ดูนก แก่งกระจาน กับผาด่างแคมป์ ไทยแลนด์
Birding Kaengkrachan By Padangcamp Thailand
จวนเจียนวัน เดือน สุดท้ายปี พ.ศ.๒๕๕๒ เราไม่ใช่ผู้สร้าง เราไม่เรียกว่าความสำเร็จ
ตำนานใหม่เกิดขึ้นชายขอบอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ตำนานใหม่เพื่อเล่าขาน เกิดแพนกกระเต็นน้อย กับแพนกกระเต็นใหญ่ ลมแห่งผาด่างพัดแยกกันไปตามสายลม ก่อนหยุดนิ่งเมื่อยามอาทิตย์ชิดลาขอบฟ้าด้านล่าง
จากเรือนไม้ไผ่ชื่อภูสีหมอกเป็นทำเลการเฝ้าดู ตามจ้องรู้เห็นการเปลี่ยนแปลงให้ตามใจเรา วาดแปลนแพน้อยส่งให้ช่างชาวผาด่าง
เรือนภูสีหมอกตั้งอยู่สูงติดชิดของอ่างผาด่าง สถานที่เอ่ยนามนี้ เป็นจุดเฝ้าเห็นมุมห้วยก้านเหลืองค่อยๆเปลี่ยนไป
ตอมะค่าที่นอนตายแช่น้ำเกือบ ยี่สิบปี คนที่อยู่ตรงนี้กับต้นไม้มะค่ายืนยันเหมือนกัน จะให้ตอมะค่านอนตาย...ตรงเจ้าโผ่กล้าอ่อนทะลุผืนป่าขึ้นมา ไม่ว่าจะมีเสียงหลายร้อยคน ออกความคิดเห็น...ย้ายตอไม้มะค่ากลวงตอนี้ไปตั้งที่อื่นจะสวยกว่า
เจ้าไม้ยักษ์ต้นอ้วนโดนมนุษย์ใช้อาวุธเลื่อยยนต์ตักแยกร่างให้ล้มนอนตายตรงนี้ ตรงที่เจ้าเกิดจึงเหมาะสมกาละให้เจ้าทอดร่างเป็นอนุสรณ์ เรื่องของเจ้าพรรณไม้ป่าชุกชุมเคยมากมีแห่งอดีต ยับเยินสิ้นจริงๆ จากเรือนไม้ชื่อภูสีหมอกเป็นทำเลการเฝ้าดู ตามจ้องรู้เห็นการเปลี่ยนแปลงให้ตามใจเรา วาดแปลนแพน้อยส่งให้ช่างชาวผาด่าง
จากเรือนไม้ชื่อภูสีหมอกเป็นทำเลการเฝ้าดู ตามจ้องรู้เห็นการเปลี่ยนแปลงให้ตามใจเรา วาดแปลนแพน้อยส่งให้ช่างชาวผาด่าง
ดงต้นก้านเหลือง ยืนสู้ชีวิตกล้าแข็ง แตกลูกหลานก้านเหลืองตามขอบอ่างให้ชีวิตใหม่เกิดต้นอ่อนแช่น้ำป่าทุกปี หน้าที่โปรดปรานของเราอีกอย่าง คอยนับจำนวนลูกๆต้นอ่อน
หน้าที่แห่งใจมั่น การเฝ้ามองโครงแพน้อยได้เกิดอาศัยลอยในอ่างน้ำแห่งนี้ บางครั้งมีเสียงเหมือนตอกข้าวหลามลอยมาจากลำห้วยนี้ ชะโงกระเบียงมองตามเสียง ชายแก่ชาวป่านั่งหันหลังนั่งทุบไม้ไผ่นวลกระบอกลำยาวเท่ากันกองโต
จากวันนั้น การกระทำของคนป่าอย่างตั้งใจ ไม้กระบอกทรงกลมทุกอันถูกตีแตกกลายเป็นฝาเรือนแพ
หน้าที่เรา คนอยากสร้างแพน้อยคู่นี้ ยามรอเจ้ามีหลังคา จงเดินทางไปตามหาหมอนอิง หมอนหนุน เสื่อทอมือ กระถางใส่เทียน ทั้งรูปภาพตกแต่งแทนคำพรรณนาจากใจผู้วาดฝัน ง่ายธรรมดาผูกไว้กับสำนึกต้องไม่ฝืดฝืนทำลายเจ้าผู้ยิ่งใหญ่คือธรรมชาติที่แพน้อยต้องอาศัยพื้นน้ำป่าล่องลอย
