกสีเงิน ร้องเรียกกันไม่ดังมากแต่เพียงพอให้เราได้ยิน สายตาต้องหันหาตามเสียง เจ้ามากันหลายตัว กับเพื่อนพี่น้อง ช่างมากันมากมาย ลงเกาะกิ่งฝั่งซ้ายเตี้ยๆ ลงเกาะกิ่งฝั่งขวา มีลำธารน้ำใสตื้นๆอยู่ตรงกลาง ที่นั่นนกรู้หรือไม่ว่าเรามีตัวตน เรานั่งอยู่ใกล้และทำตัวปิดบังตัวตน เจ้าไม่รู้และไม่ได้เรียกให้เราลงเล่นน้ำกับเจ้า แต่ที่เราแอบมองอย่างสุภาพและเงียบนั้น พวกเจ้าเปิดเผยการแสดงวิธีการอาบน้ำ หรือการเล่นน้ำให้เราได้ดู



เริ่มจากนกหนึ่งตัวคงเป็นจ่าฝูง ฝั่งซ้ายบินโผลงจากกิ่งที่ไม่สูงมากโฉบลงด้วยการกางปีกให้มากที่สุด ตีนนกแตะกระแทกผิวน้ำพร้อมปีกที่กางสุดๆกรีดเล่นกับน้ำใส ลำธารอารมณ์ดีร้องเพลงระริกร่วมเล่นกับฝูงนกด้วย ส่วนแสงตะวันน้อยๆลอดมาตามช่องของต้นไม้ที่เอนไหวตามแรงลม แสงแดดบางๆนี้ลงมาเกาะน้ำตามปีกของนกร่าเริง เมื่อนกกรีดรีดสะบัดปีกกระจาย หยดน้ำและแสงแดดก็กลายเป็นภาพละอองเพชรฟุ้งฝอย แค่ช่วงแสนสั้นไม่เกิน 2 วินาที ก่อนถลาบินขึ้นฝั่งตรงข้าม เปิดโอกาสให้นกที่รออยู่ฝั่งตรงข้ามบินล่อนลงแตะกระพือปีกอาบน้ำ แล้วโผขึ้นเกาะกิ่งสลับตำแหน่งฝั่งกัน ทำสลับกันทีละตัว จนหมดฝูง ขอบคุณเจ้าแห่งกาลเวลา มอบประสบการณ์ความงามจับใจ ขอความทรงจำกับหัวใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อยึดเก็บความสุขรำลึกลึกซึ้งครั้งนี้ไว้


วันศุกร์, สิงหาคม 22, 2008

นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher

นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher เรามีวันนี้และตั้งใจให้เป็นวันของเรากับนกตัวนี้

August 8,2008 เมื่อความเงียบยึดครอง เจ้าจะบินมา และตัดสินใจเกาะพื้นตรงนี้ บางครั้งบนกิ่งมะม่วงที่ยื่นยาวตรงปากบ่อเลี้ยงปลา นกตัวน้อยๆสีรุ้งบินมาจากที่ไหน นกไม่บอก แต่ปรากฏตัวในเช้าวันหนึ่ง ที่บ่อปลาห้องอาหารผาด่าง ตั้งแต่นั้นชีวิตของชาวผาด่างก็แตกต่างจากวันก่อนๆที่ผ่านไป ด้วยนกตัวนี้
August 10,2008 เป็นครั้งแรกในชีวิตของกๆคน ในผาด่าง กับการรู้จักนกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher นกมอบประกายความสวยสดของตัวเองอย่างเฉิดฉาย อวดความน่ารักและเรียกความน่าสงสารจากรูปร่างที่เล็กจิ๋ว ยั่วยวนเรียกรอยยิ้มทุกท่าทางแก่ผู้แอบมอง หลงมนต์เสน่ห์คอยเฝ้าตามและบอกต่อกันไป เสียงพรรณาของชาวผาด่าง มีนกสวยอย่างนี้ ในโลกใบนี้ด้วยหรือ

August 15,2008 วันใหม่ของอีกวัน เจ้าของปีกสีสวยประสงค์กลับมายืนหาเหยื่อที่เดิมตรงเวลา เจ้าหว่านเสน่ห์โปรยความหวังว่าเช้าของวันพรุ่งนี้คือการพบกันอีกนะ ทุกครั้งทุกที่ที่เจ้าโผลงเกาะนิ่ง เสียงเล่าลือบอกต่อกันและกัน พบเจ้า ตามลำห้วย กิ่งไม้แห้งมุมรกบ้านปักษาสวรรค์ เจ้ามาเยือนและพักแรม ค้างข้ามวันและหลายข้ามคืน เวลาถูกผ่านไป 7 วันแล้ว พวกเราเรียนรู้ว่า เจ้าชอบกินอะไร จิ้งเหลนน้อย และลูกปลา บ่อน้ำ อ่างเก็บน้ำผาด่าง มีปลาอาหารที่เจ้าชอบมากมาย จิ้งเหลนตัวน้อยวิ่งมุดซ่อนจากสายตาอันว่องไวของเจ้านกสวยตามใต้ใบร่วงตรงขอบบ่อ

August 16,2008 เราคงต้องขอกล่าวให้เจ้ารับรู้ ชาวผาด่างตกหลุมรักเจ้านกตัวน้อยนิด เทพธิดาปีกสีรุ้ง เพราะทุกคนเผลอสบดวงตาโตกลมสีดำสนิทสะท้อนกับแสงตะวันจนเป็นประกาย หรือนี่คืออาวุธ ความงามสะกดปกป้องปลุกกระตุ้นความรักหยุดยั้งความใจร้ายของมนุษย์ นกเนรมิตความสุขผ่านท่าทางคอยก้มหน้ามองน้ำหาเหยื่อ สลับเงยคอแหงนชะแง้มองฟ้า พองขนฟู …ไซร้ขนทำความสะอาดร่างกาย ทีท่าเดียงสา น่ารัก สีสันที่หุ้มร่างกระจ้อยน้อยคือขนปีกมันเลื่อมหลากสีจัดจ้าน ตรงที่เก็บความอ่อนไหวของจิตใจคน ห้องแห่งความประทับใจถูกเปิดออกอีกแล้ว ความรัก ความปราณีถูกประดังออกมา จิตในตัวตนสามารถรู้ซึ้งถึงความสุขซ้ำแล้วซ้ำเล่า

August 18,2008 การมีเจ้า ตามวันที่มากขึ้นของทุกวันใหม่ เตลิดความหวังมีเจ้าที่นี่ยังไม่พอ ถ้ามีเจ้าร่วมชีวิต รับรู้ว่ามีเจ้า ร่วมอาศัยผืนแผ่นดินนี้ให้อยู่กับพวกเรา ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ….จ้าวแห่งธรรมชาติ กำหนดแผ่นดินนี้มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลนกน้อยสำคัญตัวนี้ แต่วันพรุ่งนี้เล่า เจ้าบินมาจากไหน และจะอยู่นานสถานที่นี้นานแค่ไหน คำตอบที่ไม่รู้ เราจะมีกันและกันที่ผาด่างแห่งนี้อีกหรือเปล่า วิงวอนขอให้ทุกเช้า เมื่ออาทิตย์เริ่มส่องแสง จงนำเจ้ากลับมาที่เดิม เมื่อเย็นลงตะวันจมหายไปหลังภูเขา จงพาเจ้าฝากไว้กับเจ้าป่าอารักษ์ซ่อนเทพธิดานกสวย ตัวนี้ด้วยเถิด



August19 ,2008 คิดเอาเองอย่างลึกซึ้งอิ่มใจ อีกครั้งได้รับหมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเพื่อนปักษา หมายถึงคุ้มครองให้ปลอดภัย หน้าที่ที่ทำส่งผลให้พบตัวเองหลงปลื้มใจ พลังมุ่งมั่นตั้งใจฟื้นพลิกไร่สับปะรด กลับกลายเป็นผืนป่า จำนวนวันเริ่มยาวนานขึ้น( 1825 วัน) จากต้นไม้ผอมเล็ก วันนี้ต้นไม้โตสูงใหญ่ จากจำนวนน้อยต้นจนเต็มแน่นผืนดิน เพื่อนเหล่าปักษาพากันบินออกมา…ช่วยปลูกต้นไม้เติมเต็ม พากันมาทำรัง กำเนิดลูกหลาน ร้องเพลงชาติของตัวเองทุกเช้าของอรุณ ใช้วิถีชีวิตร่วมกันกลมกลืนกับชาวผาด่าง


August 20,2008 มีสิ่งสำคัญใหญ่มากที่เราต้องค้นหาคำตอบจากเพื่อนใหม่แห่งการค้นพบ จ้าวแห่งธรรมชาติ ประสงค์ให้เจ้าเป็นตัวแทนนำคำตอบอะไรมาบอกเราอีก เราต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มและที่คิดว่ารู้แล้วเป็นคำตอบที่ถูกหรือผิด จากหนังสือ และคำแนะนำจากครู อาจารย์ นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfishergikg กำลังทำหน้าที่บินลงไปอาศัยอยู่ป่าทางใต้ มากกว่านั้นพวกเจ้าเพิ่งร้างแยกย้ายหลังเลี้ยงดูลูก พ่อและแม่สอนจนมั่นใจว่าลูกน้อยทุกตัวเข้มแข็งเพียงพอ อาหารของเจ้าอยู่ในน้ำ ศัตรูอาจมาทางฟากฟ้า และทุกชีวิตปักษาสกุลเจ้า กำลังบินสู่ป่าใต้ พวกเจ้าต้องอาศัยสัญชาตญาณ แสวงหาวิถีชีวิตตามบรรพบุรุษอย่างไม่สามารถละเมิดจิตวิญญาณให้เป็นอย่างอื่นที่แตกต่างได้เลย

August 22,2008 เจ้านกน้อยบินมาจากที่ไกลแสนและเหนื่อยล้าเหลือเกิน อาจแค่ขออาศัยผืนแผ่นดินนี้พักกาย สะสมอาหาร เมื่อร่างกายจิ๊บกระจ้อยเริ่มแกร่ง แข็งแรงเพียงพอ จำเป็นต้องบินจากดินแดนนี้ สู่เส้นทางจุดหมายที่ธรรมชาติกำหนดไว้ปลายทาง ที่ไม่ใช่ผาด่าง ….. แต่ถ้าปีหน้า นกตัวนี้จำ(รอย)ผาด่าง คือรังอีกหลัง มีเรารอคอยเติมเต็มอาหารโปรด จัดมุมพักซ่อนปลอดภัย ขอให้เจ้านกน้อยตัวนี้จดจำไว้ เพื่อบินกลับมารำลึกผลึกความทรงจำกับผืนดินผาด่างอีกครั้ง




วันเสาร์, มิถุนายน 28, 2008

บ้านกร่างกับเด็นักเรียนด่านโง

หกโมงเช้า วันที่19,20 เดือน มิถุนายน 2551

เมื่อฟ้าเริ่มสางเราเดินตากฝน ฝ่าละอองน้ำที่พรมจากฟ้า ทางเดินสลัวๆแค่พอเห็นทางลางๆ ห้องอาหารผาด่างคุณป๋องและคุณหน่อยเป็นฝ่ายรอเรา

ครั้งนี้ธรรมชาติส่งเพื่อนอาสาช่วยเราพาเด็กป่าเข้าป่า แต่ไม่ใช่มีแค่นั้น ที่บ้านกร่างเหล่ากลุ่มเพื่อนดูนก คอยชี้บอก จากตรงนี้เดินไปไม่ไกลนะครับ นก….. และอีกเช้า รอแถวนี้นะครับนก….


ท่ามกลางฝนพรำอย่างสม่ำเสมอ เด็กๆบ้านป่าพ่อแม่ขี่รถเครื่องตากฝนทยอยกันมาส่งที่ผาด่าง ฝนจากฟ้าไม่ทำให้เด็กป่ายอมถอย ฝนไม่ใช่อุปสรรค เด็กป่าไม่กลัวฝน ในแววตาของเด็กๆตื่นเต้น กระตือรือร้น ส่งเสียงดีใจที่จะได้กลับเข้าไปเที่ยวป่ากับเราอีกครั้ง หลังจากที่ร่ำร้องรอวันนี้กันมานานหลายเดือน

ไม่ไกลจากผาด่าง เจ้าต้นไทรใหญ่ยืนแผ่กิ่งก้านริมถนนลูกไม้สุกสีเหลืองเต็มต้นข้างหน้า และอีกมากที่ร่วงเกลื่อนบนพื้นดินด้านล่าง บทเรียนรู้รักธรรมชาติเริ่มแล้วกลางฝนพรม กว่าจะผละจากต้นไทรครูใหญ่ของเด็กๆได้ เสียงที่บอกเล่าว่าเห็นนกสีเขียวผละจากกิ่งโน้นกิ่งนี้ เห็นไม้ป่าเลื้อยพันปีนป่ายหลายอย่างมาอิงอาศัย





จากต้นไทรเราพาเด็กๆเดินเข้าออกลอดตามอุโมงค์ทางด่านช้าง ร่องรอยเดินเป็นปล่องช่องคดเคี้ยวเลี้ยวซ้ายขวาไม่สิ้นสุด เสียงเด็กถาม ป้ากุ้งค่ะ กล้วยไม้ป่าค่ะ ออกดอกเล็กๆด้วย อีกคนก็ชี้ให้ดูบ้าง โน่นค่ะ กระเช้าสีดา ใหญ่และสวยจังค่ะป้ากุ้ง



รอยเท้าอะไรค่ะ เสียงพี่หวัด ตอบเสียงเบาๆ รอยเท้าวัวแดงลงมาเมื่อค่อยสางนี้เอง นั่นรอยเท้ากระทิง แล้วทำไมมันลงมารวมกันตรงนี้เยอะแยะไปหมดค่ะ เราเองเป็นคนอธิบายเกี่ยวกับโป่งความสำคัญหน้าที่ของโป่งต่อเหล่าสัตว์ป่า บางคนเก็บขนเม่น 3-4 อัน วิ่งมาให้เราดูบอกว่าจะเก็บไปเป็นที่ระลึก เราบอกว่า ความอยากได้ขนเม่น กับเรื่องผิดกฎหมาย ป้ากุ้งให้หนูต้องเลือกคิดเองนะ

เวลาค่อยๆผ่านไป บทเรียนจากใบไม้ใหญ่น้อย กลิ่นช้างสาบฉุน ผีเสื้อบินล่อนไป กระรอก กระเร็น และกิ้งก่าบินอวดเด็กๆให้เห็นได้แค่บางคน พวกเราลืมไปแล้วว่าฝนจากเราไปเมื่อไหร่


ห้องเรียนของเราเริ่มสว่างไสว นกป่าออกมาหากิน ผึ่งปีกอาบแดดและส่งเสียงขับขาน นกขุนแผนอกส้มตัวโตเกาะนิ่งพระเอกของเด็กๆ นกกระเต็นลายที่ออกมาอวดตัวเด่นแต่กลับใจบินหลบซ่อนใกล้ๆ


กลายเป็นบทเรียนของจริยธรรม…ความพยายามและน้ำใจของเด็กๆช่วยชี้บอกให้เพื่อนๆได้ชื่นชมพบนกสวยแกล้งซ่อนหา สีหน้าเศร้าเมื่อยังไม่พบนก…เปลี่ยนเป็นยิ้มแก้มโป่งเมื่อพบนกสวยตัวนั้นแล้ว ป้ากุ้งครับมุมนี้เห็นง่ายครับ ป้ากุ้งขาตรงไหนค่ะ หนูเห็นแล้วค่ะ ปากสีแดง เค้าโป่งพองคอด้วยค่ะ

ห้องเรียนอีกห้องอยู่ข้างทางเป็นห้องสีมืดเงาดำ พุ่มใหญ่ใบไม้ที่เปียกอมน้ำห้อยคลุมลงเป็นห้องโดมทรงกลม แสงสลัวมัวเต็มห้องนี้ เด็กตัวน้อยชี้ นกครับ ผมเห็นนกตัวเล็ก เกาะกิ่งไม้อยู่และชี้มือให้ดู เพื่อนของเด็กน้อยมองตาม จริงครับป้ากุ้ง ผมเห็นนกสีชมพูตัวนิดเดียว


ป้าๆ ลุงๆ ตาไม่ค่อยดีเพราะมืดมาก แต่แล้วทุกคนก็พบกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ เสียงของเด็กหลายคนดังขึ้นดังขึ้นอีกจนทำให้นกน้อยบินหายเข้าป่าสีดำ


บทเรียนอีกแล้ว นกไม่ชอบสิ่งที่เราทำ นกพบว่าตรงนี้เป็นเรื่องอันตรายจึงเลือกหนีไปจากพวกเรา เด็กๆพยักหน้าเศร้าๆด้วยความเสียดาย

ตรงลานบ้านกร่าง ป้ากุ้ง ผมเห็นกระรอกดง 2 ตัวครับมันวิ่งไล่กวดกัน มันสวยมากครับยิ่งมองด้วยกล้องสีมันสวยมาก มองดวงตาซิลูก แววตากระรอกดงสวยมากนะ


ทำไมมันไม่หนีเราครับ ตรงนี้เป็นลานกางเต๊นท์ นักท่องเที่ยวมากจนมันคุ้นกับนักท่องเที่ยว แต่ถ้ากระรอกตัวนี้ไปอยู่ข้างนอก เสียงเด็กป่าแย่งกันตอบแย่งกันตอบ โดนสอยทำกระรอกผัดเผ็ดแน่ๆ

ป้ากุ้งครับกิ่งนั้นมีนก หงอนสีเหลืองๆครับ มันเคาะไม้ด้วย ป้ากุ้งกิ่งนี้ นกหลังสีน้ำตาล กิ่งนี้อีกตัว สวยจังครับป้ากุ้ง ชื่อนกอะไรครับ พร้อมกับชะเง้อคอมองตามนกบิน


ป้ากุ้งตรงนี้ครับ ตรงนี้ไงป้ากุ้งนกเกาะนิ่งและเด่นมากครับ ปากสีฟ้าครับ ป้ากุ้งได้แต่หมุนคอตามเสียงและมือน้อยคอยชี้ตำแหน่ง เด็กๆตาดีและไวมาก ไม่ใช่ป้ากุ้งพาดูนกแต่เป็นเด็กชาวบ้านป่าพาป้ากุ้งดูนก



กลางถนนพุ่มไม้เอนจากซ้ายไปขวา และต้นไม้จากขวาก็โค้งหาซ้าย พุ่มไม้เขย่าเสียงดังลั่นสนั่น ทุกคนหันตามเสียง ท่าทางตื่นตระหนก ฝูงค่างครับ เด็กน้อยร้องบอก เหล่าค่างแว่นถิ่นใต้ใจดีพาลูกตัวน้อยสีทองแดงมารู้จักเพื่อนเด็กบ้านป่า


ค่างตัวพี่เลี้ยงอวดวิธีการเลี้ยงลูก มีเราเป็นผู้บรรยาย สังคมวิถีสัตว์ป่าชนิดนี้ เด็กหญิงและชายยืนฟังอย่างตั้งใจแววตาเต็มไปด้วยความรักและเข้าใจชีวิตสัตว์ป่าข้างหน้า แต่แล้วเสียงเด็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา แถวบ้านผม เอาค่างไปผัดเผ็ดครับ อีกเสียงตอบต่อขยายความ ค่างตายแล้วไม่ถอนขน 500บาทครับป้ากุ้ง


หรือนี่คือคำตอบ ทำไมเราเลือกที่จะทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ 2 วันผ่านไป เรากับเด็กป่า ในดินแดนแห่งใบไม้ ผืนดินดำสูงต่ำให้ย่ำเหยียบ สายลมจับกิ่งไม้โยกโยน ร้องถามหวิวๆพวกเธอเห็นสายลมหรือยัง สัตว์ป่าเพื่อนทุกตัวที่ทยอยออกมา


เสียงเด็กน้อยก้องในหัวใจป่า ป้ากุ้งพวกหนูขอถอดรองเท้าได้ไหมค่ะ ป้ากุ้งขอไปเล่นน้ำครับ ป้ากุ้งครับ และป้ากุ้งค่ะ น้ำเสียงทุกเสียง ดวงตาเดียงสาจดจ้องมองสัตว์ป่า เราพบแววอนุรักษ์ฉายเป็นประกาย ทุกเวลาที่เราอยู่ในป่าด้วยกัน ไม่ว่าเด็กน้อยเหล่านี้จะวิ่ง เดิน หัวเราะ ยิ้ม ทุกท่วงท่าเป็นอิสระก้าวหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผืนป่า เป็นภาพที่บรรยายยากเหลือเกิน อยากทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง


คุณป๋อง คุณหน่อย เพื่อนชาวดูนกแห่งป่าแก่งกระจาน มอบประสบการณ์ผ่านเรื่องราวการเสียสละ ยึดมั่นการให้คือการให้อย่างจริงจัง มั่นคง เต็มใจเหนื่อยล้าแบกกล้องตัวหนักก้าวไปพร้อมกับเรา เรื่องดีงามที่คุณสานใยมิตรภาพใสสะอาดต่อเด็กและชาวผาด่าง จิตใจซื่อจริงแท้เผื่อแผ่ความมีน้ำใจ

หากหลับตาให้…อานุภาพของความทรงจำ…ในวันนั้นค่อยๆเรียงออกมา คำพูดของคุณป๋องมีแต่พูดย้ำๆ… ผมตั้งใจช่วยพี่กุ้ง คำของคุณหน่อย….พี่กุ้งให้หน่อยมาช่วยเด็กๆ หน่อยถือว่าพี่กุ้งให้หน่อยแล้ว สองเสียงของเพื่อนนี้เหมือนเสียงกระซิบร้องซ้ำบอกเล่าให้ใจทวนกลับไปมาตลอดเวลา



ด.ญ. กัญญาลักษ์ ศรสมบุญ ป4. เรียงความเรื่องวันที่เรามีความสุข วันนี้หนูได้ไป ที่บ้านกร่าง หนูได้เจอนกสวยๆ อย่างเช่น นกเขาเปล้า นกหัวขวาน นกเหยี่ยวรุ้ง และไก่ป่า นกเจอแซงแซวตัวเล็ก ไล่จิกนกเหยี่ยวด้วย หนูอยากมีบ้าน อยากมีบ้านอยู่ในธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วย ป่า ภูเขา นก แม่น้ำลำธาร ที่มีปลาเล็กๆ

ด.ญ.นิพาภรณ์ กรวาทิน ป.5 วันนี้หนูได้เห็นสิ่งแปลกประหลาดคือแมงมุมใยทอง นกหัวขวานสีแดง หนูขอขอบคุณป้าอ้วนและพี่โป๊ดที่ให้เงินหฯมาเที่ยว ถ้ามีวันหน้าหนูขอมาใหม่นะค่ะ หนูจะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ หนูไม่มีอะไรจะตอบแทนหรอกค่ะ


ด.ช. เป้ ผมคิดถึงป้าอ้วนและพี่โป๊ดมาก ผมและเพื่อนเป็นเด็กที่โชคดีที่สุด ผมจะช่วยรักษาป่าต่อไป จะไม่ให้ใครมาทำลายป่า ผมจะตั้งใจเรียนแบบพี่โป๊ดให้ได้ครับ ผมจะเป็นคนดีต่อเพื่อนและสัตว์ต่อไปครับ ผมจะช่วยกันทำความดีให้ดีที่สุดครับ

ด.ญ. กชมน ขำทอง ตอนนี้หนูอยู่ที่ริมน้ำ มีต้นไม้ใหญ่มากมายหลายชนิดหนูเห็นพี่จ๊อบถ่ายรูปพวกหนูตอนกำลังเขียนเรียงความถึงพี่โป๊ด หนูเจอขี้ช้างก้อนใหญ่ เจอผีเสื้อ และปู2-3ตัว หนูได้ยินเสียงนกร้องไปมาอยู่ที่ริมน้ำ เจอเก้งที่ถนน หนูขอให้ป้าอ้วนและพี่โป๊ด มีความสุขไปกับพวกหนู

ด.ญ.พัชชา กุมภา เรื่อง ชมนกกลางป่า
วันนี้หนูได้มาดูนกที่บ้านกร่าง เจอเก้ง พญาปากกว้างท้องแดง เหยี่ยวรุ้ง ค่าง ธรรมชาติยามเช้าที่สวยงามมาก จนอดใจไม่ไหว ต้องเล่นน้ำทีเดียว หนูอยากจะมีห้องเรียนแบบนี้ไว้ที่ดรงเรียนบ้าง ป้ากุ้งพี่หน่อย พี่ป๋อง พี่ยอด และชาวผาด่าง ทุคนให้ความดูแลสนใจกับพวกหนูมาก สอนทุกเรื่องที่พวกหนูอยากรู้ ตั้งแต่เรื่องนกจนถึงเกี่ยวกับต้นไม้และมูลสัตว์ ซากสัตว์ และร่องรอยของสัตว์ ได้ทั้งความรู้ ความสวยงาม ความสนุก ติดกลับบ้านมากมาย

หนูอยู่ป.5ค่ะ
วันนี้หนูได้มาเที่ยวป่า หนูจะเขียนเรียงความให้พี่โป๊ดกับป้าอ้วน หนูเจอกิ้งก่าบินได้ ค่างแว่นกำลังอุ้มลูกของมันด้วย
หนูอยากปลูกบ้านในป่าริมน้ำ เพราะว่าที่นี่สดชื่นมาก หนูชอบที่นี่ที่สุด น้ำก็ไหลปลาก็เยอะค่ะ


ด.ช.ป6 วันนี้ผมขอขอบคุณพี่โป๊ดและแม่พี่โป๊ด(ป้าอ้วน) ที่ให้เงินพวกเรามาเที่ยว ได้เดินป่าไปกับพี่หน่อย ป้ากุ้ง พี่จ๊อบ พี่ป๋อง พี่ยอด ลุงหวัด พี่หน่อยบอกว่าจะพาไปดูนกให้เงียบได้เห็นสัตว์ป่า ค่างแว่น รอยเท้ากระทิง รอยเท้าวัวแดง และพี่หน่อยก็ไปเจอนกชนิดหนึ่งเรียกว่า นกพญาปากกว้างท้องแดง

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 25, 2008

บ้านช้างเหยียบ




ปริศนาของเจ้าหญิง
บ้านช้างเหยียบ
ต้นตอความรู้สึกตามแรงปราถนา คอยกระตุ้นเรียกร้องให้ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่รู้ซึ้งอยู่ในใจว่ามีคำตอบหลายเรื่องจะเกิดขึ้นตามปรากฏทุกก้าว และทุกเรื่องจะต้องมีความหมายและจำเป็นต้องพบทุกคำตอบ

รอ…รอ…เมื่อใดตะวันดวงโตสาดแสงแตะชายคาบ้าน เจ้าแห่งเวลาจะพาเราออกเดินทาง บันไดเรือนคือย่ำแรกที่พวกเราก้าวเท้าไปหาเพื่อนนกป่าที่รออยู่


จากบ้านกร่างมาไม่นานพวกเราปีนขึ้นเนินพงหญ้าสูงแยกตัวออกจากถนนไปขวามือลำธารสอง วิธีการเดินที่แตกต่างออกไป ทุกคนเดินยกมือสูงประกบเหนือหัว เพื่อปกปิดหน้าตา ใช้แขนเสื้อสองข้างเป็นโล่กำบังพงหญ้ารกหนา หญ้าสีเขียวนี้มีขนทั้งสูงคมยาวแหลมเรียว หากบาดเนื้อผสมกับเหงื่อ ผิวเราจะทั้งแสบทั้งคัน

หลังจากเดินในท่าไหว้ป่าเพียงไม่นาน ประตูบานหนึ่งเปิดรออยู่ พวกเราค่อยๆก้าวข้ามผ่านประตู ประตูป่าแก่งกระจานบานนี้ เผยให้เราเห็นอีกห้องหนึ่งที่เราไม่เคยเข้ามา แม้จะมองไม่ต่างกับที่อื่นของป่านี้ แต่ใจเราสัมผัสได้กับบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความใหม่สดของห้องแห่งนี้มีกลิ่นให้เราสูดหอม มันเป็นกลิ่นชื้นเปียกของดินผสมใบไม้ มือลูบจับเถาวัลย์ที่พันพัวและโยงเยงรอบตัวเรา





รอยขอบเล็บเท้าช้างบนดินนิ่มคือเส้นทางเดียวกับเราเลือกเดิน แสงร้อนของดวงอาทิตย์ไม่อาจลงมาแตะต้องพื้นดินได้ เรือนของยอดไม้รวมใจกันแผ่ใบกว้างซ้อนและซ้อน คลุมแผ่นดินด้านข้างซ้ายขวา และด้านหน้าสุดสายตา

white – rumped shama นกกางเขนดง ร้องเพลง เพลงที่ยาวและนาน พวกเราจำเสียงหวานไพเราะของเธอได้ แต่ไม่มีใครยอมหยุดเพื่อมองหา แต่ไม่เพียงเท่านั้น เธอบินผ่านมาให้เห็นว่าเธอจะไปทางไหน บนกิ่งโค้งระย้าแกว่งไกวตามแรงโผลงเกาะคอน





ผ่านกล้อง ดวงตาเธอกับเราสบตากัน เสียงใสเริ่มร้องพูดคุยอีกครั้ง เรื่องที่กางเขนดงตัวนี้ถามเรา คำสัญญาที่เราให้ไว้แก่เธอ เธอ…เจ้าหญิงทิศที่เธอจะไป พวกเรามากมายจะคอยอยู่ไม่ห่างกายเธอ และคำถามจะเหมือนเดิม คนต้องรักษาสัญญา เรางงมาก คำสัญญาอะไรหรือ ไม่มีคำตอบ และทำไมเธอเรียกเราเจ้าหญิง…. แต่เธอบินหาย เข้าหาป่าเงาสีดำของดงหนาม

ปริศนาเริ่มขึ้นอีกแล้ว สองข้างของป่าสลัว ดินเปียกชื้น กิ่งไม้ชิ้นเล็กๆผุเกลื่อนผสมกับใบไม้ที่ทับถมรอกาลเวลาเปลี่ยนแปลงให้ซากอินทรีย์เหล่านี้กลายเป็นน้ำนมสำหรับพืชทุกชีวิตในป่า ต้นไม้หลายต้นออกลูกและทิ้งผลลงสู่ดิน นานๆจึงจะเห็นแสงแดดเล็ดลอดสาดส่องเอียงให้เป็นปล่อง เผยให้พบอีกห้องหนึ่ง เป็นห้องใบไม้สีนวลอบอุ่นและเปิดทะลุเป็นทางกว้างยั่วยวนให้อยากก้าวเดินเข้าหา แต่แล้วถนนของแสงแดดก็กลับไม่ใช่เส้นทางที่เราต้องไป เรายืนลังเลเป็นนาน ก่อนหันหลังให้อย่างเสียดาย คำถามที่ถามตัวเอง เราจะพบอะไรบ้างนะถ้าไปทางแสงแดดชี้นำ













จ๊อบหลานรักถามเราว่าไปไหนมา ด้วยน้ำเสียงห่วงปนตำหนิ หลงป่ามันง่ายมากนะครับ เราไม่ตอบอะไรเพราะรู้ว่าทำผิด แต่ถามกลับไปว่าแล้วจ๊อบเจออะไรบ้างลูก ผมเห็นแต้วแล้วหูยาว eared pitta แต่เค้ากระโดดไวมาก แสงมัวสลัวเหลือเกิน ก่อนต่อว่าเราที่หายไปอีกครั้ง เราร้องครางเบาๆ อดเห็นแต้วแล้วหูยาวและต้องโดนดุซ้ำอีกเหรอ

กล้วยไม้ช่อเล็กจากกิ่งที่เก่าหักร่วงนอนกับพื้นดิน เราหยิบเจ้าขึ้นจดจ้อง ตัวเจ้ามี กลีบสีส้มอมชมพูเล็กจิ๋วกว่าเล็บนิ้วก้อย จดจ้องความน่ารักเจ้าจนพอใจ ฝากวางดอกไม้งามกับง่ามไม้ต้นใหญ่ข้างๆ กล้วยไม้กล่าวขอบคุณเบาๆ

On the motherland . listen with your heart. บางอย่างเคลื่อนไหวเร็วมาก เสียงดังของเพื่อนร่วมทาง hooded pitta นกแต้วอกเขียว ตามมือชี้ เงาสลัวลานใบร่วงกับขอนไม้เห็ดสีส้มมีสองชีวิตกระโดกขึ้นเกาะและกระโดดหายไปในอาณาจักรใบไม้ เธอซมซานพาลูกน้อยหนีเรา ให้แค่เห็นก้นขาวๆ ช่วงเวลาสั้นกว่าวินาที แม่แต้วแล้วและลูกเคลื่อนไหวทุกครั้งจากซ้ายมือมาทางขวามือ แต้วแล้วมีเพื่อนเหล่าใบไม้นอนตาย และเพื่อนแห่งเงาสลัวต่างรวมกันช่วยพลางให้เจ้าและลูกน้อยหายไปจากการตามมองของพวกเรา

Softly and whisper ความงดงามยืนรอเราอยู่ กิ่งไม้แสนดีสูงจากพื้นเพียงหนึ่งเมตร ยื่นกิ่งเกลี้ยงออกสู่ที่โล่งเด่น แสงอาทิตย์อยู่ตรงนั้นฉายให้เด่นชัดกับหนึ่งชีวิต oriental dwart kingfisher นกตัวเล็กกลมยืนอวดเฉดสีที่ห่มร่างเธอไว้ ขนนกเงามันสนุกกับแสงตะวันส่องเป็นประกายแวววาว แต่มีมากกว่านั้นที่พบได้ ดวงตาคู่นั้น ดวงตากลมดำใสลึกล้ำ จับจ้องไปบนท้องฟ้า ดวงตานี้มีมิติมายาร่ายมนต์สะกดจับใจเราให้จับจ้องแต่ดวงตาเธอเท่านั้น



เราได้ยินเสียงอีกแล้ว นกบอกว่าตัวเธอคือเทพธิดา และเธอรอเราอยู่ แต่ตอนนี้เธอเตือนให้เราต้องถอยหลังออกไปเพื่อคนอื่นจะได้เห็นฉันบ้าง ฉันรู้ว่าเธอคือเจ้าหญิง และบางอย่างกำลังรอเธอที่ลำธาร นี่คือการเตือนใช่ไหม เราเป็นฝ่ายถามเธอ นกกระเต็นน้อยสามนิ้วเลือกบินจากไปแทนการตอบคำถามนั้น

เดินป่าครั้งนี้สบายๆไม่ลำบาก เนินเขาไม่สูง ป่าค่อนข้างโปร่ง มีเก้งมีกระจงวิ่งผ่านหาย ให้พวกเรา ตื่นเต้นอีกครั้ง ทุกคนยืนตัวนิ่งเป็นหุ่นแข็ง แต่คอยืดยาวคอยชะเง้อมองหาสัตว์ตัวนั้น



ลำธารหลายลำธารพวกเราเดินข้ามอย่างง่ายๆ บางอย่างเกิดขึ้นแล้วตามคำบอกของเพื่อนนกป่า และเป็นเรื่องตลกน่าอับอาย ตัวเราล้มถลาลงไปนอนตะแคงจมน้ำลึกแค่ข้อเท้ากลางลำธาร ตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อผ้าเปียกไปหมด หินก้อนที่เราเหยียบพริกหงายเป็นอีกด้าน หินเกเรก้อนนั้น ดีใจที่แกล้งเราได้ blue- breaded bee-eater นกจาบคาอกสีน้ำเงิน ยืนเกาะยอดไม้สูงหัวเราะลั่น เจ้าหญิงจอมซุ่มซ่ามมาถึงแล้ว

I call my home. ตะวันเดินถึงสุดขอบฟ้าแล้ว นำเอาแสงสว่างจากไปด้วยกัน จากเสียงเรียกก้องป่าของ creasted jay สองตัวร้องรับกันไปมา เป็นมติของทุกคนเลือกทำเลนี้เป็นที่พักแรม ทุกคนสร้างความคาดหวังที่จะได้พบเค้าทั้งคู่เกิดขึ้นในใจ เสียงนกคู่นั้นสลับผิวปากร้องดังแล้วดังอีก แน่ใจได้ว่าเธอทั้งคู่มีสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านทุกค่ำคืน เราเป็นแค่ผู้เดินทางผ่านมา creasted jay นกกาน้อย เจ้าของบ้านผู้ใจดีส่งเสียงเชิญชวนเราให้พักค้างแรมด้วยกัน



Sweet family ครอบครัวใหม่ ยามเช้าในป่าแสนสดใส เราเอ้อระเหยยืนแปรงฟันกลางลำธาร เสียงสายน้ำร้องจ๊อกๆ น้ำใสวิ่งไหลแตะหมู่หินอีกก้อนก็เปลี่ยนเสียงร้อง เป็นซ่าๆ บางที่น้ำใสร้องเบากว่ากระซิบ รังนกพญาปากกว้างห้อยกลางลำธารห่างจากเราไม่ถึงสองเมตร พ่อแม่ของลูกนกคงป้วนเปี้ยนแถวๆนี้ เราอยู่ใกล้ครอบครัวนี้มากเกินใช่หรือไม่

Silver-breasted boardbill ไม่คาดฝันนกพญาปากกว้าวอกสีเงินตัวผู้ลงเกาะเถาวัลย์ห่างเราไม่ถึงหนึ่งเมตร นกผู้เป็นพ่อเอาตัวเองล่อสายตาเราเบี่ยงเบนความสนใจ เรารีบถอยหลัง เสียงนกร้องดัง เจ้าหญิงจอมซุ่มซ่าม ระวังข้างหลัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว เราสะดุดท่อนไม้ยาวแช่น้ำ หงายหลังนอนแช่น้ำอีกครั้ง เปียกทั้งตัวทั้งหัวเหมือนเมื่อวาน เราทำเรื่องให้คนอื่นหัวเราะกันตั้งแต่เช้า แต่นกคู่นี้ไม่หัวเราะ

นกทั้งคู่ต้องรีบทำงานตั้งแต่ตะวันสาดแสงแดงเริ่มจับขอบฟ้า แมลงตัวอ้วน หนอนตัวยาว ถูกทยอยป้อนลูกน้อย หลังอาหาร ผ่านไปทั้งพ่อแม่แสนสวยและรูปหล่อตระเตรียมซ่อมแซมรังยุ่ง เพื่อให้มั่งคงปลอดภัยกับชีวิตใหม่



เรามองเธอและเริ่มฟังสิ่งที่เธอทำให้เราเห็น ทำไมต้องมีหน้าที่และ ความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกน้อย นกบอกเราว่า ธรรมชาติมอบภาระความรับผิดชอบ การสร้างและดูแลชีวิตใหม่จากรุ่นสู่รุ่น ทุกเรื่องที่ต้องทำเป็นเรื่องลำบากคือความท้อแท้ เรื่องยากจะมีความเหนื่อยล้าสาหัส สำคัญเหนืออื่นใด คือมีสัตว์ร้ายคอยกินพวกเรา และทั้งหมดนี้เป็นความอมตะ

เธอทั้งคู่พยามอธิบายต่อด้วยการแสดงทีท่าให้เราประจักษ์อีกครั้ง ด้วยความกรุณาจากธรรมชาติ เรื่องยากและลำบากนี้ มีอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติมอบให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลืองานสร้างชีวิต สิ่งนั้นที่ได้มาเต็มไปด้วยพลังแห่งอำนาจอยู่เหนือความทุกข์ยากทั้งปวง สิ่งมีค่านั้นถูกเก็บไว้ที่หัวใจทุกดวง พวกนกอย่างเราเรียกว่าความรัก เราไม่ต้องการถามว่ามนุษย์อย่างเธอมีหรือไม่ สำหรับชาวนกและชาวสัตว์ป่า ความรักคือสัญญาที่จะทำ....ทำเรื่องยากอย่างนี้ให้ผ่านไปทุกครั้ง

คำสัญญาอีกแล้ว สัญญาเสียงนกกางเขนดงกลับดังแว่วขึ้นมารบกวนใจเราอีกครั้ง เมื่อทบทวนย้อนนึก เราเคยให้สัญญากับชาวกางเขนดง ชีวิตเพื่อนพ้องของกางเขนดงหลายตัวถูกจับขังจองจำอยู่ในกรงของเพื่อนบ้านข้างบ้านเรา เราเคยมีจิตใจมุ่งมั่นจะช่วยเหลือพวกเธอ มันนานมากที่เรายังไม่ได้ทำ เราเลือกปิดปากตัวเองและนำเอาความเกรงใจคนด้วยกันเพิกเฉยช่วยเหลือนกป่าที่สิ้นอิสระภาพ เราเลือกที่จะรักษามิตรภาพในหมู่คนด้วยกัน ละทิ้งที่จะช่วยเหลือชาวนกกางเขนดงตามคำลั่นสัญญา

นกกางเขนดงร่ำร้องจังหวะซ้ำๆและยาวนาน ให้ช่วยเพื่อนของนก ทุกที่ที่เราไปป่า หรือแม้แต่บ้านของเราที่ผาด่าง นกกางเขนดงทั้งตัวผู้และตัวเมีย ต่างขับขานบอกเตือนให้เราฟังทุกวัน ทำไมเราฟังเรื่องปริศนานี้ไม่ออก ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว นกร้องทวงสัญญา สัญญาที่คนให้ไว้กับนก


วันจันทร์, พฤษภาคม 12, 2008

รอยจำผาด่าง17

รอยจำผาด่าง 17


6/5/51พี่เปี๊ยกยืนรอเราตรงบันไดบ้านปีกไม้พร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเดิม เราก้าวเท้าขึ้นเรือน มีเสื้อผ้าคุณแม่น้องเถาฝากมาแจกชาวบ้านป่า รองเท้า 2 คู่ และเสื้อผ้าเด็กกับเสื้อผ้าผู้หญิงอีก 2 ถุงใหญ่ๆ เราคัดแยกเพื่อให้เจ้าเดียวเด็กกำพร้าอายุ 10 ขวบ