การเปลี่ยนแปลงโดยจงใจจากตัวเรา ภูผาสีด่างเป็นหน้าผา มีชะโงกถ้ำให้เลียงผาสัตว์ป่าซ่อนภัยร้ายยามมนุษย์ย่ามกรายเข้าล่าชิงชีวิต
บ้านนกร่าเริงบ้านไม้ . เกิดก่อนแพน้อย แต่บ้านนกเงือกเป็นหลังแรกเกิดก่อนบ้านทุกหลัง ณ.ขอบอ่างน้ำแห่งนี้
ดินแดนนี้แต่อดีตก่อน ถูกปกปิดไว้ด้วยธรรมชาติสีเขียวตลอดปีขึ้นบดบัง ยอมให้แต่สายลมพัดแทรกแหวกช่อพุ่มใบโตและยอดไม้เป็นที่ว่าง ผิวน้ำรอสายลมสร้างริ้วคลื่นละลอกพาทยอยออเข้าหาชายน้ำทีละคลื่นเรียงต่อกันไปไม่รู้จบ
สิ่งที่ลมกับน้ำและเหล่าใบไม้ ภูเขาทุกลูกเบื้องหน้าช่วยกันป้องเป็นปราการ หรือดักรับลมอย่างดี สิ่งนี้เกิดเองทุกวัน คือความธรรมดาง่ายๆ
วาดภาพในใจไม่ยาก ยามใดเจ้าแพคู่นี้ จอดนิ่งไหวโอนตามฤดูกาลแห่งลมเหนือรวมกับพรรณใบไม้ป่า พรรณไม้สวน พืชน้ำ ไว้รอบทุกๆด้าน
.ตรงที่ใดก็ตามแต่ ในอ่างน้ำแสนรักษ์แห่งนี้ แพน้อยมีหน้าที่สำคัญสร้างความสุขเล็กๆแต่ลึกซึ้งแก่ผู้เยือนมาพักแรม
จุดยืนเป็นหลักแก่นสำคัญต้องไม่ทำลายทุกสรรพชีวิตรอบอ่างหรือใต้แพอ่างน้ำป่าอนญาติเจ้าแพคู่นี้ ลอยพยุงอาศัย
ในนิยามของเราคิดไว้ได้...ไม่มากนัก ธรรมชาติที่นี่ไม่ใช่ที่สวยที่สุด แต่ที่นี่เรายินยอมให้เจ้าแห่งธรรมชาติเปิดเผยเรื่องราวความมีเสน่ห์ตามมโนมิติที่เจ้า...เป็นไป...เป็นอยู่ อย่างจริงใจ
ทั้งหมดเราได้ทำมานี้ ..กาลเวลากำหนดเรื่องทั้งหมด เรากับชาวผาด่างร่วมทำเร่งต้องบอกต่อออกถึงความสำคัญของธรรมชาติเท่านั้นเอง
คุณค่าของธรรมชาติจะไม่สิ้นสูญ จงให้ธรรมชาติได้อยู่อย่างเฉยๆแค่นั้น
ธรรมชาติมีสัญญานิรันดร จะไม่อาจเปลี่ยนแปลง หรือลับสลาย หนีหายจากดินแดน ตรงนั้นไปได้เลย โดมเผ่านากา
โดมเผ่านากา
ออกแบบเพื่อรองรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างสู่อ่างเก็บน้ำ และป่าเขา
-บ้านปีกไม้ชมฟ้า คืนละ3,200 บาท พร้อมอาหารเช้า 10 ท่าน เรือถีบ 1 ลำ จักรยาน 2 คัน-บ้านเลาะไหล่เขา คืนละ 1,000บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน เรือถีบ 1 ลำ-บ้านริมน้ำ การะเวก,โมกป่า คืนละ 1,300 บาท บ้านริมน้ำนกเงือก คืนละ 1,500บาท บ้านริมน้ำนกร่าเริง คืนละ 1,700 บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน เรือถีบ 1 ลำ
-โดมเผ่านากา คืนละ 1,000 บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน เรือถีบ 1 ลำ-นอนเตนท์ 2 ท่าน คืนละ300บาท
ถ้าเสริมที่นอนเพิ่มอีก 100 บาท / ท่าน
อาหารเช้าที่เสริม 80 บาท/หัว