รออยู่ก็ไม่เห็นหน้าเด็กคนนี้เลย ถามเจ้ายุงได้คำตอบว่าคงทำงานอยู่ในไร่สับปะรด ของครูสมชาย มดปั่นจักรยาน มาหาเราที่ยืนมองรังเห็นหัวนกโพระดกโผล่ออกมาก่อนตกใจเสียงคนคุยกัน เรามองตามเจ้าบินไปเกาะยอดต้นทองหลาง มดบอกว่าขอเบิกเงิน(ที่คุณอ้วนมอบเป็นทุนการศึกษา)1,500 บาทจะไปจ่ายค่าเทอมในวันจันทร์นี้

7/5/51 เราเอากล้องสองตาคล้องคอ เดินตามเสียงนกแต้วแล้วธรรมดา เสียงกู่ร้องดังไปทั่วผาด่าง บ้างครั้งเห็นตัวบินไปมาตรงข้ามร้านค้า กลางต้นสน และบางที่ต้นมะม่วงข้างห้องรีดผ้า ยอดกระถินยืนตายก่อนบินหายข้ามห้วยก้านเหลือง

ม่อนหนุ่มชาวไร่เล่าให้ฟัง ผมเห็นพาลูกน้อยตัว 4 เดินกระโดดข้างถนนหน้าบ้าน เราดีใจที่วันนี้นกชนิดนี้สามารถเกิดและสร้างรังอย่างปลอดภัยในอาณาจักรผาด่างและบริเวณใกล้เคียง เก๋แม่ครัวแห่งผาด่าง เสริมทับอีกครั้งเห็นเค้าเดินหาไส้เดือนอยู่แถวใต้ต้นชมพู่ นกกางเขนดงคู่ใหม่แห่งผาด่างบ้านป่านี้ ร้องเพลงให้เราฟังมองพบตัวเกาะอยู่ป้ายชื่อบ้านฟ้าใส ก่อนจะบินลงพื้นปูนและกระโดดหายลับสายตา

8/5/51ดงตะขบข้างโดม ตะขบดงนี้ เราไม่ได้ปลูก นกที่เอียงหัว เอียงคอ ปากนกแต่ละตัวในดงนี้บีบลูกตะขบสีแดงให้น้ำหวานไหลเข้าปาก ก่อนกระโดดไปตามกิ่งอื่นอีก นกปลอกคอลาย นกปรอดทองและปรอดหัวสีเขม่า ปลอดเหลืองหัวจุก ทุกตัวร่วมกันปลูกต้นไม้เหล่านี้

เกือบเย็นแล้วเรานั่งตรงขอนไม้ลานกางเตนท์ มองดูตาอุ่นกับคนงานก่อสร้างกำลังสร้างบ้านหลังใหม่ตรงโค้งลำห้วยก้านเหลือง ขอบฟ้าทางฝั่งตะวันตกเริ่มเป็นสีแดง ฝนจากฟ้าไปสามวันแล้ว

เสียงไก่ป่าร้องใกล้ตัว ตามเสียงเราพบไก่ป่าหลายตัวบินข้ามฝั่งข้ามหัวคนงานหลายคน ค่อยๆทะยอยบินมาทีละตัว เกาะต้นไทรและโผบินข้ามเราไปทางสวนมะม่วง เรานับไก่ทีละตัว ทีละตัว 6 ตัวคือทั้งหมด เสียงเล่าลือในผาด่างวันนี้มีไก่ป่าเป็นฝูงเข้ามาอยู่ เราได้เห็นได้สัมผัสเสียงด้วยตนเอง อดมองฟ้าและยิ้มกับฟ้าเป็นการขอบคุณ

วันจันทร์, เมษายน 28, 2008

อินดี้









อินดี้ เราพยายามจะเขียนถึงอินดี้อีกครั้ง หลังจากข้อมูลหายไป เราไม่แน่ใจว่าจะเขียนได้จบหรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าจะเขียนได้เหมือนเท่าของเดิมหรือไม่ รู้แต่ว่าเรามีหน้าที่ต้องเขียน ก่อนที่ความทรงจำของอินดี้จะเลือนหายไป ไม่ใช่เราไม่คิดว่าความรักจะเลือนหายไป ถ้าอย่างนั้นทำไมเราต้องพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของอินดี้เก็บเอาไว้ หรือเพราะว่าอินดี้คือส่วนหนึ่งของรอยจำผาด่าง คงเป็นเหตุผลของความจริงนี้


อินดี้หมาพันธุ์ เยอรมันเชิพเพอด เกิดเมื่อ10 ปีที่แล้วและเป็นตัวเมียสุดท้อง อินดี้ ผู้สวยงามขนยาวสีทองสลับแลบดำ ท่างทางปราดเปรียว และฉลาดสุดๆในครอก ที่มีทั้งหมด 6 ตัว เมื่อเราย้ายบ้านมาอยู่ที่ผาด่าง อินดี้คือตัวสุดท้ายที่เลือกเป็นผู้จากไปเป็นตัวสุดท้าย



วันนั้นของต้นเดือนกุมภาพันธุ์2550 พวกเราเข้าป่าห่างจากผาด่าง 4 กิโลไปทางพุอ้อ หนองมะค่า และแน่นอนอินดี้ไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะตามพวกเราไป และแน่นอนอีกเหมือนกันเราต้องมีหมาไปด้วย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน





เกือบเย็นแล้วก่อนที่เราจะออกจากป่า งูจงอางกับกลุ่มของเรา กว่าจงอางจะสิ้นฤทธิ์ด้วยน้ำมือพวกเรา อินดี้ก็โดนกัดที่ปาก ขณะที่กำลังนัวเนีย ทั้งงู ทั้งคนและหมา อินดี้โดนกัด ปากเป็นรอยทากเขี้ยว เลือกสีแดงสดไหลทะลักเป็นระลอก และเป็นลิ่ม พิษงูจงอางวิ่งไหลเข้าร่างกายอินดี้ โชคดีอย่างมากที่สุด ปากทำให้เลือดไหลลงไม่ไหลทวนแต่ก็ทำให้อินดี้งง พิษกำลังฆ่าอินดี้อย่างช้าๆ






เราวิ่งมาที่ผาด่าง ขาที่กำลังวิ่งเหมือนเป็นก้อนหิน ทั้งหนัก ทั้งหนืด เวลาเหมือนกับนานแสนนาน กว่าเราจะเอาอินดี้ขึ้นรถไป หาหมอที่อนามัย คุณหมอชื่อสาลี่แสนดีบอกว่าไม่มีเซรุ่มให้ไป โรงพยาบาลแก่ง และสำทับเราว่าให้เลือดไหลให้มากที่สุด อย่าพยายามหยุดเลือด และอย่าให้อินดี้หลับช่วย เขย่าตัวให้ตื่นไว้ เมื่อถึงโรงพญาบาลแก่งกระจาน คำตอบเหมือนกับที่อนามัยหนองปืนแตก เซรุ่มไม่มี ให้เรามาโรงพญาบาลท่ายาง

แต่เหมือนเดิมที่โรงพยาบาลท่ายาง คำตอบและเหตุผลเหมือนเดิมมากๆ จนเราคิดว่า นี่คือเส้นทางจบชีวิตของอินดี้หรือ เราพยายามโทรศัพท์ ถึงคลีนิกประจำตัวของอินดี้ หมอบอกว่า คลีนิกฉีดเซรุ่มให้ได้ แต่ต้องนำเซรุ่มงูจงอางมาเอง และเซรุ่มมีที่โรงพญาบาลประจำจังหวัดเท่านั้น







เราฝากอินดี้ไว้ที่คลีนิกหมอวัชระและเดินทางไป โรงพญาบาลพระจอมเกล้า ที่โรงพญาบาลมีเซรุ่ม มีความหวัง แต่คุณหมอโรงพญาบาลพระจอมเกล้า ดับไฟชีวิตอินดี้ด้วยเหตุผลไม่สามารถจำหน่ายเซรุ่มให้หมาได้ ตัวของเราเลอะเปื้อนเลือดของอินดี้ ความโทรมจากชุดชาวป่าคงไม่มีปัญญาซื้อเซรุ่มหรือเหตุผลอื่นของคุณหมอ เราลงทุนอ้อนวอนคุณหมอ โกหกคุณหมอว่าถ้าไม่มีอินดี้ ก็คือเราที่เจ็บป่วย คุณหมอบอกว่าถ้าอย่างนั้น ให้เราหาใบสั่งยาเซรุ่มมา เราจะไป หาที่ไหน ใบสั่งเซรุ่มให้หมา นี่คือทางตันอีกแล้ว เวลาของอินดี้ขึ้นอยู่กับการคิดและการกระทำของเราเท่านั้น





สุดท้ายเราย้อนกลับมาที่คลีนิกที่ฝากอินดี้ไว้ ลงทุนอ้อนวอนคุณหมอที่เคยผ่าตัดช่วยชีวิตอินดี้ ขอให้ตัวคุณหมอคือใบสั่งแพทย์ เราพาคุณหมอรักษาสัตว์ ย้อนกลับมาที่โรงพญาบาลพระจอมเกล้า คุณหมอสัตว์คุยกันนานมากกับคุณหมอคน และสุดท้ายคุณหมอคนอนุญาตให้เราซื้อเซรุ่มได้แค่ 10 แกรมเท่านั้น (10แกรม ราคา800 บาท) เราทั้งคู่เดินบ้างวิ่งบ้าง เมื่อมาถึงโรงพญาบาลอินดี้ ยังคงรอเราอยู่ หลังจากฉีดยาแล้ว คุณหมอบอกให้เราหาเตรียมไว้อีก 10แกรม เพื่อพรุ่งนี้เช้า เสียงโทรศัพท์จากเพื่อนๆที่รู้ข่าวช่วยกันโทรเข้ามาว่ามีเซรุ่มงูจงอางที่โรงพญาบาลราชบุรี เราเตรียมเรื่องโกหกกันในรถ เพราะคิดล่วงหน้าว่าถ้าเป็นหมาที่ต้องการ เซรุ่ม อาจต้องเจอปัญหาเหมือนกับที่โรงพญาบาลพระจอมเกล้า

จากเพชรบุรี ถึงราชบุรีไม่ไกลมาก ไม่ถึงชั่วโมง เราเดินทางมาถึงโรงพยาบาลราชบุรี เสื้อที่เปื้อนเลือดและท่าทางโทรมสุดๆของเรา คงจะฟ้องพญาบาลที่ยืนตรงเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ทุกคนหันมามองเราและเรียกชื่อเรา คุณวิรงรองใช่ไหมค่ะ เรางงมากๆ และเสียงตามมา อินดี้เป็นอย่างไรบ้าง น้ำตาเหมือนท่อประปาแตก เราร้องไห้เหมือนเกิดมาไม่เคยร้องไห้มาก่อนในชีวิต ทุกอย่างที่หนักอึ้งถูกถอดวาง ความสุขและคำขอบคุณไหลท่วมท้น พูดอย่างอื่นไม่เป็น กล่าวแต่คำว่าขอบคุณค่ะ ขอบคุณ สุดท้ายคำของพญาบาลแห่งนั้น อินดี้โชคดีที่มีเราเป็นเจ้าของ

เช้าวันต่อมา เรารีบตื่นเดินทางมาที่คลีนิกแต่เช้าตรู่ คุณหมอพาเราเดินไปที่กรง อินดี้เห็นเราและรีบลุกขึ้น มือของเรา ลิ้นของอินดี้ ต่างสัมผัสบอกกันและกันว่ารักและคิดถึงเหลือเกิน หมอถามเราว่าต้องการเข้าไปในกรงหรือเปล่า เราพยักหน้าแต่ตามองแต่อินดี้ ในกรงเรานั่งลงมีอินดี้นอนหนุนหัว อินดี้มอบความสุข ผ่อนคลายและสบายใจให้ตัวเอง และให้เรา เราเองคอยเอามือลูบหัวอินดี้ไปมา ใจเราร้องรำพัน อินดี้ เอ้ย คิดถึงลูกเหลือเกิน รอดตายแล้วนะลูก


มาวันนี้ลูกรักก็จากไปแล้ว แต่เป็นการจากด้วยวัยชรา ลูกเกิดมาทำหน้าที่ของลูกได้ดีที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องเลย คำพูดที่ว่า หมาทุกตัวที่ตายแล้ว ขึ้นสวรรค์หมดทุกตัว คงจะต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน แม่คนนี้ขอให้เราได้เกิดเป็นแม่ลูกกันอีกนะ







อนามัยหนองปืนแตก
โรงพญาบาล แก่งกระจาน
โรงพญาบาล ท่ายาง
โรงพญาบาล พระจอมเกล้า
โรงพญาบาล ราชบุรี
โรงพญาบาลเพชรรัตน์
โรงพญาบาลเพชรบุรี – ธนบุรี
คลีนิกเอกชนรักษาทั่วไป
คลีนิกสัตว์ท่ายาง
คลีนิกหมอจำรัส(สัตว์แพทย์)
คลีนิกหมอวัชระ(สัตว์แพทย์)




แด่เดินดงหัวส้มผู้จากไป พร้อมกับจาบคาเคราน้ำเงินนกป่าตายทั้งเป็นในรังดินป่าแก่งกระจาน



November.27 ,2008 เช้านี้จิตใจเราแจ่มใส ดีใจที่จะได้กลับเข้าไปหา….บ้านกร่างเพื่อนรักของเราอีกครั้ง เราถามตัวเองว่าจะมีวันไหน ที่เราจะเบื่อบ้านกร่าง เราภาวนาขอคำตอบจริงใจของตัวเอง ความรักของเรากับบ้านกร่างยังคงเท่าเดิม ยังไม่เปลี่ยนแปลงและเรากลับละโมบเกิดขึ้นในใจ ขอภาวนา ให้เรายังเป็นอย่างนี้อยู่ซ้ำๆไป
ถนนลูกรังถูกทำใหม่ให้กว้างออกไป มีรอยล้อของรถเกลี่ยทางของทางหลวงเข้ามาขยายถนน ผนังกองดินใหม่สูงไม่มากเริ่มจับตัวแข็งและใกล้แห้งแล้ว และต้นไม้สดล้มตะแคงนอนตายตลอดสองข้างทางป่าแห่งนี้ ไม่ว่ามองไปข้างหน้า ไม่ว่ามองย้อนไปข้างหลัง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสะดวกขึ้น กว้างขวางปลอดภัย รถเก็งวิ่งได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น รถกระบะวิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ฝนสุดท้ายยังคงทิ้งความชื้นในดินให้เรารู้ ด้วยแอ่งหลุมแห้งหมาด แต่ยังไม่แตกลาย






อีกไม่นานและไม่เกินเดือนหน้า เมื่อรถเดินทางมา บนถนนเส้นนี้ ท้ายรถของทุกคันจะมีตัวฝุ่นม้วนตัวก้อนยาวและฟุ้งโตใหญ่วิ่งตามท้ายรถทุกคัน ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวเดือนธันวาแน่นอน ฝุ่นจะหมุนม้วนก่อนฟุ้งแยกกระจายตามรถทุกคันไม่ว่าวิ่งเข้าหรืวิ่งอออกอุทยาน ลิงเสนลงพื้นหนีไปแต่ให้เราเห็นและเราต้องวิ่งตาม ลิงไม่ชอบฝุ่น แต่ใจเราได้ยินว่า สัตว์ทุกตัวในป่านี้ ไม่ปราถนา ผลจากความคิดอย่างนี้นะ ป่าถามเรา เจ้าชอบไหม เราเงียบไม่ตอบ เราผลักความเศร้าออกไป

ชื่อไหมชา ผู้หญิงชาวฮ่องกง เป็นเพื่อนข้างกาย และหลานชายจ๊อบ กับพี่เปี๊ยก เบิรด์ไกด์ พวกเรามุ่งหน้าเข้าป่าแก่งกระจาน สำหรับพวกเรา คือการตามหา นกป่าแห่งบ้านกร่างและ….ทุกๆอย่างแล้วแต่ธรรมชาติกำหนดส่งมาให้มองหรือให้จับ ได้เหยียบย่ำเป็นรอยตื้นบางๆ








นกสีฟ้าอกส้ม ห้องเรียนที่เราต้องแยกแยะ hill blue fc , tickell blue fc , chainese blue fc , hainanblue fc เป็นนกที่ช่วยเราได้มากเหมือนกันกับการจดจำ และที่วนเวียนให้เราพบบ่อยๆกับgrey headed fc พวกเจ้ามักปรากฎพร้อมกับ strip tit babbler chesnut-headed babbler Asian paradise fc ทั้งตัวเมียและตัวผู้ เวลากำหนดการพบมีทั้งตอนช่วงสาย และช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น





พวกเราสี่คน ใช้เวลาที่มีอย่างทะนุถนอม กินอาหารกลางวันและพักสั้นๆ เพื่อเส้นทางเดินสายใหม่ กับความปราถนา ใบไม้ที่พลิกไหวนิดๆ หรือจะเป็นนก เสียงร้องใกล้ไกล คืออำนาจสะกดพวกเราเดินอย่างเงียบเข้าไปตามเสียง…กับ….ความหวัง ทุกปลายนิ้วชี้ ของพวกเราสลับกันบอกดังแค่กระซิบ เกรงใจเกินเกรงใจ


ปากสีฟ้าของพญาปากกว้างbanded boardbill หลังลายเหลืองสดสลับแดงและดำ แสงแดดที่ส่องลงมาเพื่อให้เราถ่ายภาพของพวกเจ้าได้แค่สวยงาม แต่ไม่ใช่คำตอบคือสวยที่สุด ใจของเรากล่าวขอบคุณนกทุกตัวที่หันหลังแต่เอี้ยวบิดหัวหันมาหาเรา เจ้ามองเราและแกล้งขยับไปอีกกิ่ง เพื่อเผชิญหน้ากับเราอย่างกล้าหาญหรือ



ใบไม้สีแดงอมม่วงเข้ม นอนร่วงกระจายเกลื่อนตามก้าวเดินของเรา เราหยุดแหงนมองต้นไม้เหนือหัว ต้นไหนคือเจ้าของใบไม้สีม่วงแสนสวย แต่ต้นที่เรามองกลับไม่ใช่เจ้าของใบสวย เราเริ่มมองสูงขึ้นและไกลขึ้น เพื่อตามหาต้นที่มีใบไม้สีม่วงเข้มและไม่ไกลเสียทีเดียว ใบไม้หลายใบร่วมกันปลิว ค่อยๆร่วงและลมน้อยช่วยพัดใบมาที่เรายืน จะมาถึงเราหรือเปล่า
เจ้าลอยร่วงจากที่สูงและปลิวเป็นแนวเอนเฉียงมาทิศที่เรายืน ตาเราจดจ้อง มาซิ เราร้องเบาๆ มาใกล้ๆ มาให้ถึงนะ เราหยุดไม่ได้ ตัดสินใจ ก้าวเขยิบออกไปก้าวหนึ่งรับใบไม้สีสวยใบนั้น ในมือใบสีม่วงเข้มและด่าง หงิกบางมุม ใบไม้ส่งความเย็นเนียนมือ นานมากและเราเลือกทำ ขยำขยี้ใบไม้สวยด้วยปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้นานๆ ขณะที่ก้าวเท้าเดินหานกป่าไปด้วย นานจนเราแน่ใจว่าสิ่งที่เราสัมผัสในมือไม่ใช่ใบไม้แล้ว แต่เป็นเศษผงเปียกชื้นเล็กยุ่ย เรายกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งขึ้นดู นิ้วสีม่วงทั้งสองนิ้ว เราอยากรู้อีกว่า สีม่วงของเจ้าจะติดอยู่กับนิ้วนานแค่ไหน








เสียงของใครขอพบ black and red boardbill และไม่นาน เกินคำร้องขอจะจางไป ทุกคนเดินไปมาใต้ต้นไม้ มีพวกเจ้าอยู่ข้างบนและช่างขยันขยับไปมา ไม่นานพวกเจ้าบินสั้นๆย้ายไปอีกต้นใกล้ๆ เพื่อบังคับให้เราเดินตามอย่างว่าง่าย และสุดท้ายเมื่อเราพอใจ พวกเจ้ายังอยู่ที่เดิม พวกเราเป็นฝ่ายจากมา บทเรียนที่ได้รับ พี่เปี๊ยกบอกว่า หลายปีมาแล้ว นกคู่นี้ไม่ได้ลูก เราถามทำไม คำตอบที่ได้ เราต้องถามต่อไปว่า แล้วพี่เปี๊ยกบอกนักดูนกคนอื่นหรือเปล่าค่ะ ทุกคนที่มีโอกาสพูดคุย ผมจะบอกอย่างสุภาพเสมอ



นกไต่ไม้… velvet fronted nutatch เสียงพี่เปี๊ยกชี้ให้เราดูบนต้นไม้สูงอ้วน และที่นั่นเสียงเราละล่ำละลัก kingggg….ff… fisher เราลืมชื่อเจ้า ทำได้แต่ดีใจเรียกเจ้าผิดๆถูกๆ ในหนังสือเราท่องชื่อเจ้าและหัดเขียนจนจำได้ แต่พอพบเจ้า ปากสีแดง อกส้มๆปนน้ำตาล นกที่เราร้อยรวมไว้ห้องปราถนา แม้ชื่อเจ้าเราก็ลืม แต่พอพูดชื่อเจ้าได้เต็มปาก เจ้าก็เลือกทิ้ง…เรา บินหนีไปเข้าป่าทางซ้ายหายไป เราพบกันอีกแล้ว แต่ไม่เคยนานพอกับความสุขที่ร้องหา หรือนี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของเจ้ากับเรา











November.28 ,2008 ใบไม้สีเหลืองสดเรียงเป็นแถวสองด้านร่วงจากต้น ตรงพื้นดินตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เราเลือกขึ้นมาเพียงหนึ่ง มือจับรูดให้ใบเรียงเรียวมนร่วงพรูใส่มือเรา และหักบดขยี้อย่างแรงๆ ใบเหลืองเล็กกรอบแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆน้อยๆง่ายเหลือเกิน สุดท้ายเรายกมือขึ้น…เป่าให้พวกเค้าเป็นอิสระลอยฟุ้งกระจายและร่วงหล่นนอนเกลื่อนสู่พื้นดินอย่างเก่า

White- browed piculet, เจ้าเคาะไม้เบาๆ และคุณเปี๊ยกเคาะกล้องแต่ออกมาเป็นเสียงเดียวกัน นกตัวนี้คอยหนีเราไปทางซ้าย เราก็ไปทางซ้าย เจ้าทำให้พวกเรานั่งลง ยกกล้องส่องหาลึกหลังใบไผ่ ทุกคนพบตัวเจ้าแล้ว เราพึมพำบอกกันแต่เจ้าคงได้ยิน ว่าเราชมเจ้า น่า
รักมากๆ และส่งยิ้มไปให้ด้วย Great slatty woodpecker, Common fameback มีให้เราพบตัวบ่อยๆ ทั้งเสียงและตัว มีไกลและใกล้






ไหมช่า เดินมาหาเราหลังจากนกป่าละทิ้งพวกเรา การพบเจอไม่มีและเวลาเดินทางกลับ มาคอยเตือนเสมอ การจากป่าแห่งนี้กำลังเข้ามาใกล้แล้ว จิตใจเศร้าจนเหมือนไม่มีความหวัง ไหมชาอยากเลือกที่จะขอพบ banded boardbill , black and red boardbill ขอเป็นที่เก่าให้ความหวานชื่นของเมื่อวานกลับมาอีกครั้งได้ไหม
เมื่อเราใกล้ถึงลำธารสอง เจ้านกblue- breaded bee-eater คุณเปี๊ยกชี้มือสูงให้พวกเราดู นกตัวนี้ยืนหันหลังให้เราและย้อนแสงนิดๆ เรามองเจ้าไม่ชัด และเจ้าไม่สนใจเอี้ยวตัวกลับหยุดนิ่งเฉย เหม่อมองสุดขอบฟ้า ไม่คอยโฉบจับแมลงตามวิถี เจ้ามองไปที่ไหน ฟ้ากว้างหรือย่างไร พี่เปี๊ยกนำสารบอกอีกเรื่อง คู่ของเจ้าตายไปไม่นาน จากการทำถนน ดินสองข้างทางถูกดันขยายทางให้กว้างขึ้น พร้อมกับชี้มือไปตรงจุดข้างถนน กองดินถูกไถปาดออกข้าง เสียงเล่ายังไม่หยุด แม่นกหลุดจากรังที่ขุดเป็นกลวงกับผนังดินกลายเป็นกองเศษดินปนผสมกับใบไม้ต้นไม้ แม่นกตายอยู่ใกล้กองดิน รังโพลงกลายเป็นสุสานฝังเจ้า เรื่องเศร้าอีกแล้วหรือ






ในป่ารกบางอย่างขยับ นกเดินดงอกส้ม พร้อมกับชี้มือให้เรามองตาม หญ้ารกและมืด เราเห็นได้แค่ ใบไม้สีเงาเท่านั้นเอง แต่เรื่องเศร้าอีกแล้ว

เจ้าหน้าที่อุทยานเล่าให้ฟังผ่านมาถึงพี่เปี๊ยก ผู้เล่าเรื่องซ้ำอีกครั้งว่า นกเดินดงตัวที่เราเห็น ปกติจะอยู่เป็นคู่ แต่คู่ของเจ้าเพิ่งตายเมื่อวาน เพราะบินชนกระจกของเรือนนอนเยาวชน เราผลักไสเรื่องเศร้านี้ออกไปสำเร็จ

แต่เมื่อจะต้องเขียน เรากลับต้องทำตรงข้าม เราดึงทุกความเศร้าของความทรงจำ ของเสียงบอกเล่าเรื่องรันทด ใบไม้สลัวๆกิ่งมืดช่วยเจ้าเดินดงหัวสีส้มหลบซ่อน เรารู้ว่าเจ้าไม่เคยหมดหวังตามหาคู่ ทั้งเจ้าและคู่ของเจ้าไม่รู้หรอกว่าความตายคืออะไร



เราตั้งใจพยายามเขียนเรื่องจริงแสนขมขื่นให้เป็นธรรมดาได้หรือ ภาพนกจาบคาเคราน้ำเงินตัวผู้เหม่อสุดปลายฟ้า ภาพนกจาบคาตัวเมียนอนตายข้างรอยดินหยักฟันปลาของล้อตะขาบเหล็กรถเกรด เราแน่ใจว่าบางทีความเศร้าช่วยทำให้เราเขียนถึงเจ้าผู้อยู่อย่างเดียวดาย ความเศร้าของพวกเจ้าทำให้เราตัน และสะอึกสะอื้นในใจอีกแล้ว การตายและการตามรัง….ควาน…เกิดขึ้นจากใคร

เราคือส่วนหนึ่งของสาเหตุนี้ด้วยใช่ไหม บางทีถ้าเราหยุดรักนก รักป่า ไม่ไปหา ไปดู ทิ้งป่า และนก และธรรมชาติไว้เฉยๆ จะดีกว่าใช่ไหม ไม่คิดหาตรรกะหรือ

ทำไมทุกก้าวเดินกับนกป่า ครั้งแรกๆคือรอยยิ้ม ร่าเริง เริงร่ากับการเดินค้นหาหา บอกกับตัวเองอย่างภูมิใจ บอกคนทั้งโลกว่า…รักนก แต่ต้องพบว่าแท้จริง เวลากำหนดพบเจ้านกสีสวยตาแป๋วกับเรามากขึ้น หลากหลายนกต้องชะตากรรมแสนเศร้า ชะตากรรมนั้นพันธนาการมัดเราเข้าบ่วงรอบแล้วรอบเล่า เจ้านกตกหม้ายอาจเสียใจไม่เป็น รักไม่เป็น ร้องโหยไห้กับการจากและสูญเสียไม่เป็น ตีอกฟูมฟายก็ไม่เป็น

คำตอบคือภาพเจ้าเกาะกิ่งบนอีกตัวอยู่กิ่งล่างใกล้เพื่อใกล้ละกัน ยามบินก็ไปหยุดรอเพื่อเพียงอยู่ข้างกัน จากเช้าลืมตาแรกเพื่อสบตากัน ยามสายหลบใต้ร่มเงาไม้ใกล้ลำธารพักคลายร้อน เมื่ออาทิตย์ลาจากไปเพื่อให้ดวงจันทร์คืนมา กิ่งไม้มุมมืดปีกชิดติดใกล้หลับใหล รักไม่เป็นได้อย่างไรกัน…. รักไม่เป็นได้อย่างไรกัน…. รักไม่เป็นได้อย่างไรกัน














วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 30, 2008

รอยจำผาด่าง 22

November.11 ,2008 นุชมาหาเราแต่เช้า ตามนัดหมาย เรามองงานปักผ้าหลายผืนที่นุชนำมาส่ง ดอกสีชมพูอ่อน สีเหลืองดอกโตบนผ้าไหมลื่นมือ


หลานชายของนุชมาด้วยนั่งห่อตัวด้วยลมหนาวคอยพัดจากทิศเหนือ ข้ามผาด่าง และท้องน้ำกว้างก่อนวิ่งขึ้นระเบียงที่พวกเราคุยกันเรื่องงาน

เราถามนุชว่า ทำไมไม่มีเสื้อหนาว ให้หลานชายหรือ นุชได้แต่หัวเราะเบาๆ จากงานปักเราพากันไปที่บ้านนุชเอาtv เครื่องเก่า และจาน astv ไปติดตั้งให้บ้านนุช









หมู่บ้านด่านโงเป็นโครงการพระราชดำริ ที่ทำกินของชาวบ้านทั้งตำบลนี้ เกิดจากน้ำพระทัยของในหลวง จัดที่ทำกินให้ชาวบ้าน

มาวันนี้ ชาวบ้านป่าหลายคนสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองไทยที่เคยสงบ ร่ม เย็น








บางครั้งสื่ออีกทางหนึ่งคงทำให้ชาวบ้านเรียนรู้และตัดสินใจเองได้ ว่าจะเลือกเสพข่าวด้านใด จากบ้านนุช เรามี tv และจาน astv กำนันขอให้เรานำไปติดตั้งที่ห้องประชุมชาวบ้าน





หลังจากติดตั้งเสร็จ เป็นเวลาเดียวกับที่ไอ้ยุง และยอด ทำกับข้าวมาส่งโรงเรียนบ้านด่านโง ทุกเรื่องที่เป็นค่าใช้จ่าย ทั้ง tv 2 เครื่อง จาน astv 2 ชุด รวมทั้งอาหารเลี้ยงเด็กบ้านป่า ได้รับความกรุณาจากคุณอ้วน และครอบครัว ลูกชาย และเพื่อนๆลูกชายทั้งในประเทศ และนอกประเทศ


November.12 ,2008 ตื่นเช้าวันนี้ เรามองหาตะวัน ตะวันจ้องมาทางเราอยู่แล้วและมีคำตอบให้เรา แสงแดดมีให้น้อย ปุยเมฆจางกระจายส่งสีมัวซัว ทั่วทั้งฟ้าที่รายรอบไม่เจิดจ้าสว่างแจ้ง


มุมเดิมสายตาของเรามองกว้างสุด ขอบเขาลดหลั่นเรียงเป็นสีหมอก ต้นไม้ก้านเหลือง ออกลูกเหมือนลูกเงาะทยอยร่วงหาท้องน้ำใหญ่รองรับอยู่ด้านล่าง เสียงดังตูมของการกระทบกันของน้ำกับผลโตปุยก้านเหลือง นกตัวใหญ่สะดุ้งบินหนี เสียงดังเพราะตกใจน้ำแตกกระจาย เจ้าบินมาทางเรา ปากนกใหญ่ ด้วยความคุ้นเคยคือ เจ้านกกระเต็น แต่อย่างหนึ่งที่แปลกไปจากที่เราคุ้นเคยในอ่างน้ำผาด่าง เจ้าช่างคล้ายwhite-throated kingfisher แต่…ไม่มีอกสีขาว ตัวโตกว่าอย่างชัดเจน เสียงร้องที่ไม่ใช่ white-throated kingfisher

เจ้าเป็นตัวไหนที่มาเยี่ยมเยือนอ่างน้ำผาด่างหรือ ในหนังสือ bird guide มีคำตอบให้เรา เพียงแค่เราเปิดไปหน้า 192 และเจ้าเป็นลำดับที่ 351 stork-billed kingfisher


กาลเวลาส่งเจ้ามาและเราผู้เฝ้าท้องน้ำแห่งนี้ หน้าที่จำเป็นต้องบันทึกเรื่องของเจ้า เจ้าอาจเคยมาที่แห่งนี้บ่อยแค่ไหน หรือ ซ้ำวนเวียน แต่เมื่อเป็นการพบครั้งแรกของเรากับเจ้า ณ อ่างน้ำผาด่าง จึงช่างสมควรอย่างยิ่งที่เราควรต้องจดบันทึกและระลึกอยู่เสมอว่าชีวิตของเจ้ากับที่แห่งนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เพียงเพราะเจ้ามีเราและเรามีเจ้า( side by side together )


November.19 ,2008 เราอยู่ที่นี่ กำลังสร้างรังในงาน bird fair ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย พรุ่งนี้จนถึงวันที่ 23 ของเดือนนี้ จะเป็นงาน bird fair อีกครั้ง ทุกปี ในปีหนึ่งจะมีเพียงแค่ครั้งเดียว เพื่อให้เพื่อนๆชาวดูนก ได้มีโอกาสมาร่วมสรรสร้าง…..เล่าเรื่องงานที่พวกเขาเหล่านั้น




ได้มีโอกาสร่วมกันมุ่งมั่นทำงานบางอย่าง ธรรมชาติต่างมอบหมายงานและอุปสรรคยากหลายอย่างให้เขากลุ่มนั้นได้ช่วยกันทำ
หลายเรื่องธรรมชาติตอบรับด้วยความสำเร็จ และให้รางวัลคือความภูมิใจและงานใหม่ที่ท้าทายกว่า






ครั้งนี้ธรรมชาติให้เดือนนี้ เป็นวันของคนรักษ์นก ทุกคนต่างหลั่งไหลมาสร้างรังของตัวเอง บ้างเดินไปเยี่ยม ทักทายกันเพื่อพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ เรื่องที่เล่ากันและกัน ถึงเรื่องที่พบเจอนกน้อยชายเลน นับนกล่าเหยื่อบนฟ้ากว้าง หรือนกป่าจากดินแดนภูดอย หรือป่าต่ำแดนใต้





เรายังอยู่ในรังของเรา และมองดูผู้รักนกต่างเดินไปเยี่ยม ส่งยิ้ม หัวเราะดังลั่นด้วยความเป็นสุข เสียงหัวเราะลอยมา ใจเราได้ยินสม่ำเสมอ มีพิธีการปล่อยนกออกจากรัง แต่เรายังอยู่ในรัง เรานั่งและเดินไปมาในรัง ประตูรังของเราไม่มี…. ทำไมเราไม่บินไปเยี่ยมชมรังของเพื่อนๆบ้างนะ




วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 30, 2008

รอยจำผาด่าง 23





21 ตุลาคม 2551 เจ้าต้นน้ำกับภูเขา วิ่งมาหาเราเนื้อตัวเปียก ผสมกับเม็ดทรายทั้งตัวเต็มไปหมด กอดก็ไม่ได้ แต่พวกเค้าจะให้เราคลอเคลียลูบเนื้อลูบตัวทักทายขอความรัก เจ้าทั้งสองตื่นเต้นกระโดดวนล้อมรอบๆตัวเราไม่ยอมหยุดนิ่งเลย


22 ตุลาคม 2551 ฝนเม็ดแรกและโตใส่ท้องอ่างน้ำ เมื่อเราจากเรืองหลังนี้ไป ตอไม้มะค่ายังนอนให้เราเห็น แต่วันนี้ เจ้านอนจมน้ำไปแล้ว เรามองน้ำที่ฉ่ำชุ่มฟ้าและชุ่มดิน น้ำใสสีขาวไหลเป็นทางเป็นเส้นแม่น้ำเล็ก หลายสิบสาย วิ่งไหลลู่คดเคี้ยวลัดเลาะลงสู่อ่างน้ำ เพื่อเติมให้เต็มตามคำขอพรจากเรา




นกกระเต็นน้อยธรรมดา เกาะตรงเชือกร้องเพลงให้เราหันมองตามเสียง มุมเดิมของเจ้า มุมเดิมของเรา เรามองเจ้า แต่เจ้าแหงนมองฟ้า และสลับก้มหน้ามองน้ำ




23 ตุลาคม 2551 ยามเช้าวันนี้ เรือนภูสีหมอก นกกระรางสร้อยคอใหญ่เอาเรือนหลังนี้ เป็นจุดข้ามหลังคาบินทะยอยกันไปทีละตัวและหายไปในกลุ่มใบไม้ก้านเหลืองฝั่งตรงข้าม เรามองส่องเจ้าไม่ทัน ได้ยินเสียงคะเนจากสีและขนาด เราไม่เรียกความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวเอง…แค่ดีใจ แต่ชื่นชมมิตรภาพของเจ้าที่มอบให้ดินแดนแห่งนี้






24 ตุลาคม 2551 เมื่อเรามาถึงบ้านกร่าง กับน้องแมวเพื่อนเดินป่าของเรา สองข้างทางจากด่านสามยผีผีเสื้อจำนวนมากโบยบินให้พวกเราชมพบเห็นง่ายๆบ้างลงเกาะเป็นกลุ่มก้อนตลอดสองข้างทาง เราคอยชะเง้อมองข้างหน้า และจ้องลึกเข้าไปให้สุดในป่าข้างทาง ดินนิ่มแฉะเป็นรอยเท้าสัตว์เหยียบย่ำเป็นหลุมๆมากมาย และมีน้ำฝนขังค้างในหลุมรอยเท้านั่นด้วย ฝนตั้งเค้าเป็นสีเทา และลอยคลุมต่ำลงมา เราร้องบอกกับเมฆถ้าจะร่วงกลายเป็นเม็ดฝน อย่ารอช้าเลย หลังจากฝนจากไปและมีเรานั่งมองในศาลาน้ำฝนไหลไปในทิศทางต่างกันแต่มุ่งหน้าไปสู่ทิศเดียวกัน ลำธารของป่ารอเติมเต็มเม็ดฝน


นกจาบคาเคราน้ำเงินกับโพรงดินที่เป็นรัง คอยเฝ้าบินเข้าออก ป้วนเปี้ยน ปกป้อง เราบอกน้องนักดูนกหน้าใหม่ ให้เดินเข้าไปใกล้ และสำทับว่าค่อยๆใกล้เข้าไป และหยุด เพราะเรากำลังละเมิดความปลอดภัยของนก ตัวเรายืนมองอย่างห่างๆ เพื่อให้เพื่อนได้ใกล้ชิดและเรียนรู้จักการสุภาพและเกรงใจกับเจ้าของป่าผืนนี้ หลังจากน้องเดินออกมา คำพูดของน้องเกี่ยวกับความรู้สึกดีใจ มีความสุข ตื่นตาตื่นใจกับโลกอีกโลกหนึ่งและรับรู้พลัง ความรู้สึกพิเศษบางอย่างเกิดขึ้นในใจน้องคนนี้ และจะคงอยู่อย่างนั้น และยิ่งเนิ่นนาน ความรู้สึกพิเศษนี้ จะดลบันดาลให้น้องมุ่งมั่นทำงานให้ธรรมชาติเพิ่มอีกคนหนึ่ง




29 ตุลาคม 2551 นกกินปลีตัวผู้ ยังคอยบินเข้าออกรัง มีเราและชาวผาด่างต่างคอยดูแลช่วยกันให้อีกชีวิตเล็กที่กำลังเกิดขึ้นมา ไม่นานเจ้าตัวน้อยๆ จะมีปีกบางๆได้ออกมาเห็นแสงตะวันแรกของชีวิต มีวันแรกของการหัดบิน มีพ่อและแม่คอยบอกสอนใกล้ๆ เจ้าจะมีน้ำหวานและตัวหนอนมากมาย ต้นไม้ใหญ่เล็ก กำลังแผ่กิ่งก้านให้เจ้าเกาะพักนอนในดินแดนผาด่าง


30 ตุลาคม 2551 เช้านี้เราเดินไปห้องกาแฟ ผ่านซุ้มไผ่ มีกิ่งหนักเอนออกแยกจากกอ ทุกปลายใบไผ่เขียวอ่อนและทุกช่อมีน้ำค้างเกาะเป็นเม็ดแก้วใสกลมเล็กๆ สะท้อนเล่นแสงตามลมน้อยๆจับโยกเอนเป็นประกายเพชรทั้งกิ่งก้าน






ดอกหญ้าสีม่วงเราไม่รู้จักชื่อ กับสายลมอ่อนพัดใบไม้ไหวเหมือนริบบิ้น กับดอกไม้สีขาวบางเล็กขึ้นเลื้อยคลุมยอดไม้ใหญ่สูงแต่จากระเบียงยอดไม้สูงกลับเสมอกับตัวเรา



เนินสูงบ้านฟ้าสดฟ้าใส ดอกไม้สีขาวตามไหล่เขาเป็นหมู่ใหญ่ นกยางกรอกพันธุ์จีน บินส่งเสียงร้องมากันอย่างให้แปลกใจ ไม่แยกกันเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับคอยจับคู่กันลงโฉบหาปลา บ้างเดินย่างก้าวข้างๆพงหญ้าสูง นกกวักร้องเกี้ยวพากันและพากันบินตามต่ำเลียดพื้นน้ำข้ามตัดฝั่งไปมา


เสียงเก๋ตะโกนเรียก พี่ยุง พี่ยุงอยู่ไหน เราบอกว่าอยู่ในน้ำ เก๋ตะโกนอีกว่า ลูกค้าบ้านนกร่าเริงจะตกปลา ให้พี่ยุงช้อนกุ้งให้ด้วย และเมื่อได้แล้วเก๋คนสวยก็แบกเบ็ดตกปลามุ่งหน้าสู่บ้านนกร่าเริง


24 ตุลาคม 2551 เมื่อเรามาถึงบ้านกร่าง กับน้องแมวเพื่อนเดินป่าของเรา สองข้างทางจากด่านสามยอด ผีเสื้อจำนวนมากโบยบินให้พวกเราชมพบเห็นง่ายๆบ้างลงเกาะเป็นกลุ่มก้อนตลอดสองข้างทาง เราคอยชะเง้อมองข้างหน้า และจ้องลึกเข้าไปให้สุดในป่าข้างทาง ดินนิ่มแฉะเป็นรอยเท้าสัตว์เหยียบย่ำเป็นหลุมๆมากมาย และมีน้ำฝนขังค้างในหลุมรอยเท้านั่นด้วย ฝนตั้งเค้าเป็นสีเทา และลอยคลุมต่ำลงมา เราร้องบอกกับเมฆถ้าจะร่วงกลายเป็นเม็ดฝน อย่ารอช้าเลย หลังจากฝนจากไปและมีเรานั่งมองในศาลาน้ำฝนไหลไปในทิศทางต่างกันแต่มุ่งหน้าไปสู่ทิศเดียวกัน ลำธารของป่ารอเติมเต็มเม็ดฝน

นกจาบคาเคราน้ำเงินกับโพรงดินที่เป็นรัง คอยเฝ้าบินเข้าออก ป้วนเปี้ยน ปกป้อง เราบอกน้องนักดูนกหน้าใหม่ ให้เดินเข้าไปใกล้ และสำทับว่าค่อยๆใกล้เข้าไป และหยุด เพราะเรากำลังละเมิดความปลอดภัยของนก ตัวเรายืนมองอย่างห่างๆ เพื่อให้เพื่อนได้ใกล้ชิดและเรียนรู้จักการสุภาพและเกรงใจกับเจ้าของป่าผืนนี้ หลังจากน้องเดินออกมา คำพูดของน้องเกี่ยวกับความรู้สึกดีใจ มีความสุข ตื่นตาตื่นใจกับโลกอีกโลกหนึ่งและรับรู้พลัง ความรู้สึกพิเศษบางอย่างเกิดขึ้นในใจน้องคนนี้ และจะคงอยู่อย่างนั้น และยิ่งเนิ่นนาน ความรู้สึกพิเศษนี้ จะดลบันดาลให้น้องมุ่งมั่นทำงานให้ธรรมชาติเพิ่มอีกคนหนึ่ง

29 ตุลาคม 2551 นกกินปลีตัวผู้ ยังคอยบินเข้าออกรัง ชาวผาด่างต่างคอยดูแลช่วยกันให้อีกชีวิตเล็กที่กำลังเกิดขึ้นมา ไม่นานเจ้าตัวน้อยๆ จะมีปีกบางๆได้ออกมาเห็นแสงตะวันแรกของชีวิต มีวันแรกของการหัดบิน มีพ่อและแม่คอยบอกสอนใกล้ๆ เจ้าจะมีน้ำหวานและตัวหนอนมากมาย ต้นไม้ใหญ่เล็ก กำลังแผ่กิ่งก้านให้เจ้าเกาะพักนอนในดินแดนผาด่าง







30 ตุลาคม 2551 เช้านี้เราเดินไปห้องกาแฟ ผ่านซุ้มไผ่ มีกิ่งหนักเอนออกแยกจากกอ ทุกปลายใบไผ่เขียวอ่อนและทุกช่อมีน้ำค้างเกาะเป็นเม็ดแก้วใสกลมเล็กๆ สะท้อนเล่นแสงตามลมน้อยๆจับโยกเอนเป็นประกายเพชรทั้งกิ่งก้าน

ดอกหญ้าสีม่วงเราไม่รู้จักชื่อ กับสายลมอ่อนพัดใบไม้ไหวเหมือนริบบิ้น กับดอกไม้สีขาวบางเล็กขึ้นเลื้อยคลุมยอดไม้ใหญ่สูงแต่จากระเบียงยอดไม้สูงกลับเสมอกับตัวเรา






เนินสูงบ้านฟ้าสดฟ้าใส ดอกไม้สีขาวตามไหล่เขาเป็นหมู่ใหญ่ นกยางกรอกพันธุ์จีน บินส่งเสียงร้องมากันอย่างให้แปลกใจ ไม่แยกกันเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับคอยจับคู่กันลงโฉบหาปลา บ้างเดินย่างก้าวข้างๆพงหญ้าสูง นกกวักร้องเกี้ยวพากันและพากันบินตามต่ำเลียดพื้นน้ำข้ามตัดฝั่งไปมา






บนระเบียงเรือนภูสีหมอก เราเห็นไอ้ยุง ลูกชาย หลานชายกำลังเดินผ่านสู่ทิศลงท่าน้ำ แต่มีท่าทีแปลก พวกนี้ทำท่าเดินเหมือนย่องๆ เงียบๆ เราตะโกนถามเสียงดัง อ้าว... จะไปไหนกัน ทั้งสามคนหันมามองเรา แล้วทำท่าทางเหมือนกันหมด ด้วยการเอานิ้วชี้ปิดปาก พูดแต่ไม่มีเสียง ใช้ภาษากายบอกเราอย่างคุ้นเคยว่า จะไปกู้ปลา แต่ต้องหลบเจ้าต้นน้ำ กับเจ้าภูเขา เรารับรู้ในใจและรู้ว่าเจ้าสองตัวคือตัวปัญหากับการกู้ปลา ตะข่ายเป็นแพในน้ำ กับหมาสองตัวที่ชอบว่ายน้ำเล่นไปกับคน ทุกอย่างคงพังและปลาจะมีลงหม้อหรือ

นกขมิ้นน้อยธรรมดาตัวผู้ เกาะต้นไม้ฝั่งขวา ห่างเราไปแค่สามเมตร และสูงเกินหัวเราแค่สองเมตร ส่วนตัวเมียอยู่ต้นซ้ายมือ เราอยู่ตรงกลาง มีบางอย่างเกิดในเวลาเดียวกันนี้ ผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ตรงอ่างน้ำสำหรับเพื่อนนกของเรา นกน้อยสองตัวกินแมลงอกเหลืองลงเล่นน้ำคลายร้อนก่อนเที่ยง นกจับแมลงจุกดำตัวเมียเกาะประตูไม้เตี้ยๆรอเป็นตัวต่อไปที่จะขอลงเล่นน้ำ


ทุกอย่างของย่อหน้านี้คือเวลาเดียวกันทั้งหมด สำหรับมิติความเพลิดแพร้วคนรักนกด้วยกัน คงเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ เราไม่เสียใจที่ไม่สามารถเลือกจ้องมองพิเศษแค่ตัวหนึ่งตัวใดได้ ทุกตัวมาเพื่อหาความสำราญจากสถานที่แห่งนี้ และเราก็เป็นหนึ่งที่ได้รับความสุขชื่นบานจากที่แห่งนี้ด้วยมิใช่หรือ
เราขอขอบคุณธรรมชาติอีกครั้งด้วยความสุภาพ

วันศุกร์, ตุลาคม 17, 2008





15 october ,2008 วันนี้เป็นวันแรก สำหรับเรากับการเขียนหนังสือ บนบ้านหลังใหม่ชื่อ เรือน…ภูสีหมอก บ้านนี้เรากับพี่เปี๊ยกตั้งใจแน่วแน่ไว้ว่า บ้านหลังนี้คือที่นอนของพวกเรา


ตั้งแต่เราทำผาด่างมา เราทั้งคู่ยังไม่มีบ้าน มีแต่การย้ายไปนอนทุกหลัง ทุกหลัง ในผาด่างแต่ละคืนบ้านที่เราเลือกขึ้นอยู่กับบรรยากาศจะพาเราทั้งคู่ไป เรือนภูสีหมอกฝาบ้านทำด้วยไม้ไผ่ตีให้แตกแผ่เป็นฝากว้างและยาว เครื่องไม้ปกติเป็นโครงไม้ในตัวบ้านจะออกมาอยู่ข้างนอกแทน




ระเบียงยาวโค้งอ้อมคุ้งน้ำและลดระดับต่างชั้นกันไป เราทั้งคู่วาดฝันกันให้เป็นอีกมุมหนึ่งเพื่อให้ลูกค้าเพื่อนแห่งธรรมชาติมีอีกมุม และอีกมุมเพลิดเพลิน นอนอ่านหนังสือกับเพื่อนคือสายลมท้องน้ำและท้องฟ้า หรือ จิบกาแฟ ทานอาหารยามเช้าและยามบ่ายน้ำดื่มผึ้งผสมมะนาวเย็นๆ


หรือยามค่ำคืน ใต้แสงเทียนให้มองฝ่าความมืดเพื่อเห็นความมืดเช่นกัน และบางครั้งสัตว์น้อยตัวเล็กๆทำเสียงประหลาดลอยมาจากลานหญ้าด้านล่าง หรือเสียงจากตลิ่งชายน้ำให้ฟังว่านั่นเสียงอะไรกัน ยามกลางวันเจ้าผีเสื้อมากมายชอบบินวนเวียนเกาะตรงบันไดด้านตะวันออกขั้นที่สอง เราเองก็งงเหมือนกันว่าผีเสื้อเจ้าพวกนี้จึงชอบบันไดขั้นนี้เอาจริงๆ เราเขียนไปแล้วลองอ่านดูทุกบรรทัดเราแน่ใจอย่างไม่ต้องสงสัย เรากำลังมีความสุข







เราเดินตามเสียงเครื่องไฟฟ้าที่ส่งเสียงดัง ว่ามีการตัดเหล็ก เราถามยอดว่าทำอะไร ยอดบอกว่าทำประตูรั้วบ้านโมกป่า กับการเวก ถ้าเหล็กเหลือ ก็จะทำให้บ้านนกเงือกด้วย เราแวะเก็บพริกหน้าบ้านนกร่าเริงห่อกระดาษไปส่งให้เก๋ที่ห้องครัว ก่อนเดินย้อนกลับมาเอาปลอกหมอนอิงใบใหม่หลาบใบที่เราออกแบบเอง ไปเปลี่ยนเอาปลอกหมอนเก่าออกซักที่บ้านริมน้ำ ทั้ง3 หลัง







16 october ,2008 ในวงสนทนา ของร้านผาด่าง วันนี้ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้า คงเพราะเมื่อคืนฝนตกคลุมป่าทั้งป่าในละแวกนี้ และซาจากไปยามอรุณรุ่งเช้ามาเยือน ตาเขียดมาตามชาวบ้านให้ไปดูรอยเท้าสัตว์อุ้งเท้าใหญ่เป็นรอยลึกสดและใหม่มากๆ น่าจะมากันสองตัวแต่เช้า ชาวบ้านหลายคนคาดคะเนว่าน่าจะเป็นเสือดำหรือเสือดาว เสียงเล่าเข้ามาถึงชาวผาด่าง พี่หวัดขับซากรถเครื่องเก่าๆดังเข้ามา ร่วมรับฟังและโพล่งขึ้นว่า ไม่ใช่เสือดง เสือดาวอะไรหรอก เห็นเจ้าต้นน้ำ กับเจ้าภูเขาเข้าไปวิ่งเล่นในไร่ตาเขียดเมื่อเช้านี้เอง


บนทางเดินมีกิ่งชะอมหักร่วง ดินเปียกเพราะน้ำฝน นี่ออกพรรษาแล้วฝนกำลังจะหมดไป ปีนี้พวกเราเป็นฝ่ายตั้งรับกับธรรมชาติเติมฝนให้ชาวแก่งกระจานไม่มากนัก ปีหน้าในหน้าแล้งการแย่งทรัพยากรน้ำเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


ต้นไทรออกลูกสีเหลืองอีกแล้ว และนกต่างๆบินเข้าบินออก นกแก๊กส่งเสียงดังอยู่ไกลๆ บอกว่าถิ่นนี้เรายังเป็นผู้ครอบครอง นกกระเต็นน้อยธรรมดาเพื่อนผู้เฝ้าท้องน้ำ ส่งเสียงใสทักทาย นกกินปลีolive-back sunbird ตัวแม่ยังทำหน้าที่บินคาบเหยื่อวนเวียนรังลูกน้อย ตรงต้นไผ่กิ่งโน้มหน้าอ่างล้างจาน เรากับเจ้าใกล้กันมาก ทำไมความยินดีเกิดขึ้นด้วยกับการที่เจ้าบินมาใกล้แสนใกล้อย่างนี้







ยามบ่ายเราเขียนหนังสือบนเรือนหน้าบ้านภูสีหมอก เสียงนกกระเต็นหัวดำมาก่อนและเรียกสายตาเรามองตาม เห็นตัวและได้ยินกันและกันแสนสั้นเหลือเกิน เมฆตั้งเค้าบอกว่าฝนละลอกใหม่กำลังมา และไม่นานฝนก็ทยอยตกเปาะแปะบนกระดานไม้หน้าเรา เรามองเม็ดฝนด้วยความสดชื่นและชื่นใจ ฝนหนาเม็ดและหนักขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานเราก็หลับไป




ก่อนเราเข้ากรุงเทพ เจ้าต้นน้ำ เดินมาหา มีเลือดสดผสมรอยเท้าบนพื้นไม้ พวกเราช่วยกันดูว่าเท้าไหน ข้างไหน หน้าหรือหลัง และพบว่า เท้าหลังเป็นแผลลึก ทุกคนสรุปกันว่า ควรต้องให้หมอเย็บแผล เราพาเจ้าต้นน้ำ ขึ้นรถไปโรงพญาบาลให้หมอรักษาและไม่ลืมฉีดยากันบาดทะยักด้วย





เรือนหลังใหม่ที่เป็นบ้านของพวกเรากับเจ้าภูเขาและต้นน้ำ อาทิตย์หน้าถ้าเรากลับไป งานแรกของเราคงเป็นการคลานไปมาอยู่ใต้ถุนเรือน เก็บเศษเหล็ก สังกะสี ตะปู

วันอาทิตย์, ตุลาคม 12, 2008

ปู่เย็น

13 ตุลาคม 2551 ในป่าลึกแห่งหนึ่ง สายน้ำ เล็กๆก่อเกิดขึ้น สายน้ำสีขาวใสส่องแสงแวววับ เป็นประกายเพชรทั้งสาย นับวันสายน้ำนี้จะยาวมากขึ้น จากรุ่งเช้าน้ำเดินทางอย่างไม่ยอมหลับใหล เพียงแค่หายกลืนไปกับราตรี น้ำสีขาวบริสุทธิ์ไหลรินผ่านต้นไม้ต้นเล่า มีก้อนหินต่างสีและขนาดดาระดาษนอนแข็งเป็นลำธารพาน้ำไหลไป หน้าที่ของน้ำป่าสีขาวราวแก้วบางให้ทุกชีวิตที่ยืนเรียงข้างทางรออย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทุกวันแม่น้ำเพชรบุรีมีตะวันและท้องฟ้าเฝ้ามองก่อนจากกันไปคนละทิศเมื่อยามเย็นมาถึง

วันข้างหน้าสายน้ำแสนสวยนี้จะหมองลง สิ่งสกปรกจะถูกผลักสู่แม่น้ำแสนสวยผู้อ่อนแอ อย่างไร้คุณค่าของบางคน
การกำหนด… บางเรื่อง… บางคน เกิดขึ้นแล้วเป็นระยะเวลายาวนานและนาน

ป่าแก่งกระจานสร้างต้นสายน้ำและชายคนหนึ่ง จับคู่กันอยู่ด้วยกันกับสายน้ำแห่งนี้…เจ้าจะมีบ้านเป็นเรือและบ้านของเจ้าจะไม่ใหญ่ไปกว่าร่างของเจ้า น้ำที่ไหลเย็นและชื่อของเจ้าคือหนึ่งเดียวกันและถูกกำหนดผูกสัญญาต่อกัน ต้องอยู่ร่วมกันอย่างยืนยาว จนกว่าหน้าที่ของเจ้าลุล่วง





นามที่เรียกกล่าว ปู่เย็น รอยยิ้มจากใจแจกจ่ายเพื่อนสรรพชีวิต มีความทรนงรู้ตนเป็นฐานมั่นในร่างชายแก่ชรา เป็นครูบาอาจารย์ตัวแทนธรรมชาติ เป็นตัวอย่างความคิดดีหลายประการสะท้อนปัญหาทวนกระแสของโลกวัตถุนิยม ความกรุณา ซื่อสัตย์ จะมีมากมาย และหลายคำตอบ ทำให้คนหลายๆคนตื่นรู้พบมุมแง่ชีวิตหนึ่งที่แสนมีความสุขบนความสบายแม้ไม่ต้องมากด้วยเงินทอง

ในจิตของนามนี้ (ปู่เย็น) แม่น้ำเพชรบุรีทำหน้าที่ ส่งปลาเป็นเพื่อนและเป็นอาหารอย่างพอเพียงเท่านั้น นกน้อยร้องเพลงไพเพราะปลุกยามแสงแห่งวันใหม่เดินทางมาถึงทางทิศตะวันออก พวกกบกับปาดและเขียด จะร้องระงมยามร้องขอฝนจากฟ้า หรือร้องขอบคุณฟ้าที่ประทานฝนใหม่น้ำใหม่ จักจั่นจะดีดปีกเป็นสายพิณให้ปู่ฟังยามเหงาทอดเรือตอนบ่ายใต้ร่มต้นมะเดื่อใหญ่เอียงริมแม่น้ำ



ครูของปู่คือธรรมชาติ สอนทุกอย่างและทุกวัน วิถีธรรมชาติค่อยๆซึมติดแน่นอย่างเงียบๆ และเนิ่นนาน หนึ่งชีวิตชายชราหลังค่อมกับโค้งน้ำไหลคดเคี้ยวมีเรือลำน้อยๆเป็นพาหนะ ป่าไผ่กอใหญ่ร้องเรียก เอียดอ๊าด และโอนเอนไหวไปมายามปู่ปล่อยเรือผ่านไป เงาหนาบานของต้นไม้จะแผ่ทอดลงแม่น้ำ ดักรอให้ปู่งัดพายเข้าหาร่มเงาและสายลมจะพัดวีให้ปู่งีบหลับตอนกลางวัน

รอยยิ้มของปู่ยิ้มส่งถึงท้องฟ้า และบ่อยครั้งใบหน้ายิ้มของปู่ ปรากฏเงาในลำน้ำ ให้ เพื่อนๆ กุ้ง ปู ปลา ที่แหวกว่ายกินตะไคร้ข้างเรือ ความกรุณาอย่างหนึ่งธรรมชาติไม่สอนความทุกข์โศกให้ปะปนกับเรื่องลำบาก และนี่คือหัวใจของอำนาจวิเศษจากตำนานเรื่องนี้ จากวันร้อยเรียงเป็นเดือนกลายเป็นปี…หลายปีผ่านไป

เวลาทำงานของปู่ เริ่มขึ้นแล้ว สายน้ำเริ่มร้องไห้ น้ำตาของแม่น้ำปนกับน้ำตาของชายชราเมื่อเริ่มเห็นแม่น้ำป่วยลง…อาการแย่ลงทุกที เรื่องราวถูกกำหนดให้มาถึงตอนสำคัญ ปู่กับแม่น้ำแห่งนี้ปรากฏเป็นข่าวดัง สะเทือน สะกดติดแน่นหัวใจคนในโลกแห่งการสื่อสาร และการช่วงชิงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ



ปู่เปิดเผยชีวิตตัวเองพร้อมกับเรื่องราวของเพื่อนไปด้วยกัน ทุกคำพูดมีประสบการณ์ของบทสอนวิถีธรรมชาติอย่างง่ายๆต่อการนำไปใช้และจดจำ รอยยิ้มกับเรื่องที่ชอบเล่าเรื่องของตัวเองกับเพื่อนรัก เล่าไป ก็ยิ้มไป ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจให้เพื่อน กิจวัตรในแต่ละวันที่ทำด้วยกัน ตั้งแต่สมัยก่อนๆ ปู่มักอวดเพื่อนของปู่ว่าสวยงดงามใสบริสุทธ์ แค่ไหน มีคุณค่ากับหัวใจและชีวิตของปู่อย่างไร ปู่จะไม่จากเพื่อนไปนาน ช่วงสั้นๆในแต่ละวันเท่านั้นเอง เมื่อยามเย็นมาถึงปู่จะกลับมานอนกับเพื่อนของปู่

เพื่อนของปู่คือแม่น้ำเพชรบุรี ปู่บอกว่า เพื่อนให้อาหาร เพื่อนเป็นน้ำดื่ม เป็นน้ำอาบ เป็นบ้าน ปู่เย็นเล่าบอกถึงความผูกพันธ์กับแม่น้ำแห่งนี้ เสียจนทำให้เรารักปู่และเพื่อนของปู่ด้วย สงสารแม่น้ำแห่งนี้ เสียใจไปพร้อมกับปู่ ปู่ยังย้ำอีกว่าทำไม เพราะอะไร สายน้ำทำผิดหรือจึงต้องบอบช้ำ ร่วงโรยบางช่วงกลายเป็นน้ำเน่า และมักมีกลิ่นแต่ปู่เลือกจะไม่ทอดทิ้งเพื่อน แต่มีเรื่องแปลกที่ซับซ้อน ปู่ไม่เคยตำหนิว่าใครทำให้แม่น้ำ เพื่อนของปู่เป็นอย่างนี้





เรามองแม่น้ำสายเพชรบุรี แม่น้ำเพื่อนของปู่เย็น มองผืนน้ำสีชาเป็นริ้วบางๆ เพราะสีก้อนหินกับตะไคร้สีเขียว เจ้าแห่งกาลเวลาพาปู่ไปไหน ทำไมมีแม่น้ำที่ยังทำงาน แม่น้ำเพชรบุรีแต่ไม่มีปู่เย็นความหมายตำนานความรักหลอมรวมกันแตกสลายลงแล้ว หรือเพราะปู่ทำหน้าที่เสร็จแล้วอย่างสมบูรณ์

วันนี้ ลูกหลานปู่เย็นจำนวนมาก ต่างรับรู้หน้าที่ ความสำคัญที่สุดคือการรักษาสัญญา สัญญาว่าสำนึกรักษ์แม่น้ำเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผืนป่าแก่งกระจาน ดินธุลี หยดน้ำ ฟ้าและ ฝน ต้นไม้ ใบไม้และชีวิตสัตว์ป่าร่วมโลก หลากหลายชีวิตกำลังทำความดีเดินตามคำสั่งสอนของปู่ ความมุ่งมั่นของคนเขียน แม้ไม่ใช่ผู้ที่ธรรมชาติเลือกให้ทำงาน แต่ขออาสารักษาต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยศรัทธาในสิ่งที่ปู่เย็นปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง

จิตอาสาของเรา อฐิฐาน ให้สายลมป่าโปรดไปรับปู่เย็นกลับมาหาเพื่อน(แม่น้ำเพชรบุรี)และอยู่ร่วมกันตลอดไป

วันอาทิตย์, ตุลาคม 5, 2008

แก่งกระจาน กับ อาจารย์รุ่งโรจน์

September 21,2008. บนรถตู้ที่เรากำลังเดินทางกลับสู่แก่งกระจาน นักดูนกหน้าใหม่ ผู้ใฝ่ฝันก้าวล้ำเข้าสู่ดินแดนของนกป่า และเพื่อนใหม่ผู้รักการถ่ายรูปนกมากมาย ถึง 25 ชีวิตด้วยกัน




ทุกครั้งของเรากับทริปของสมาคมดูนก ย่อมมีสิ่งที่แตกต่างออกไปจากครั้งก่อน อาจารย์ รุ่งโรจน์ จุกมงคล และอาจารย์อมร เป็น bird leader ครั้งนี้เจ้าแห่งกาลเวลากำหนด ความเป็นครั้งแรกให้เราได้พบได้รู้จัก อาจารย์รุ่งโรจน์ การค้นหา…บางอย่างที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้กับชายผู้นี้ ทำไมอาจารย์รุ่งโรจน์คือคนของธรรมชาติ เราจะต้องรู้สิ่งนั้น อะไร….ความดีงามด้านใดของธรรมชาติ สถิตย์ในจิตใจชายผู้นี้ ให้เห็นเป็นการทำงานอย่างเกินธรรมดา เป็นประโยชน์ตรงไปตรงมาทั้งต่อมวลมนุษย์ และต่อรากแก้ววัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมของสรรพชีวิตโลก






กาลเวลาให้เฉพาะ วันนี้… จากเช้ามืดจนถึงยามเย็น คำตอบจะมีมาพร้อมกับนกป่าและสายลม แสงแดด รวมทั้งต้นไม้ สายธารใสเย็น หมู่มวลผีเสื้อบินว่อน เมฆฝนที่คอยเลื่อนปิดและเปิดท้องฟ้า บังแสงอาทิตย์เป็นละลอกๆ

มีครั้งแรกอีกครั้ง ในป่าแสนรักแห่งนี้ เราได้เดินตามหลังอาจารย์อมร มากมายหลากหลาย อาจารย์ยังคงยื่นส่งสิ่งดีงามให้เรา ในเรื่องราวทุกเรื่องกับ bcst ซึ่งมีแต่ความอุดมของความสุขผ่านเรื่องราวความดีมีมากขึ้นทุกวันตามวันเวลาของเรากับธรรมชาติป่าไม้ใหญ่เหนือจรดใต้





บนถนน มีร่องรอยน้ำขังตามถนนดินเป็นน้ำฝนเก่าสีแดงส้มขุ่น ฝนตกหนักในป่าแห่งนี้ ฝนมาก่อนพวกเราล่วงหน้า1 วัน และยังให้กำเนิดเมฆฝนกลุ่มใหม่ลอยกระจัดกระจายทั่วท้องสีฟ้า บ้านกร่าง กม15 ทุกคนต่างเดินตามๆกันไป หน้าที่ของทุกคนคือช่วยกันมองหานกป่าทั้งสองฝากฝั่ง กิ่งไม้หัก ต้นไม้ใหญ่ล้มข้างทางมีรอยเลื่อยยนต์ตัดทิ้งท่อนไม้กลมๆสั้นๆกระจายข้างทาง ใบไม้สีเขียวทั้งป่าหยุดนิ่งเงียบไม่ไหวติง ไม่มีเสียงร้องเพลงของนก เจ้าของเสียงเพลงหายไปไหน






ทางเดินรกร้าง กิ่งไม้เลื้อยเดินยื่นหาแสงแดดบนถนน พุ่มไม้ยื่นหาถนนเหมือนกันแม้กิ่งจะหักคาต้น บีบให้ทางแฉะแคบกว่าเดิม แสงแดดส่องทางให้พวกเราก้าวเดินไปสู่ทางสีแดดขาวเงิน บางช่วงแดดเปลี่ยนเป็นสีทองอมส้ม บางเงามุมเข้มมองเข้าไปก็เป็นสีทองอมแดง แต่ไม่มีนกน้อยบินไปมา ป่าแสนสวยทำตัวเงียบอะไรอย่างนี้เล่า ใบไม้ใบใดให้ที่หลบซ่อนพวกเจ้าเอาไว้ในฤดูป่าปิด

ปีกของเจ้าจะมีเสรีภาพเต็มที่ ในฤดูนี้ จะไม่มีรอยล้อรถคันใด นอกจากรอยเท้าของคนอย่างพวกเรา แล้วทำไมจึงเพิกเฉยการมาเยือน พวกเรารู้ความประสงค์ของจิตใจแต่ละคนว่า มาบ้านกร่างในหน้าน้ำฝนทำไม มาหาเพื่อหวังพบความสวยงามของพวกเจ้า ความงามนี้รวมทั้งกริยาท่าทาง ยามพวกเราเจอเจ้าที่กิ่งไม้กิ่งใด ความเป็นมนุษย์ทั้งหมดที่ทำได้คือพร่ำเพ้อบอกตัวเองซ้ำๆ น่ารักจังเลย รักมากนะ รักเสมอ รักตลอดไป


เวลาในป่าแห่งนี้ เดินไปพร้อมกับพวกเรา นกจาบคาเคราน้ำเงิน โผล่มาให้พวกเราร้องเรียกบอกต่อกัน เจ้าช่างบินเย้าหยอกให้พวกเราเดินตามต้นไม้ใหญ่ที่เจ้าบินสลับฝั่งซ้าย อีกครั้งก้าวเงียบๆเดินตาม เจ้าโผกางปีกให้มองตามชัดๆไปทางขวามมือบ้าง คนรักนกหน้าใหม่ ยิ้มอย่างสดชื่นเมื่อนกใจดี หันหน้าให้เห็นเคราขนนกอุยฟูหนาสีฟ้าสดสะท้อนแสง

บนยอดไม้ใหญ่โตมืดคลึ้ม เหนือหัวพวกเราไปข้างหน้าสูงลิ่ว เสียงนกคู่กู่ร้องหยาบๆดังลั่น อาจารย์อมรและอาจารย์รุ่งโรจน์ จำเสียงได้และพยายามชี้ให้พวกเราเห็น นกกาน้อย 2 ตัว ทุกคนยกกล้องหันหาตามเสียง กลุ่มพวงพุ่มใบไม้สีเขียวมืด ขยับใบแกว่งไปมา นกสีดำซ่อนตัวได้ดีมาก เสียงและใบไม้เขย่าเท่านั้นคือเรื่องราวทั้งหมดที่เจ้าให้เรามา แต่เราเคยเห็นเจ้าแล้ว น่าจะดีกว่า ให้อาจารย์ ทั้ง2 ช่วยกัน ชี้ บอกให้คนรักนกหน้าใหม่ ได้พบเห็นความงดงามของพวกเจ้า



วันนี้นกจำนวนมาก คอยกระโดดข้ามถนนไปมา โฉบกินผีเสื้อ (ผีเสื้อล่อนเตี้ยเคลียคลอกับแสงแดดที่ส่องสว่างลงบนถนน) asian paradise fc นกแซวสวรรค์ ทั้งตัวเมีย ตัวผู้สองสี สีน้ำตาลแดงหางยาว และสั้น เจ้าสีขาวหางสั้น และสีขาวหางยาว มากมายบินข้ามไปมาตลอดเส้นเดินชมธรรมชาติป่าแก่งกระจาน

เจ้า hainan blue fc กับตัวเราเฉพาะ คือสองชีวิตที่มองกันและกัน และเราไม่ได้มีเวลามากพอจะบอกเพื่อนๆว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น เจ้าเลือกเกาะตรงนั้นทั้งมืดและรก การพบกันจึงสั้นมากเสียเหลือเกิน



asian paradise fc นกแซวสวรรค์อีกแล้ว หางสีขาวสั้น และหางสีขาวยาวทำให้ขบวนการดูนกระส่ำระสาย ที่เห็นหางขาวยาว ก็จะมองหาหางสั้นเพิ่ม แต่บางคนยังไม่เห็นทั้งสองหางเลย ก็คอยถามไถ่ ตรงไหนครับ ตรงนั้นไง เห็นไหมบินไปขวามืออีกแล้ว เกาะเถาวัลย์กิ่งนั้นไง



วินาทีแห่งการรอคอย เสียงของใครคนหนึ่ง black- back kingfisher นกกระเต็นสามนิ้ว ทุกคนแค่กลับหันหลังมองในป่าข้างหลังตัวเอง ไม่เกิน 5 เมตร เถาวัลย์ครึ่งวงกลม ใหญ่ไม่มากแต่แข็งแรงเกินพอ ให้เจ้าเกาะอย่างมั่นคง และลึกลงข้างล่างของเจ้าคือธารน้ำใสไหลเลี้ยวยาวสู่บ้านกร่าง



อาจารย์รุ่งโรจน์เรียกเรา ตรงนี้เห็นชัดมากและกวักมือเรียกให้เราเข้าไปยืนตรงตำแหน่งนั้นแทน และมอบนกตัวนั้นให้เราผ่านนิ้วมือที่ชี้ไปตรงนกตัวเล็กๆ เกาะโดดเด่น…… และทั้งหมด….นกสีรุ้งเจ้าของดวงตาดำแวววาว เจ้าคือนกแห่งลำธารสวรรค์….. ข้างหน้า ภาพความฝันแสนมหัศจรรย์ กลับมาอีกแล้ว กี่ครั้งที่เราพบเจ้า เราไม่สามารถหันกล้องไปมองทางอื่น ไม่เมื่อยแขนที่คอยยกกล้องจดจ้องเก็บภาพเจ้าทุกขนไรปีก กี่สี ที่มีปรากฎบนตัวเจ้า เหนือคิ้วมีเส้นสีดำเล็กเรียวเข้มคาดตามหน้าผาก คือมงกุฎของเจ้าหรือ เสียงลั่นชัดเตอร์ของใครหลายคน เสียงพูดคุยของคน

นกสีสวยตัวจ้อยบอบบาง เจ้าเลือกทำ คือการให้ห้วงเวลาความงดงามตราตรึงด้วยการยืนนิ่งนาน เงียบ และเฉยอย่างที่สุด พวกเราผู้ถูกธรรมชาติเลือกให้ดั้นด้นตามหาเงาปีกนกป่า เจ้าไม่ได้ให้ความสนใจเสียงชัดเตอร์ ไม่สนใจคนที่เดินสลับหามุมมองเจ้าให้ใกล้ กว่าเดิมเสมอ

เจ้าสร้างความพอใจให้มากแก่ทุกคนเท่านั้นหรือ ไม่ใช่มีมากกว่านั้น เจ้าค่อยๆคลี่ปีกออกเหยียดทั้งสองข้าง ปีกสีน้ำเงินอมคราม ขนปีกมันวาวเรียงจากสั้นไปยาวอย่างมีระเบียบ ยกปีกขยับขึ้นและลงอย่างช้าๆและตามด้วยการกระพืออย่างแรง…. แรงขึ้นแรงขึ้น ก่อนปีกงามแข็งแรงคู่นั้นจะพาร่างเจ้าหายไป



เราเห็นอาจารย์อมรยิ้มอย่างมีความสุขกับกล้องวิดีโอตัวเล็ก และเรียกเรา กุ้งเข้ามาดูภาพนี้ เวลาพาภาพวิดีโอเคลื่อนไหวอย่างชัดแจ่มติดตา ภาพกรีดปีดและกระพือซ้ำช่วงสุดท้ายของการอำลาแสนงามของนกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ ยิ่งใหญ่สุด ๆ เหมือนการปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่งเลย อาจารย์คนดียังเรียกคนอื่นๆมาดูแล้ววนฉายซ้ำๆให้เพื่อนดูนกชื่นชมกันทุกคน

เวลาของเรากับป่าบ้านกร่าง และอาจารย์ทั้งสองท่าน กำลังถึงสุดทางแล้ว แต่เรื่องสำคัญอีกอย่าง ควรบอกเล่าให้ทราบ เพื่อเตือนตนเองให้จดจำและเก็บไว้อย่างรู้คุณค่า หลายคนต่อหลายคนเมื่อเลือกรักนก เดินตามหาชีวิตเหล่านี้ กลับกลายว่า นกทั้งหลายบินเวียนมาและเราได้รักนั้น ต่างมอบพลังบางอย่าง เปลี่ยนช่วงชีวิตที่เหลือและกำลังก้าวต่อไปของตัวเอง พลังสำนึกรักกระตือรือล้นกระทำเรื่องดีตอบแทน เพื่อนกแสนรักและธรรมชาติของนกนั้น

บางคนไม่เคยเล่า แอบเก็บทำเรื่องน่ายกย่องอย่างเงียบๆ คุณป๋อง พญาไฟแห่งราชบุรี คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ก้าวอีกครั้งเป็นก้าวของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เสียงของอาจารย์ อมร อาจารย์คิดไว้ว่า ทุกครั้งที่สมาคมจัดทริปดูนก จะนำรายได้บางส่วน มาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานที่มีรายได้น้อย คุณจินสมาชิกชมรม ได้เอ่ยเสริมว่า จินยินดีช่วยเหลือด้วยค่ะ เต็มใจอย่างมากค่ะ



เสื้อยืดกองทุนหน่วยลาดตระเวณป่าแก่งกระจานเขตพื้นที่ 3 …..แปลงเป็น ของฝากจากบ้านกร่าง วันนี้เริ่มสร้างรายได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อุทยาน เรามีเรื่องต้องโทรบอกคุณจินแล้วว่า ความฝันของคุณจินเป็นจริงแล้วค่ะ

สิ่งที่เขียนมานี้ ผู้เขียนเขียนด้วยความรู้สึกเป็นสุข ได้เคารพ ได้เป็นเพื่อน ได้เดินดูนกด้วยกัน ยามคิดถึงก็มีเรื่องสวยงามเบิกบานหัวใจเสมอ
คุณป๋อง พญาไฟ แห่งราชบุรี ผู้ก่อกำเนิดก้าวแรก
อาจารย์อมร ลิ่วกีรติยุตกุล กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ผู้สานต่อจากเรื่องดีมีค่าให้ขยับขึ้นอีกครั้ง
คุณจินตนา หย่างอารีย์ บริจาก 10.000 บาท เป็นต้นทุนของฝากจากบ้านกร่าง













วันจันทร์, กันยายน 15, 2008

ความเมินเฉย



ความเมินเฉย

เราตัดสินใจละไม่เขียนความหมายที่ผ่านไปทุกวัน ทุกวัน แม้ไม่ได้ปลดปล่อยใจให้ไกลท่องไปในท้องฟ้าเวิ้งว้าง แต่ฟ้าเองรู้ว่าในใจของเราขณะนี้ท้องฟ้าไม่มีสีฟ้า ไม่มีก้อนเมฆนุ่มๆ ใจไม่ชวนชมท้องฟ้า ฟ้าเป็นฝ่ายร้องถามและจ้องมาที่เรา แต่เราไม่ใส่ใจ แค่มองเพื่อจ้องและปล่อยสายตาค้างไว้


สายตาเหม่อนิ่งเงียบ เปลี่ยนไปที่ท้องน้ำด้านหน้า เหมือนเดิม ท้องน้ำหัวเราะกระเพื่อมเบาๆและลมหยอกล้อเป็นคลื่นเข้าหาเราหวังปลอบใจ แต่ที่ได้กลับไป ใจของเรากลับนิ่งเฉยตอบสนองคืนท้องน้ำ ใจไม่แม้แต่แสร้งทำหัวเราะ…หรือ ยิ้ม ใจไม่เห็นความสวยงามของผิวน้ำระริกเต้นไหว


ใจเลิกสนใจเพื่อนสรรพชีวิตรอบข้าง รู้สึกตัวเองกำลังจมลึกสู่อาณาจักรความซึมเศร้า เรื่องที่บังคับให้ต้องทำคือ ละทิ้งความสนใจทุกอย่างรอบข้าง สายตาและดวงใจทำได้อย่างเดียวคือเหม่อลอย เดียวดาย หดหู่ แข็งแกร่งกับอารมณ์เศร้าซึม


เพื่อนนกชายขอบป่า นกน้อยหลายตัวร้องเพลงของตัวเองเพื่อเรียกความสนใจ เราเดินผ่านไปอย่างเมินเฉย มือนี้จับโลกหยุดนิ่ง ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปและจบลงแต่ละวันโดยไม่มีเรา และวันใหม่ที่เดินทางมาในตอนเช้าและจากไปในยามเย็นอย่างไม่มีจิตวิญาณร่วมรับรู้ โลกของเรากับคนอื่นถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนและเด่นชัดไม่มีใครอยู่ในนี้ เราจับทุกอย่างทุกคนและทุกตัวโยนออกไป กักตัวเองในโลกที่เงียบเหงา วังเวงและนิ่งนาน


นานแล้ว สองเดือนที่ผ่านไป บางครั้งเหมือนเราได้เดินออกมาแล้ว แต่เราอาจแน่ใจเสียทีเดียว ใช่…อย่าเพิ่งแน่ใจ แต่มีบางอย่างเป็นสัณญานที่ดีเกิดขึ้นในตัวเรา เรากำลังถูกพาตัวเองกลับมาหรือ เราจะกลับมาได้หรือเปล่า และจะต้องกลับเข้าไปอยู่ในนั้นอีกหรือไม่


มีความห่วงเกิดขึ้นในบางเวลา คิดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและอยากกลับมาทำงาน ความสดชื่นน้อยๆก็ตามมามากขึ้น ได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเอง ดีใจที่ได้ฟังตัวเองหัวเราะอย่างมีความสุข ค่อยๆพาตัวเองออกมาพบความจริงบ่อยขึ้น สามารถสร้างเหตุผลปลดปล่อยความยึดติด อนุญาติให้ตัวเองพบความสุขแค่ครึ่งทางแต่เต็มไปด้วยความพอใจมากขึ้น การรักษาเริ่มได้ผล คุณหมอไม่เพิ่มยาแล้ว และทิ้งช่วงนัดพบหมอเนิ่นนานขึ้น



May 7, 2008 มือเราจับเจ้าสี่ขาขนนุ่มๆขึ้นมาและจ้องเข้าไปในแววตาสีเทาลึกสุด ดวงตาที่จ้องตอบมาไม่มีอะไรเลยนองจากแวว สีน้ำเงินขุ่นปนความลึกเป็นเส้นดิ่งบางๆหลายๆเส้นเอียงชนสะท้อนกลับไปกลับมา



ไม่มีชื่อ เจ้าจะชื่ออะไรดีน่ะ ทุกคนช่วยกันตั้งชื่อ หลายชื่อถูกตั้งและลองเรียกเป็นเสียงออกมา ซีซาร์ คินเต้ แต่สีหน้า และความเงียบของทุกคนเป็นเหตุผลว่า ไม่รับ ยังไม่ใช่ชื่อที่เหมาะกับความน่ารักของลูกหมาสองตัวนี้แน่นอน



ชาวผาด่าง ผลัดกันอุ้ม บางครั้งเอานิ้วให้เจ้าลูกหมากัดขย้ำ เวลาแห่งความเพลิดเพลินหยอกล้อกับเจ้าลูกหมาสองตัวผ่านไปอย่างเร็วเสียเหลือเกิน ถึงเวลาของพระอาทิตย์ดวงโตสู่จุดหมายจมหายไปด้านหลังภูเขา ที่บ้านป่าแห่งนี้มีแต่ภูเขารายล้อม ไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ภูเขายืนสลับซ้อนเรียงเป็นแนววงกลมรอบทิศทาง และภูเขาเบื้องหน้าคือคำตอบ

ลูกหมาอาศัยอยู่บ้านในป่า และลูกหมาต้องมีชื่อ “ เจ้าภูเขา ” ตัวพี่ และ “ ต้นน้ำ ” ตัวน้อง ทุกคนคงพอใจกับชื่อนี้ ชื่อถูกลองเรียกออกไป ไม่มีใครส่งเสียงคัดค้านเลย เจ้าภูเขา เจ้าต้นน้ำ แห่งบ้านป่าผาด่าง





โครงการ กองทุนลาดตระเวนเพื่อผืนป่าแก่งกระจาน เขตจักการที่3

เมื่อเราเดินทางสู่ผาด่างวันนี้ ท้ายรถ มีถุงผ้าใหญ่ๆและหนักมาก 2 ถุง และหน้าที่ของเราคือพาถุง2ใบนี้วิ่งไปสุดทางที่บ้านกร่าง เจ้าหน้าที่อุทยานหลายคนกำลัง รอพบบางอย่างที่นอนพับเป็นระเบียบอยู่ในนั้น

ของในถุงถูกดึงออกมาผ่านมือส่งไปในมือเจ้าหน้าที่อุทยานยืนล้อมมุงดู เสื้อยืดสีขาว พิมพ์ผีเสื้อตัวใหญ่และในลายปีกกว้างของผีเสื้อตัวนั้นมีหลากหลายความหมายของสรรพสิ่งสรรพชีวิตที่ถูกร้อยเกี่ยวเป็นวัฏจักรของความสัมพันธ์เกื้อชีวิตของกันและกัน เป็นก้าวแรกเล็กๆ ของผู้คนมากมายที่เมื่อเข้ามาเที่ยวป่าแห่งนี้เกิดสำนึกรักธรรมชาติ คิดตั้งใจตอบแทนธรรมชาติผืนป่าใหญ่ ป่าแก่งกระจานแห่งนี้ ต้นกำเนิดแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราน สร้างครอบครัวทั้ง สังคมสัตว์ป่า สังคมของพืชมานานหลายร้อยปี ไม่แค่สัตว์ป่าเท่านั้นที่ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ สังคมมนุษย์ ได้เกิดขึ้นตามเส้นทางสายน้ำป่าที่ไหลไปอย่างซื่อสัตย์ปีแล้วปีเล่ากลายเป็นรากวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งผูกพันธ์ เห็นคุณค่าความสำคัญเกิดความจำเป็นต้องช่วยกันอนุรักษ์ปกป้องป่าแห่งนี้อย่างจริงจังมุ่งมั่น เป็นระบบ ระเบียบ และต้องยืนยาว มีอีกหลายโครงการที่เกิดก่อนและช่วยประสานกันทำก่อนเราจะเข้ามา และโครงการเหล่านั้นคือแม่แบบให้เราที่มาทีหลังได้ดูและหัดทำตาม

เรามีเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นผู้ดูแล ปกป้องต้นไม้ใหญ่น้อย พิทักษ์เฝ้าดูแลสัตว์ป่าแทนพวกเรา ซึ่งเป็นเพียงผู้ชื่นชมและห่วง หวงผืนป่านี้เมื่อหันหลังจากลาป่าแก่งกระจานเสมอ โครงการสำคัญนี้ถูกดำริจากอาจารย์อมร คณะกรรมการ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ที่มองเห็นความจำเป็นที่อยากช่วยเหลือสร้างรายได้แก่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย และสานทอถักจากคุณจิน สมาชิกของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ผู้เข้าใจและ ยื่นมือช่วยเหลือให้กำเนิด ด้วยการบริจาคเป็นถุงเงินก้อนแรก เราเป็นผู้ประสานและผลิตเสื้อยืดสร้างรายได้แก่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยของอุทยาน เงินคือรายได้เมื่อจำหน่ายเสื้อยืด ต้นกล้าได้ถูกปลูกแล้วจากเราชาวผาด่างและสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ต้นกล้านี้กำลังเติบโต และกำลังเป็นดอกออกผลหล่อเลี้ยงเจ้าหน้าที่เฝ้าป่าแห่งนี้ตลอดไป


 

วันอาทิตย์, มกราคม 18, 2009

December 21, 2008 วันแจกผ้าเช็ดตัว



กองทุนข้าวสารเด็กโรงเรียนด่านโง
ก่อเกิดขึ้นเมื่อต้นเทอมของปีการศึกษานี้ แต่เป็นการติดต่อทางอินเตอร์เนท
วันนี้เป็นครั้งแรกของการพบเจอกัน
น่าเสียดายว่าเป็นวันเสาร์ น้องปลาย พิมและบีพลาดโอกาสที่จะพบกับนักเรียน
มีเพียงครูสมชาย และนักเรียนด่านโงอีก4 คอยต้อนรับและบริการ








หลังจากเดินชมโรงเรียน ทั้งแปลงปลูกผัก สวนครัว
แปลงแก้วมังกรและสับปะรด สอบถามปัญหาต่างๆ ที่โรงเรียนต้องการ
น้องปลายได้สรุปมอบทุนให้อาจารย์สมชายไว้ทำโครงการแรก
โครงการปุ๋ยหมัก จำนวนเงิน 5,000 บาทถ้วน













หญิงแก่กำลังตัดไม้เพื่อเตรียมเป็นท่อนฟืน ใต้เพิงสังกะสี มีคุณตานั่งใส่สูทเก่าๆ ช่วยกัน
ทำไมคุณยายไม่นอนในบ้านค่ะ เสียงใสหวานซื่อสำเนียงกรุงเทพ
ตากับยายนอนไม่ได้หรอก มันหนาวมากต้องออกมานอนตรงนี้แล้วก่อไฟช่วยจึงจะพอช่วยได้
นอนตรงนี้นะหรือค่ะ เสียงดังย้อนถามกลับไปของคนเดิม

















ก่อนเลี้ยวเข้าทางแคบของถนนนี้ ยอดบอกว่า พี่กุ้งพอแค่บ้านหลังนี้นะ
ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ มันมีภาพที่ไม่ดีหรอก เราถามว่าทำไมเหรอ
ข้างในนี้ หลายครอบครัว ชาวบ้านจับนกป่าไว้กรงใหญ่เยอะมาก
มีคนจองรับซื้อ ไปส่งขาย ภาพนกขังกรงทำให้เราปิดปากเงียบ




สุดท้ายที่บ้านนี้ บ้านของอ็อด เด็กชาย(เจ้าของแววแววตาแสนเหงา)
เรียงความที่อ๊อดเขียน สวยเป็นระเบียบ อ่านแล้วอ่านอีกไม่เคยเบื่อ
เมื่อจบ ประถมหก อ๊อดไม่มีเงินเรียต่อ และมีหน้าทีเลี้ยงน้อง
หลายครั้งที่ร้านค้า เราเจออ๊อด เรามักส่งยิ้มให้
หยิบของเด็กเล่นจากตู้ (ที่เพื่อนๆฝากให้บริจาก ) ส่งให้บอกว่าเอาไปฝากน้องนะลูก
อ๊อดส่ายหน้าบอกว่ามีเยอะแล้ว เราเองก็รู้ว่าไม่จริง… ทำไมอ๊อดต้องใช้คำนี้





วันเสาร์, ธันวาคม 27, 2008

รอยจำผาด่าง December 20, 2008

December 20, 2008 เสื้อหนาว


ก่อนลากันน้องบีกับเพื่อนส่งเงินให้เราเป็นเงินสด12,200 บาทถ้วน กล่าวเบาๆว่าให้พี่กุ้งจัดจ่ายสิ่งที่เห็นสมควร วันต่อมาเราตัดสินใจนำเงินนั้นดับความหนาวเย็นของคนแก่ เงินของน้องๆยอมสละเวลาและของใช้มาให้คนยาก คนไร้โอกาส คนแก่ที่มีกองฟืนเป็นผ้าห่ม สังกะสีหันลอนสู่ฟ้า สีน้ำตาลสนิมด่างเกรอะกระด่าง มีรูนิดๆพอมองออกไปยามกลางวันจะเหมือนดาวคอยกระพริบนิดๆเป็นหลังคา และในยามฝนเยือน น้ำฝนจะไหลหยดก่อนไหลริน

เรื่องนี้เป็นของขวัญสำหรับคนทุกคนที่เป็นผู้รับและเป็นผู้ให้ แม้แต่ตัวคนเขียนไม่ใช่ทั้งสองประการแต่เป็นเพียงคนนำสารแห่งความทุกข์ยากส่งให้ผู้ที่มีจิตใจรอนแรมเสาะแสวงหาเพื่อมอบบางอย่าง ช่วยเหลือตามกำลังและมุมมองที่เข้าใจได้

December 24, 2008 นุชกับงานปักผ้า
บนระเบียงภูสีหมอก เรากับนุชนั่งกันบนพื้นระเบียง เสียงนกกระเต็นน้อยธรรมดาร้องข้ามฝั่งทางเกาะต้นก้านธูป เราไม่เคยสนใจมองหาเจ้าเลย เราเสียใจแต่ไม่หลงลืมเจ้า เสียงร้องบอกว่าเรายังมีเจ้าอยู่ใกล้ๆเหมือนเคย เราขอบใจเจ้านะกับเสียงไพเราะยามนี้

ได้เสื้อกี่ตัว ตัวนี้ปักสวยจัง แล้วอีกหลายตัวไหม ที่ค้างปักไม่เสร็จ ก่อนเน้นสำทับถึงงานด่วน ห้ามพลาด ต้องได้พรุ่งนี้นะจ๊ะ นอกนั้นปีหน้าก็ได้

….เราถามนุชว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปแจกผ้าเช็ดตัวที่บ้านไม่เจอนุช แต่ฝากไว้ให้ด้วย ได้รับหรือเปล่า นุชบอกว่าได้แล้วขอบใจเรามาก เรากล่าวต่อไปว่า เพื่อนๆน้องบีให้เงินมา เราแบ่งเอาไปซื้อเสื้อหนาวไว้แจกคนแก่ ที่บ้านมียายๆ ตาๆ กี่คน นุชบอกว่ามีสองคน แต่แม่มีเสื้อแล้ว แต่แม่ผัวยังไม่มี ตกลงพรุ่งนี้ตอนเย็นเราจะไปหาที่บ้านนะ เอาเสื้อหนาวไปให้






แต่ต้องถ่ายรูปส่งไปให้คุณอ้วน น้องโป๊ดๆ และเพื่อนๆของน้องโป๊ด เป็นของขวัญปีใหม่ เอาไปตอนนี้ไม่ได้ จ้างชาวบ้านซักแล้วแต่ยังไม่แห้ง ถ้าไปมืดหน่อยจะได้ไหม นุชที่บ้านก่อกองฟืนทุกคืนไหม นุชบอกว่าก่อทุกวันหละ อากาศหนาวคนแก่ต้องออกมา ผิงไฟกันทุกวัน ไม่ก่อไม่ได้หรอก เราบอกว่าเยี่ยมเลย เวลาถ่ายรูปส่งไปให้น้องบีจะได้มีสีสัน สร้างภาพ นะ เข้าใจไหมจ๊ะ….. นุชหัวเราะ ยิ้มแก้มพองพร้อมมือปิด แอบฟันหน้าหลอ



December 25, 2008 เสื้อและหมวกไหมพรมซักแล้วและตากแดดบนราวลวดเป็นแถว เราเดินเข้าไปจับเสื้อหนาวมือสองของนอก ทุกตัวหนา และเบา ทุกตัวแห้งและสะอาด ได้กลิ่นแดดอีกด้วย สภาพของเสื้อหลากสี เรามั่นใจว่าจะช่วยคนแก่ได้มากทีเดียว เรามองหมวกไหมพรม อยู่อีกราวถัดไป เมื่อเข้าไปจับแห้งแล้วเช่นกัน โอกาสต่อไป สำหรับเราคือจัดหาถุงนอน มั่นใจว่าดีกว่าผ้าห่มมาก ทนทานกว่า สำคัญเป็นการหุ้มห่มตัวและไม่หนีม้วนลีบยามหลับกลับพลิกตัว เหมาะสมกับพื้นที่ป่าหนาวเย็นอย่างนี้ เรารอว่าเมื่อไหร่จะเย็นเสียที ชาวบ้านจะได้กลับบ้านหลังจากไปทำไร่ หรือไปรับจ้างทำงานเป็นรายได้วันต่อวัน


ดวงตะวันสีส้มตามหน้าที่ต้องลับไปฝากฝั่งตะวันตก ทุกคนเตรียมพร้อม เสื้อกับหมวกอยู่ในถุง มีชื่อเขียนไว้ชัดเจน และเมื่อลำแสงไฟจากรถมอเตอร์ไซด์สาดส่องวิ่งไปตามถนน ไม่นานก็หายไปทั้งสองคัน กับคน 4 คน รถกับคนวิ่งสู่ความมืดมัวของถนน มีเรายืนมองอยู่หน้าผาด่าง



เวลาของการกลับมา ที่เดิมมีเรายืนอยู่ตรงนั้น…รอด้วยใจ ถุงเสื้อใบโตพอง กลายแฟบลงเหมือนถุงเปล่า ไอ้ยุงยิ้มแก้มปริ ยิ้มไม่ยอมหยุด แจกหมดแล้วเหรอ เหลืออีก2บ้าน แต่ต้องวิ่งไปทางพุอ้อ เกรงใจพี่กุ้งจะเข้ากรุงเทพดึก พรุ่งนี้จะเข้าไปให้แต่เช้าพี่กุ้งไม่ต้องห่วง มีแม่ของเจ้าเอ็ม คนเย็บใบหญ้าคาเลี้ยงชีพ แล้วอีกคนบอกชื่อมาแต่เราจำชื่อไม่ได้แล้ว

เรามองหน้าทุกหน้า เล่าให้ฟังหน่อยเป็นยังไงกันบ้าง มองหน้าไล่เรียงตั้งแต่ยอดผู้จัดการผาด่าง ยุงแม่บ้าน คนสวน แม่ครัว ทุกตำแหน่ง และม่อนหนุ่มยาวแห่งผาด่าง สุดท้ายที่หลานชายหนุ่มยาวคราวเดียวกันกับม่อน จ๊อบรีบบอกว่า ภาพถ่ายครั้งนี้ไม่ค่อยสวยเพราะชาวบ้านไม่ค่อยยอมเปิดไฟ

ที่บ้านพี่นุช บ้านหลังแรก จัดฉากอย่างที่อากุ้งบอกไว้ แต่มีฮาด้วย อะไรเหรอลูก เรารีบถามกลับไป ไม่ก่อกองไฟอย่างเดียวแต่เผาข้าวหลามโชว์อีกด้วย แต่คุณยายซิ วันนี้อากาศมันไม่หนาว พอยายเค้าใส่เสื้อหนาวกับหมวกไหมพรม แล้วให้มายืนข้างกองไฟ ยายบอกว่า ไม่เวอร์เหรอไอ้หนุ่มด้วยสำเนียงป่าเหน่อสุดๆ

เรามองภาพที่ไล่ไปเรื่อยๆ ภาพป้าใจกับเสื้อหนาวของน้องบี พิม และน้องปลาย กับทีท่าเขินหน้ากล้อง รูปคุณตาคุณยายที่น้องพิม น้องบีห่วงมาก คู่สร้างคู่สม อายุเลย 90 ปีแล้วทั้งคู่ ทั้งคู่นั่งใกล้ชิดติดกัน แม้อากาศไม่หนาวมาก แต่คุณตาถุงเท้ายาวถึงเข่า อ้าวแล้ววันนี้ตายายไม่นอนก่อไฟนอกบ้านหรือ วันนี้ไม่ค่อยหนาวหรอกพี่กุ้ง นอนในบ้านได้ มีบรรยากาศในบ้านมาแทน นิสัยชาวบ้านประหยัดไฟ ไม่ค่อยเปิดไฟมากดวง



เมื่อมาถึงรูปนี้ เราถามอีกว่า ดูแล้วก็พอมีฐานะอยู่บ้าง ทำไมถึงเลือกให้เสื้อหนาว ไอ้ยุงรีบเล่ากลัวเราตำหนิว่าป้าแกน่าสงสาร เป็นอัมพาตตั้งแต่ สะโพกลงไปเดินไม่ได้มาหลายปีแล้ว

คุณยายคนนี้ เราจำได้ พูดเพราะยิ้มสวย เลี้ยงลูกชายขาขาดพิการต้องนั่งรถเข็น อยู่กันสองคนแม่ลูกเปิดร้านคาราโอเกะ แต่ร้านนี้มีแปลกอย่างหนึ่ง คือทางร้านไม่มีทุนจำหน่ายเหล้าขาย ไม่มีอาหารขาย ลูกค้าต้องคอยวิ่งซื้อเหล้าเบียร์และกับแกล้มมาเอง มีแต่ตู้หยอดให้ร้องเพลง กฎชุมชน ไม่ให้เสียงดังเกิน และเวลาปิดเปิดของการลงมติชุมชนบ้านป่าด่านโง



มาถึงเกือบรูปสุดท้าย ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ภาพมืดๆ มีการชิงกันเล่าเรื่องของบ้านนี้ แย่งกันเล่าอย่างสนุกกันทุกคน โดยเฉพาะหลานจ๊อบ ตอนไปถึงบ้านปิดไฟหมดเลย ตะโกนเรียกป้า ๆ อยู่หรือเปล่า เสียงคนแก่ตอบสวนความมืดออกมา .ใคร…. มาทำไม ม่อนเองลูกยายม๊วย ยายเลี้ยงผมตอนผมเล็กๆนะ จำได้หรือเปล่า แล้วไฟในบ้านก็สว่างแวมๆ ก่อนประตูสังกะสีจะเปิดแง้ม จ๊อบเล่าว่าผมกลัวมากเลย นึกถึงหนังผีตอนเด็กๆ กับตอนอากุ้งทำเหมือนผีหลอกผม

ยายคนนี้อยู่คนเดียว อายุเกือบ 70 ปีแล้ว ลูกชายคนเดียวตายไปนานแล้ว หากินตัวคนเดียว รับจ้างทำงานตามแต่ใครจะจ้างไป ปลูกหน่อสับปะรด ได้วันละ 20บาท 30 บาท แล้วแต่จะให้ (เมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา บ้านเก่าๆผุๆ แต่มีกุญแจคล้องไว้ เราชื่อกุญแจ แต่เจ้าของเราให้เราคอยบอกคนที่มาหาว่า ยายไม่อยู่บ้าน ข้างบ้านมีผ้าถุงลายดอกซีดๆตากอยู่บนราว กับผ้าสีมอๆ มองไม่ออกว่าเป็นเสื้อหรือเปล่า ผ้าพวกนั้นไหวลมนิดๆ บอกถึงฐานะเจ้าของผืนดินแห่งนี้ เสียงของน้องพิมกับน้องบี ในรถเก๋งฮอนด้ารุ่นใหม่ป้ายแดง โอ้….บ้านนี้หลังคาและฝา เป็นสังกะสี กลางคืนไม่หนาวแย่หรือ จะนอนหลับยังไง )



ทุกคนจากไปจากภาพหน้าจอหลังจากเล่าเรื่อง หน้าที่ของตัวเองเสร็จ แต่เรายังมองดูภาพวนเวียนไปมาว่าจะส่งรูปภาพใด ไปให้คุณอ้วนน้องปลาย น้องบี น้องพิม แต่ละรูป กุ้งเห็นสายตาขอบคุณตื้นตันใจผ่านสายตาฝ้าฟาง และชื่นใจที่สุดคงเป็นภาพของไอ้ยุง,เจ้ายอด, ม่อน ชาวบ้านป่าเหล่านี้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ก่อเกิดหมู่บ้านด่านโง

เห็นคนแก่เหล่านี้ตั้งแต่ตัวเองยังอายุน้อยๆ เวลาผ่านไป ความแก่ ความเจ็บป่วย ความตาย ความพลัดพราก บ้างลูกหลานทำงานในเมืองไม่มีปัญญาเหลียวแล หรือความทุกข์ยากลำบากเป็นของคู่กับหมู่บ้านนี้มาช้านาน



ยุง ยอด ม่อน จ๊อบ เป็นผู้นำของไปแจกตามคำฝากขอร้อง แต่ทุกคนเลือกบุคคลด้วยการประชุมตามประสาชาวผาด่าง ใช้ความสำคัญของความทุกข์ยากเป็นตัวชี้นำตัดสิน พี่กุ้งเห็นความสุขสวยงามในแววตาของผู้ให้ ไอ้ยุงใส่เสื้อให้ยาย ยอดกราบไหว้ด้วยความเคารพ อ่อนน้อม ม่อนหนุ่มผู้ร่าเริงเติมความสุขมีโอกาสแสนพิเศษทำหน้าที่ตอบแทนผู้หญิงที่เคยเลี้ยงมาตอนแบเบาะ วันนี้แม้ตัวเองวันนี้ยังทุกข์ยาก พ่อตายจากไปตั้งแต่อายุ12 ปี จากพี่ชายกลายเป็นพ่อของน้องทันที อีกสองคน


สุดท้ายผู้อยู่ข้างหลังกล้อง จ๊อบหลานชาย งานสารพัดเราทุ่มภาระให้ เราจะตอบแทนอย่างไร จึงจะรู้จบ คำขอบคุณใช้ไม่ได้เสียแล้ว ยิ่งนานวันคำนี้มีค่าน้อยเหลือเกินและห่างออกไปทุกที…ทุกที


กุ้งขอให้คุณอ้วน คุณพ่อ คุณแม่ และลูกคุณอ้วนทุกคน และครอบครัวญาติพี่น้องและเพื่อนๆน้องบี น้องพิมและน้องปลาย เป็นนางฟ้าแสนงามสถิตย์ในใจของเด็กๆและชาวบ้านป่าด่านโงตลอดไปนานแสนนานค่ะ












วันอาทิตย์, ธันวาคม 14, 2008

ดื่มด่ำ เครื่องดื่มกับเรือนภูสีหมอก


ภูสีหมอก เรือนระเบียงลดหลั่นไปตามขอบเขา และโค้งน้ำเบื้องล่าง จะเป็นอะไรในความหมายของผาด่าง บ้านพักหรือ มุมทานอาหาร มื้อเย็นใต้แสงเทียน

ยามกลางวันเล่า หากมีเวลาบ้าง มาที่เรือนภูสีหมอก ปลีกตัวเองออกจากบ้านพักเพื่อชมทิวธรรมชาติ ที่ชาวผาด่างเตรียมไว้ให้อีกมุม และมีมุมใหม่ๆให้เสมอ





ทุกมุมเพื่อคนชื่นชมธรรมชาติ สายตามองไกลไปสู่ภูเขาป่าใหญ่ข้างหน้า หรือจะเป็นคุ้งน้ำ มีต้นธูปขึ้นบังเป็นเกาะให้แปลกใจว่าธรรมชาติเบื้องหลังเกาะต้นธูปเป็นอย่างไร


ภูสีหมอกมีเตียงเหล็กโบราณให้บางคนได้นอนหลับยามบ่ายและมีหนังสือเล่มโปรดวางอยู่แผ่บนอก แว่นตากลายเป็นที่คาดผม
ใกล้เตียงมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน แต่หนังสือเปิดไปมาเองเบาๆ เพราะเจ้าลมแวะเวียนมา



โต๊ะเหล็กไม้มะค่า ตรงด้านตรงข้ามผาด่างมีเถาวัลย์ห้อยย้อยเป็นวงใหญ่ สายลมพัดผ่านสายน้ำเข้าหามุมนี้ตลอดบ่าย กลุ่มใบไม้ใบใหญ่ของตะวันตกก็ใจดีบังแดดของตะวันดวงโต เราชอบทานน้ำผึ้งผสมมะนาวกับโต๊ะตัวนี้ แก้วโตใสอ้วนมีก้านสูงกับน้ำแข็งและน้ำมะนาวรสเปรี้ยวจัดคนให้เข้ากันกับน้ำผึ้งป่า






กาแฟร้อนตอนเช้า กับน้ำผลไม้ กับโต๊ะนั่งกว้าง….ได้เพียง2คน หากนั่งตรงนี้แน่นอน สายหมอกยามเช้าจะปรากฎเลื้อยเป็นสายจากพื้นน้ำ แล้วส่ายเต้นระบำกับสายลม
เรากับพี่เปี๊ยกเตรียมซื้อชุดกาน้ำร้อนใหม่ เตรียมแก้วกาแฟ แก้วชา และตู้เย็นหลังใหม่เพื่อน้ำผลไม้สด เมื่อวานเราเห็น ดอกกระเจี๊ยบกำลังออกดอกสีแดง อีกไม่นานเราจะมีน้ำกระเจี๊ยบสดให้ลูกค้าได้ดื่มทานกัน


เบียร์ในตู้เย็นจะมีกี่ยี่ห้อนะ เรากินเบียร์ไม่เป็นคิดไม่ออก แก้วเบียร์ต้องเป็นแบบไหนจึงจะเข้ากับบรรยากาศภูสีหมอก


หนังสือ เราเตรียมไว้แล้ว ส่วนมากเป็นหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติ คงไม่จำเป็นต้องมีหนังสือแฟชั่นในป่าหรอก

ข้าวโพดอบเนย ของโปรดทานกับเบียร์ของพี่เปี๊ยก เราต้องสอนวิธีการคั่วข้าวโพดกะทะร้อนแบบโบราณให้พี่เปี๊ยก จะได้ทำไว้บริการลูกค้าผาด่าง



ห้องน้ำ ของเรือนภูสีหมอก ใครมาเห็นต่างเอ่ยปากชมว่าสวยมากกกก…. เราเองกับชาวผาด่างคิดได้อย่างเดียวกันกับผู้เข้าไปใช้บริการ

ประตูบานเล็กๆ ใกล้อ่างน้ำ หากเราเงียบเหมือนเช่นธรรมชาติ นกตัวสวยๆ และตัวเล็กตัวน้อยจะสลับกันมาเกาะที่บานประตู แล้วสลับกันลงเล่นน้ำ ในอ่างตื้นดินเผา มีเราคอยเติมน้ำ บ่อยๆ แต่ไม่มากจนเกินไป



ถาดใส่อาหารนก หรือผลไม้เก่า เราห้อยถาดไว้ใกล้โต๊ะคู่ บนเก้าอี้ใกล้ถาดนั้น มีแก้วน้ำดื่มกับกล้วยไม้ข้างๆ และตั้งใจรอ….รอเจ้านกกางเขน หรือนกกระรางสร้อยคอใหญ่ หรือแม้แต่กระรอก ก็ค่อยๆแอบลงมากินผลไม้จากถาดที่ ชาวผาด่างเตรียมไว้ให้เสมอ


มุมระเบียงนี้ เราโปรดปรานนัก เพราะจะได้รับแดดจากทิศตะวันตกเต็มที่ ไม่ได้มาเพื่อนั่งผ่อนคลาย แต่เป็นที่เราจะขนเอาหมอนทุกใบ ที่นอน ถุงนอน เสื้อกันหนาว หมอนอิงและอื่นๆได้ตากแดด ยามตะวันคล้อยหมดแดด เราจะเก็บทุกชิ้นไปพร้อมกับ เอาจมูกกดกับหมอนหรือเสื้อหอมแดดอุ่นๆด้วย


ก่อนปีใหม่นี้ พี่เปี๊ยกและเรากับชาวผาด่าง เรือนภูสีหมอกคงเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่ชาวผาด่างร่วมกันสร้างไว้….รอให้นักท่องธรรมชาติ มีของขวัญปีใหม่กับระเบียงความทรงจำ ณ สถานที่แห่งนี้ ทั้งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ล่าสุดของป่าแก่งกระจานผาด่าง





วันศุกร์, ธันวาคม 12, 2008

รอยจำผาด่าง 4,2008,Dec


ก่อนเย็นวันที่ 4 ธันวาคม มีรถกระบะ และรถเก๋งหลายคันมาจอดนิ่งหน้าผาด่าง สอบถามถึงลานกางเตนท์ และค่าใช้จ่ายและรายละเอียดของการปรุงอาหาร พี่หวัดเป็นผู้นำพาลูกค้าเข้าบ้านพัก แต่ละหลัง และตามเตนท์ที่ลูกค้าจองไว้ แต่ลูกค้าที่นำเตนท์มาเอง มีอยู่กลุ่มหนึ่ง พี่หวัดได้ทำตามหน้าที่พาไปจัดหามุมกางเตนท์ ก่อนกลับมาเล่าเรื่องตื่นเต้นให้ชาวผาด่างฟัง


พี่หวัดบอกว่าคุณขอหลอดไฟ 1 ชุด เพื่อประกอบอาหารทานกันเอง และเสบียงของคุณเตรียมมาเยอะมาก ที่สำคัญ….เห็นตู้ลำโพงพวกคุณขนใส่ท้ายกระบะมาด้วยหวังเปิดเพลงสนั่นเต็มที่
พี่หวัดเกรงว่าเสียงจากลำโพงนั้นจะทำให้ลูกค้าหลายท่านต้องพบกับความหงุดหงิด แต่เรามั่นใจว่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามธรรมชาติที่ผาด่างกำหนดกฎเกณท์ไว้ ไม่มีใครกล้าฝืนละเมิดธรรมชาติที่นี่หรอก


ไม่มีเสียงเพลงจากลำโพงตัวนั้น ลำโพงตัวโตที่ชาวผาด่างหวาดกลัว แต่เมื่อถึงเวลาเข้านอน เราพลิกกลับไปมานอน และเริ่มกระสับกระส่าย พยายามหลับแต่ไม่สามารถหลับลง เสียงแว่วหัวเราะลั่นจากแขกกางเตนท์กลุ่มใหญ่มาเป็นละลอกๆ เสียงนั้นเงียบหายไปในความมืดสนิท แต่ไม่นานมาอีกแล้ว เสียงแผ่วเบาคือการเริ่มต้นอีกครั้ง ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเบา จากคนที่หนึ่งและเป็นคนที่สอง สามตามลำดับ ก่อนจบลงด้วนเสียงหัวเราะสนั่นลั่นเคล้าเสียง
เราสามารถจำแนกได้ว่าคนกลุ่มนี้กำลังเล่นไพ่ แต่เราไม่รู้หรอกว่าไพ่ที่เค้าร่วมกันเล่นเป็นไพ่อะไร


เรื่องที่เราคิดมาก พรุ่งนี้แต่เช้าเราต้องรีบตื่น ดูแลความเรียบร้อย แขกรับประทานอาหารเช้า เราพยายามเร่งตัวเองให้หลับ หลับเจ้าต้องหลับนะ เราคิดถึงยานอนหลับของหมอ ทำไมเราลืมยาไว้ที่กรุงเทพนะ ในความมืดและความพะวงช่วงดึงเราสู่ความหลับใหลได้ในที่สุด

ยามเช้าลูกค้าตื่นเต้นกับอาหารหน้าตาน่าทาน


ขนมปังชุบไข่ทานกับน้ำผึ้งป่า หรือเหยาะซอสถั่งเหลืองลงไปนิดหน่อย ก็จะให้รสชาดที่แปลกออกไป







น้ำผลไม้สับปะรดสด





ข้าวต้มหมูร้อนๆ กาแฟหรือเครื่องดื่มโอวัลติน






บางคน บางกลุ่ม ขยับไปนั่งมุมโน้นมุมนี้สาระวนกับการถ่ายรูปเดี่ยว รูปคู่ รูปหมู่ ทุกมุมในผาด่างกลายเป็นสตูดิโอน้อยๆทั่วไปหมด

รถหลายคันของลูกค้าทยอยออกจากผาด่าง คันแล้วคันเล่า ทุกคนจากไปแล้วหรือ เราเดินไปที่ลานกางเตนท์ เตนท์แต่ละเตนท์ยังคงตั้งอยู่กับพื้นดิน บ้านหลายหลังบางหลังเสียงพูดคุยเบาๆมาก เสียงเหล่านั้นคุยกัน มีแต่สายลมและใบไม้ที่ได้ยินว่าพวกเขากับกำลังพูดถึงอะไร แต่บางหลังมีกุญแจคล้องไว้ พวกเขาเหล่านั้นไปเที่ยวที่ไหนกันนะ






ยามบ่ายแก่หลังจากเราตื่นจากนอนกลางวัน เราเดินหิวเข้าโรงครัว

ผ่านต้นหญ้าดอกเสือหมอบ ทุกกิ่งช่อออกดอกสีขาวกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เป็นความหมายสัญญลักษ์ของลมเหนือ…ลมนี้มีหน้าที่หอบนำความหนาวเย็นมาเยือนป่าตะวันตกผืนนี้ ปีนี้ลมเหนือมาช้าแต่สัญญาคือสัญญา ลมเหนือแห่งเหมันต์จากเทือกเขาทิเบตเดินทางมาถึงผาด่าง แก่งกระจานแล้ว

ก่อนแสงแดงของตะวันดวงโตจะถึงชายขอบป่าตะวันตก ลูกค้าเก่าและใหม่เริ่มทยอยกลับเข้าผาด่าง เสียงทักทายบอกเล่าชาวผาด่างว่าไปเที่ยวกันมาบ้าง บางกลุ่มบอกว่าไปเที่ยวน้ำตกผาน้ำหยด บางกลุ่มพี่หวัดพาไปเที่ยวเดินป่าใกล้ กับผาด่าง

และบางกลุ่มลงไปเที่ยงล่องเรือยางที่ท่าเรือ และอีกมากมายต่างมีใบหน้าเปื้อนความสุขที่ยังไม่จางหาย

อาหารมื้อเย็น บางโต๊ะใต้แสงเทียน อบอุ่นกับคู่ของตัวเอง เสียงคุยสลับเสียงจิ้งหรีดกรีดปีก บทเพลงของผาด่างเป็นเพลงของการพัก ผ่อนคลาย มีเพียงแสงเทียน และแสงไฟ แวมๆไม่เจิดจ้า ทุกโต๊ะทานข้าวแค่มองจากโต๊ะออกไปไม่เกินสามเมตร ความมืดสนิทจะอยู่ตรงนั้น โอบล้อมทุกคนในห้องอาหารเอาไว้ เราลอบมองเห็นแขกรับประทานอาหารด้วยความละเมียดละไมกับเครื่องดื่มนานแสนนาน สิ้นสุดลงด้วยการแยกย้ายกลับบ้านพักของตัวเอง เราสำรวจตัวเองทุกอย่างในห้องครัวและกลับที่พักเช่นกัน เพื่อเตรียมรับวันพรุ่งนี้ซ้ำอีกครั้ง




เราหวั่นปัญหาเดิมจะรบกวนเราอีก ตัดสินใจแต่ตอนเย็นเรามียาแก้แพ้อยู่ในกระเป๋ากางเกง เพื่อทานก่อนนอน และยานี้ได้ผล ไม่นานเราก็หลับสนิทลงได้ เสียงอะไรอีกเล่าปลุกเราขึ้นมากลางดึก เราหลับไปนานแค่ไหน ทำไมต้องตื่นเพื่อฟังเสียงหัวเราะอีกเล่า เสียงนั้นทำให้เราโกรธ และความโกรธก็กำลังเพื่มขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นเท่าไหร เรายิ่งโกรธและโมโห เราพร้อมที่จะลุกขึ้นไปบอกให้เงียบเสียง




เราเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ความโมโห และความลำพองอยู่กับเราแล้ว แต่ความสุภาพ และผลที่จะเกิดขึ้นภายหลังดึงให้เราคิดก่อนทำ เราจะบอกอย่างไรให้คุณเงียบเบาเสียงลง ความสุภาพของน้ำเสียงและภาษาต้องระดับแค่ไหนกัน พวกคุณจึงจะพอใจ เวลาผ่านไปนานมากกับการนอนตาค้าง มีความโกรธความหงุดหงิดคอยกระตุ้น

เราละเลยการฝืนหลับเพราะทราบแก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ ยาแก้แพ้อีกสองเม็ด ถูกกินซ้ำเข้าไป ตามด้วยน้ำ แก้วใหญ่ ตาไม่ปิด สมองไม่หลับหูคอยฟังเสียงคนเล่นไพ่ (กินเหล้าด้วยมั้งหรือไม่ใช่ ) แต่แน่นอนที่สุด ไม่มีเสียงของผู้หญิงเลย เรานอนคิดไปมา กับการเดินออกไปบอกความจริงแก่คนกลุ่มนั้น แต่ความเป็นเจ้าของสถานที่กลับดึงเราไว้

ความคิดเราเตลิดไกลออกไป เสียงหัวเราะสนั่นไปทั้งหุบเขา สลับกับความเงียบเป็นพักๆ ถ้ามีแขกพักบ้านใกล้ เป็นเหมือนเรา ตื่นตาค้างหงุดหงิด แขกในบ้านปีกไม้ หรือบ้านฟ้าสด หรือ…หลังโน้น หลังนี้

โอ… นี่เองคำตอบหน้าที่ของเรา ไม่ใช่ตัวเราเองต้องปกป้อง แต่เพื่อแขกท่านอื่นๆ ที่กำลังตกอยู่ในภาวะเช่นเรา เรามีคำตอบและงานด่วนแล้ว….ลุกจากที่นอน เดินผ่านสนามหญ้าอันมืดมิด ใช้เพียงแสงไฟฉาย นำทางพาเรามุ่งสู่ลานแสงไฟจากกองฟืนข้างหน้า เงียบมากแต่ไม่นานเสียงหัวเราะก็บอกเราว่า เรามาถูกทางแล้ว ใกล้ เข้า….ใกล้เข้าไป เราดับไฟฉายในมือตัวเอง



ภาพข้างหน้า เรามองเห็นแล้วอย่างชัดเจน ภาพลานกางเต๊นท์กลุ่มใหญ่ เตนท์ทุกขนาดถูกกางเป็นวงกลม ห่างๆกัน และเตนท์ที่อยู่ใกล้เราที่สุด มีเสียงคนนอนกรนเป็นระยะๆ ตำแหน่งที่เรายืนเห็นทุกอย่าง และเป็นไปอย่างเงียบๆนั้น เรายืนอยู่นอกรัสมีแสงไฟจากกองฟืนที่กำลังลุกโชน ใกล้จุดศูนย์กลางของลานวงกลม มีกองฟืน ท่อนไม้โตๆเป็นท่อนสั้นๆ ท่อนไม้นี้เมื่อเย็นยังเป็นขาเก้าอี้ ตรงลานซุ้มเห็ด ซากขาไม้กลายเป็นท่อนฟืน ไฟกำลังเลียกินไม้ท่อนนั้น

ท่อนฟืนกำลังให้แสงไฟนุ่มนวล ที่มากกว่านั้นเรามองเห็นกองฟืนในระยะคือไออุ่น
คนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งเล่นไพ่ ทุกดวงตาจดจ่อกับกระดาษตัวเลข และสัญญลักษ์สีแดง หรือดำในมือ
บางคนตาจ้องแป๋วมองเพื่อนข้างๆ แต่ละคนมุ่งมั่น สงบนิ่ง สมาธิจดจ่อ จ้องไปที่กระดาษในมือ
เสียงพูดเบาๆ เริ่มจากหนึ่งเป็นสอง ตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ เพิ่มเป็นเสียงเฮของผู้แพ้ร่วมชะตา
เงาลางของแสงฟืนสลับไปที่หน้าของแต่ละคน ผลัดกันแล้วแต่เงากับสายลมจะพัดเปลวสว่าง
แสงก็จะกระทบใบหน้าของคนนั้น
ที่ตรงนั้น ความสุข ผ่อนคลายและกองฟืนเป็นหนึ่งเดียวกัน


แสงฟืนเจ้าแห่งความสว่าง นำเราเข้ามา
เพื่อให้เห็นกลุ่มคนเล็กๆกำลังมีความสุขกับดินแดงแห่งนี้ไม่ใช่หรือ
นี่คือ...ใช่หรือ... ภาพที่ปรากฎ คือความปราถนา เป็นแก่นเนื้อแท้ของธรรมชาติผาด่าง
เพื่อ สำหรับทุกคนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ หลงลืมภาระหน้าที่การงานให้หมดสิ้น
ดาวเดือนเกลื่อนฟ้า แสงฟืนคอยปะทุเบาๆสร้างเงาบนใบหน้า....แค่บางเสี้ยว
เราผู้มีหน้าที่หยุดความสุขนี้
อีกสักนิดนะ ยืนมองไปเรื่อยๆ อีกสักครั้งเถอะ ปล่อยพวกเขานั่งล้อมวง หัวเราะร่วน
แม้พระจันทร์ยังได้ยิน ดวงดาวมองลงมาและร่วมสร้างแบ่งปันความสุขทรงจำร่วมกันและกัน
ต้นไม้ใหญ่ข้างกายยืนนิ่งให้เราพิงมองภาพนั้นนานมากๆ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างเงียบๆและสุภาพ
ขอโทษนะค่ะ ช่วยกรุณาลดเสียงให้ด้วยค่ะ ทุกคนในวงตกใจสะดุ้ง หันหาตามเสียง
ผู้หญิงตัวเล็ก โผล่เงียบๆกลางป่า
เมื่อทุกคนหายตกใจและรู้ตัว ต่างช่วยกันส่งเสียง ครับๆ… อีกคน…ได้ครับ
และต่อด้วยอีกคน…. ดังไปหรือครับ …ขอโทษครับ
เมื่อเรากลับเข้าหาถุงนอน ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะนั้นแต่เริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ และไม่นาน
ความเงียบก็เป็นเจ้าของยามค่ำคืนที่เหลือ